SIDE STORY OF DARK SKY " OUR NIGHT " ( X27 )
posted on 06 Jun 2008 22:21 by ruk21us in FanfictionSIDE STORY
OUR NIGHT
ในยามค่ำคืนที่ปราศจากผู้คนเดินผ่านให้พลุกพล่านหนาตา ในยามที่สายฝนได้ชะล้างทุกสิ่งจนใสสะอาด ฟากฟ้ายามราตรีที่ทอแสงจันทร์น้อยนิด ให้ความรู้สึกมากมายระคนปนเป บริสุทธิ์ สงบ เงียบเหงา เศร้าสร้อย บรรยากาศในค่ำคืนหนึ่ง ช่างคลับคล้ายความรู้สึก ช่างใกล้เคียงกับความนึกคิด ในตัวคนผู้หนึ่ง อาจมีความสับสนปนเปเฉกเช่นนี้ มิต่างกัน
" ที่นี่.." เสียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งเอื้อนเอ่ย ในขณะที่ดวงตาคู่งามสีน้ำตาลลืมขึ้นเหม่อมองฟากฟ้าหลังสายฝนพร่างพราย เขากำลังนอนเหยียดอยู่บนม้านั่งยาว รอบกายคือความมืด กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้ หลังสายฝนสาดซา นิ่งสงัด และหอมกรุ่น
" ตื่นแล้วเรอะ" เสียงคนที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งอีกตัวทางด้านซ้ายมือทัก ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทกำลังนั่งไขว่ห้าง เอนกายรับลม มือขวาถือกระป๋องเบียร์ยกขึ้นจิบ
ซาวาดะ สึนะโยชิ กำลังมองร่างนั้น ใบหน้าที่ไม่ได้แลเห็นเสียนาน น้ำเสียงที่ไม่ได้ยินจนเกือบลืมเลือน คนที่ดั่งความฝัน ผ่านเข้ามา และหายไปจากวงจรของชีวิต
" แซนซัส....." ชื่อของคนๆนี้ แผ่นฟ้าเกรี้ยวกราดที่แสนโหดร้าย ฟ้าคะนองที่เปล่งวาจาสาปแช่งผู้คนที่รายล้อมรอบกาย หากจะมีสิ่งใดที่อาจย้ำเตือนความทรงจำเกี่ยวกับชายผู้นี้ คงมีเพียง....เท่านี้
" เป็นไอ้สวะ ที่โง่เง่าไม่เปลี่ยนเลยนะแก" ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ ก่อนจะโยนกระป๋องเบียร์เปล่าลงบนพื้น และพลันเหยียบซ้ำจนกระป๋องบุบเละ แซนซัสหยัดกายขึ้น และเดินมายังเบื้องหน้าของศัตรูคู่อาฆาตที่ตอนนี้ยังคงทำได้เพียงพยายามนั่งให้ตรง
" นายเองก็ไม่เปลี่ยนเหมือนกัน" สึนะตอบ ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่ ขอบตายังร้อนผ่าวอยู่ ความรู้สึกเมื่อครู่ ยังเต็มตื้น ความโศกเศร้าที่แสนหนักอึ้ง ยังคงถาโถม ดั่งพายุในหัวใจที่พัดพาอยู่ไม่ขาดสาย สองมือที่ชุ่มเลือด ดวงตาที่หวาดหวั่น กลิ่นอายแห่งการฆ่าฟัน อยากหลับต่อเหลือเกิน ให้ทุกสิ่งเป็นเพียงความฝัน ให้เรื่องราวทั้งมวลได้สงบนิ่ง และไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
" ฉันมาที่นี่ตามที่อิเอมิสึมันบอก แกได้ยินจากมันแล้วสินะ"
" นั่นก็เพราะพวกผู้บริหารต้องการแยกนายจากพวกวาเรียคนอื่น ภารกิจที่ญี่ปุ่นครั้งนี้จะทำให้นายพ้นโทษอย่างเด็ดขาดสินะ" สึนะบอก นั่นคือสิ่งที่เขาได้ยินจากพ่อของเขา แซนซัสจะมาปฏิบัติภารกิจบางอย่างที่ญี่ปุ่น โดยปราศจากความช่วยเหลือของเหล่าลูกน้องผู้ภักดีของเขา
" ได้ยินมาแบบนั้นสินะ" แซนซัสเหยียดสายตามองอีกฝ่าย ดูเหมือนนั่นคือข้อมูลเท่าที่เจ้าสวะนี่รับรู้ ภารกิจอย่างนั้นหรือ ภารกิจหนึ่งเดียวที่จะทำให้เกียรติยศของวาเรีย กลับฟื้นคืน ก็คือ........
