SHORT FIC DR.59 ."ค่ำคืนความฝัน"

posted on 17 Jun 2008 22:54 by ruk21us  in Fanfiction
 

SFIC                บอกไม่ว่าง บอกว่าจะดองฟิค แล้วไฉนมันออกมาเป็นฟิคติดเรทของคู่นี้ได้หว่า เอาเป็นว่า....อารมณ์บ้ามันพาไปละกันนะเจ้าคะ  ฟืคนี้น่ะหรือ ติดเรทแบบที่ทุกท่านคาดหวัง แต่ก็ไม่ได้เรทกระฉูด  อ่านคู่ แล้วกรุณาทำใจนะเจ้าคะ เตือนแล้วเน่อ  เรท NC 17 นะเจ้าคะ

 

 

ค่ำคืนความฝัน

 

                เสียงสายลมแรงกรรโชกผ่าน หวีดหวิวกรีดร้องเสียดแทงถึงเบื้องลึกของจิตใจ โหยไห้ และรวดร้าว ราวเสียงร่ำไห้ที่ก้องผ่าน พระพายที่โศกศัลย์ วายุที่ร้าวราน  ในท่ามกลางความเงียบงันในยามค่ำคืน ชายผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าบ้านที่บัดนี้ปิดไฟมืด และมีเพียงความเงียบงันรายล้อม  เขากำลังรอคอย มั่นใจและเชื่อว่าคนที่เฝ้ารอจะมาเยือน 

" มาช้านะ ฮายาโตะ" ชายในชุดสูทสีขาวเอ่ยทัก ก่อนจะฉีกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  เบื้องหน้าเขาคือชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆที่บัดนี้ตีสีหน้าอมทุกข์ ดวงตาที่เคยเปล่งประกายอย่างมุ่งมั่นกลับมีเพียงความสิ้นหวังที่ครอบงำ

" มาทำอะไรที่นี่ ฉันไม่อยากพบนายตอนนี้หรอกนะ" โกคุเดระ ฮายาโตะตอบพลางสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ เบื้องหน้าที่มองเห็นคือตัวบ้าน คืออดีตที่ผันผ่าน เสียงที่ก้องกังวานในโสตประสาทคือแว่วเสียงหัวเราะที่รื่นเริงสนุกสนานในวัยเยาว์ เจ็บปวดในอก ร้าวรานยากทานทน

" อย่าตีหน้าเหมือนปลาตายแบบนั้นสิ  เห็นแล้วน่าหัวเราะน่า" อีกฝ่ายบอกพลางชำเลืองมอง ด้วยความรู้สึกที่น่าอึดอัดไม่แพ้กัน

" เหอะ" เสียงแค่นยิ้มนั้นช่างเย้อหยัน  จะให้ตีสีหน้าแบบไหนกันล่ะ ในโมงยามแห่งความสิ้นหวังแบบนี้ จะให้.......หัวเราะอย่างนั้นเรอะ  " อย่างนายจะเข้าใจอะไรกันล่ะ" เสียงที่โศกสลด เย้ยเยาะตนเอง  

" ฉันปกป้องท่านผู้นั้นไว้ไม่ได้ ฉันมัน....โง่เง่าไร้ประโยชน์....." ขณะที่เอื้อนเอ่ยวาจาตัดพ้อตนเอง เวลานั้นเองที่หยาดน้ำตาร่วงหล่นลงอาบแก้ม มือไม้สั่นเทาอย่างหนาวเหน็บ ไม่ใช่เพราะสายลมที่พัดผ่าน หาใช่เพราะอากาศที่แสนหนาว แต่เพราะ.....

 

โลกใบนี้นั้น

 

ได้ทอดทิ้งฉัน

 

" ผม....ขอโทษ......" ทันใดที่พูดพึมพำเช่นนั้น ร่างที่สั่นสะท้านก็เซถลาราวกับจะล้มลงในเวลานั้น หากแต่ชายผู้รอคอยกลับโผเข้าโอบอุ้มร่างที่อ่อนระโหยนั่น 

" ฮายาโตะ!" ด็อกเตอร์ชามาลร้องเรียกอดีตลูกศิษย์ เส้นผมสีเงินยวงนั่นปรกใบหน้า ร่างที่ตนเคยโอบอุ้มฟุบลงในอ้อมแขน เด็กน้อยในวันนั้น เด็กหนุ่มในวันวาน ไม่ว่าเมื่อไหร่ ความรู้สึกนี้ก็หาได้เคยแปรเปลี่ยน  " ทำไมถึงได้โง่แบบนี้....." ได้แต่พึมพำเช่นั้นพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ  ฟากฟ้าพังทลายลงแล้ว ธรรมชาติที่เคยมั่นคงกลับสั่นคลอน บ้างบ้าใบ้ บ้างคลุ้มคลั่ง บ้างเงียบงัน บ้างโศกา และบ้าง.....แตกสลาย

 

                เสียงลมยังคงก้องผ่าน บานหน้าต่างถูกเปิดออกพร้อมกับแสงจันทร์ที่ฉายสาดส่องเข้ามายังห้องที่ชั้นสอง ห้องนอนที่ผู้เป็นเจ้าของได้ละทิ้งไปเนิ่นนาน บัดนี้ ในค่ำคืนนี้ มันถูกเปิดออกอีกครั้ง เพื่อเป็นที่พักพิงหัวใจของผู้โหยหาอดีตผู้หนึ่ง

" ที่นี่....." ห้องนี้ กลิ่นนี้ 

" ฟื้นแล้วเรอะ" ผู้รับหน้าที่หมอเฝ้าไข้ทัก เขานั่งอยู่ข้างเตียงกว่าชั่วโมง เฝ้ามองใบหน้าที่นองด้วยน้ำตาและเสียงคร่ำครวญแห่งฝันร้ายที่พร่ำเพ้อออกจากริมฝีปากบางคู่นั้น

" ห้องของ....ท่านรุ่นที่สิบ" โกคุเดระรำพึง พยายามหยัดกายขึ้นนั่ง แผ่นหลังพิงข้างฝา ในขณะที่ดวงตาสีมรกตนั้นเหม่อลอย

" นอนต่อเถอะ ไม่ได้หลับมาหลายวันสินะ นายน่ะ" ว่าพลางยื่นมืออังหน้าผากของชายหนุ่ม น่าแปลกที่อีกฝ่ายไม่ได้ปัดออกอย่างดื้อดึงเช่นทุกครั้ง

" ก็...งานเพิ่งจบนี่นา ฉัน....ไปส่งมา...เมื่อเช้า" คำพูดนั้นไม่ปะติดปะต่อ ซ้ำยังดูราวคนเพ้อไข้

" นั่นสินะ" ชามาลตอบรับ เมื่อเช้าเขาเองก็ไปมาเช่นกัน งานใหญ่แบบนั้น งานที่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ควรเป็น

 

งานศพ

 

ของ

 

วองโกเล่รุ่นที่สิบ

 

" ฉัน....งี่เง่าเนอะ" เสียงที่แหบพร่าบอกกล่าว

" เจ้าบ้า....." ชายผู้สูงวัยกว่าตอบพลางขยับกายขึ้นไปบนเตียง ดวงตาสบประสานกับอีกฝ่าย ดวงตาสีมรกตคู่นี้ ดวงตาที่สวยงามที่สุดคู่นี้ ไม่เคยผันแปร ไม่เคยเปลี่ยนผัน งดงาม และเจิดจรัสยิ่งกว่าใคร ยาวนาน เนิ่นนาน ผันผ่านกาลเวลา " เธอทำดีที่สุดแล้ว ฮายาโตะ...." เสียงทุ้มนุ่มนั้นกระซิบแว่วผ่านสายลมที่ร่ำรำพึงจากภายนอก ฝ่ามือหนาเอื้อมสัมผัสกับมือที่สั่นเทา  ร่างกายค่อยเขยิบกรายใกล้ที่ละน้อย

" ดี.......ที่สุด" เสียงนั้นยังคงราวกับตกอยู่ใต้มนต์สะกด

" ฉันไม่เคยโกหกเธอใช่มั้ยล่ะ เจ้าเด็กน้อย" มือซ้ายที่ว่างอยู่ค่อยยกขึ้นและลูบเส้นผมสีเงินอย่างแผ่วเบา โอบอุ้มและปลอบประโลมอยู่ในที 

" ..............." ชายหนุ่มผู้โศกเศร้าเลิกดวงตาขึ้นมองเล็กน้อย ดวงตาที่คุ้นเคย เงาภาพวานวันแห่งอดีตที่สวยงามและวาดหวัง  มั่นคง แกร่งกล้า อยู่ข้างกาย...เสมอมา " นั่นสินะ......" ว่าแล้วชายหนุ่มกลับแนบกายเข้าใกล้อีกฝ่าย ศีรษะนั้นค่อยแนบอิงกับแผ่นอกอุ่น 

 

ขอพึ่งพิง

 

ขอพักพิง.....

 

" ฮายาโตะ....."