" นาย มาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ" เด็กหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง พลางพยายามหยัดกายขึ้นยืน ว่ากันตามจริง เวลานี้เขาไม่รู้สึกรู้สมกับการมาของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ ชีวิตที่สงบสุข ครอบครัวที่อบอุ่น เพื่อนพ้องที่รายรอบกาย จะมีอะไรดีไปกว่านี้ จะมีสิ่งใดประเสริฐไปยิ่งกว่า ไม่ปรารถนาการสูญเสีย ไม่ต้องการความโศกเศร้า อย่าได้มาเลยวองโกเล่ อย่าได้มาเลยอนาคต ได้โปรดปล่อยฉันไว้....ท่ามกลางความฝัน
" แกน่ะ เลิกทำหน้าเป็นไอ้สวะใกล้ลาโลกซะที น่ารำคาญว่ะ!" ผู้มาเยือนว่า เพิ่งจะมาถึงเมื่อเย็น และก็ได้รับข่าวจากเจ้าอัลโกบาเรโน่ให้มาพบเจ้าสวะนี่ แต่กลับกลายเป็นว่าแทนที่จะได้พบหน้ามันในสภาพเดียวกับครั้งศึกชิงแหวนครั้งสุดท้าย ดันมาพบในสภาพอ่อนปวกเปียกน่าสมเพชเวทนา จะร้องไห้ไปทำไม จะทำตาไร้ประกายไปถึงเมื่อไหร่
แกที่บังอาจชนะฉัน
แกที่บังอาจท้าทายฉัน
" นั่นมันเรื่องของฉัน เกี่ยวอะไรกับนาย" ว่าพลางสึนะก็ก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานอย่างเมินชา ไม่อยากให้หมอนี่พูดแบบนี้ ฉันจะเป็นหรือจะตาย ฉันจะหัวเราะ หรือร้องไห้ มันเกี่ยวอะไรกับคนไร้หัวใจอย่างนายกัน
" ไอ้สวะอวดดี!" ชายหนุ่มตวาดเสียงดัง บังอาจอะไรถึงเสนอหน้าพูดจาแบนี้
" ก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ ฉันจะกลับล่ะ" เด็กหนุ่มบอกและออกเดินไปเบื้องหน้า ตอนนี้เขาไม่อยากต่อปากต่อคำอะไรอีก เหน็ดเหนื่อย เศร้าสร้อย เรื่องเมื่อหัวค่ำนั่นราวกับภาพย้อนที่ตามหลอกหลอน แววตาของผู้คนที่รายล้อมนั่น ดูราวกับความฝันนั้นจบสิ้น ดูราวกับโลกทั้งโลกล้วนพังทลาย อนาคตที่ย้อมสีเลือดของฉัน มือที่แปดเปื้อนของฉัน จะเอาอะไรกับฉันอีกกันล่ะ
" ช่างเป็นหมาขี้แพ้ที่เห่าหอนไม่เก่งเลยนะแก" ฝ่ายที่สูงวัยกว่าเอื้อนเอ่ย วาจาถากถางนั่นทำให้อีกฝ่ายต้องผินหน้ากลับมามอง
" นายอยากพูดอะไรกัน แซนซัส"
" แกไปเจออะไรมาก็ไม่รู้หรอกนะ มันไม่ใช่ธุระของฉัน แต่สารรูปแบบนั้น อย่าหวังไปเลยว่าจะรักษาตำแหน่งของแกเอาไว้ได้ " ไอ้สวะอย่างแกน่ะเรอะ ด้วยสารรูปแบบนี้ ด้วยดวงตาที่ไร้วี่แววอหังการแบบนี้ บัลลังก์ของราชาน่ะ อย่าหวังเลย
" หึ " น่าแปลกที่เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ซาวาดะ สึนะโยชิ กลับแค่นยิ้ม ยิ้มเยาะใคร เพื่ออะไร " แล้วอยากได้รึเปล่าล่ะ นายน่ะ" เด็กหนุ่มเอื้อนเอ่ยพร้อมกับเดินกลับเข้ามาประชิดกายของอีกฝ่าย มือข้างที่สวมแหวนล้ำค่าทาบลงที่กลางแผ่นอกของชายหนุ่ม
" จะทำอะไรของแก"
" ฉันให้ นี่คือมือของฉัน นิ้วของฉัน วองโกเล่ริงอยู่ที่นี่ ถ้านายยังหวังมันอยู่ล่ะก็ ...... รับเอาไปสิ" และปล่อยฉัน....ทิ้งไว้ในความฝัน
ท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวกั้นขวาง ท่ามกลางสายลมแว่วผ่านสัมผัส กลางประกายสายฝนที่ค่อยร่วงหล่นอีกครา คนสองคน จิตวิญญาณสองดวง ต่างมีเดิมพันของตนเอง
" แกกล้าเสนออย่างนั้นเรอะ" ชายผู้ถือไพ่เหนือกว่าถาม ก่อนจะคว้าจับมือที่ทาบอกของตนเองอยู่ ปลายนิ้วลูบเข้าที่ธำมรงค์เลอค่าที่ประดับพราย
" แล้วนายจะสนองรึเปล่าล่ะ.....แซนซัส " คำตอบยืนยันแสดงถึงการท้าทายอย่างชัดแจ้ง
มาวางเดิมพัน
กันไหมล่ะ
จบครึ่งแรกค่ะ พบกับครึ่งหลังในรวมเล่ม ในงาน CP 11 เจ้าค่ะ
เอิ๊ก ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าล่อให้อยากแล้วจากไป ฮา
#1 By derick on 2008-06-07 00:07