" นายน่ะ....จะไม่ทิ้งฉันไปใช่มั้ย....." น้ำเสียงนั้นเว้าวอน พลางปล่อยให้ฝ่ายนั้นลูบไล้เส้นผมของตนอย่าง

ไม่คิดห้ามปราม " นายน่ะ....จะไม่ปล่อยให้ฉันหนาวเหน็บใช่มั้ย...." สิ้นเสียงนั้น โกคุเดระเงยหน้าขึ้นสบดวงตาของนายแพทย์สูงวัย ก่อนจะบรรจงแนบกลีบปากลงทาบทากับอีกฝ่าย  จากการสัมผัสแผ่วเบา ค่อยสอดปลายลิ้นพัวพันอย่างร้อนแรง ในเมื่ออีกฝ่ายเองก็มีใจปฏิพัทธ์ตอบสนองเช่นกัน

" ฮายาโตะ......." รำพึงเรียกขานชื่อ พลางโอบกอดอย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วสากเอื้อมปลดเนคไทสีดำสนิทจากคอเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่ม ไล่เรียงปลดเม็ดกระดุมอย่างนุ่มนวล

" อย่าปล่อยนะ....อย่าปล่อยฉันไปนะ" วอนขออย่างเศร้าสร้อย และหวาดกลัว ไม่เหลือใคร ไม่มีสิ่งใด ชีวิตที่คงเหลือ อยากมีใครสักคนข้างกาย

 

อยู่กับฉัน

 

ข้างเคียงฉัน

 

โอบกอดฉัน

 

" ฉันเป็นของเธอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม...." ริมฝีปากนั้นบอกกล่าวก่อนจะจุมพิตลงที่ยอดอกของชายหนุ่มอ่อนวัย ร่างที่สั่นไหวสั่นกลัวและเยียบเย็น หากแต่ไร้ซึ่งการขัดขืนปัดป้อง

" อ อา.........." ดวงตาสีมรกตจับจ้องมองในความมืด ไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเงาที่สะท้อนไหวของคนผู้หนึ่ง

 

อยู่กับฉัน

 

ข้างเคียงฉัน

 

สัมผัสฉัน

 

" ช  ชามาล....." ลำแขนขาวโอบรั้งท้ายทอยของฝ่ายที่รุกราน ในขณะที่ลิ้นสากของอีกฝ่ายไล่เลียแผ่นอกของเขาจนชุ่มโชก ฝ่ามือหนาหยาบเอื้อมลงปลดเข็มขัด กว่าจะรู้สึกตัวอีกที กางเกงขายาวสีดำสนิทก็ลงไปกองอยู่ปลายขา ร่างกายอ่อนระทวยจากการถูกเล้าโลม  

" ฮายาโตะ....." ฝ่ายที่สูงวัยกว่ากระซิบไหว อารมณ์ที่สะสมปะทุอย่างเร่าร้อน หากแต่กลับต้องพยายามสะกดกลั้น นี่คือของมีค่า สิ่งที่สวยงาม เด็กน้อยที่โชคร้ายของฉัน

 

ไม่ทอดทิ้ง

 

ไม่หนีห่าง

 

ข้างเคียงเสมอ

 

" กอดฉันสิ...." เสียงรำพึงนั่นทำให้ฝ่ายที่กำลังลังเลต้องชะงักงัน  ดวงตาสดใสที่เศร้าหมอง น้ำเสียงเว้าวอนที่ร่ำไห้  ชายหนุ่มอ่อนวัยเอื้อมมือลูบไล้ใบหน้าเคร่งขรึมของอดีตอาจารย์  แช่มช้า ละมุนละไม

" ใจกล้านะวันนี้" ผู้ถูกยั่วยวนแค่นยิ้มถาม พลางบีบมือน้อยๆที่สัมผัสแก้มซ้ายของตนอย่างแผ่วเบา สูทสีขาวถูกถอดโยนกองลงกับพื้นห้องตามด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท ร่างสูงวัยแนบกายชิดกับร่างที่เปลือยเปล่าของชายหนุ่มผู้อ่อนเยาว์   แนบจุมพิตที่ร้อนแรงอ่อนหวานอีกครั้ง ก่อนจะไล่ลงละเลียดตามซอกคอขาวที่อ่อนไหว ปลายนิ้วสัมผัสเคล้นคลึงร่างกายช่วงล่างของอีกฝ่ายจนฝ่ายที่ตอบรับต้องเบือนหน้าหนี ลมหายใจหอบกระเส่า สีหน้าแดงเรื่อ พร้อมกับยอดอกที่แข็งตึงตอบรับสัมผัส  ลิ้นสากโลมเลียลงมาถึงหน้าท้องที่หวั่นไหว ช่วงขาบีบรัดเข้าหากันด้วยจริตความเขินอายตามสัญชาตญาณ  

" แฮ่กๆ..อะ..." เสียงแว่วหวานยั่วเย้า ถูกปิดลงด้วยรสจูบร้อนแรง ปลายลิ้นสากควานเข้าหาเค้นความหวามหวานในโพลงปาก ลมหายใจสั่นเทาระรัว สมองมึนงง สติสัมปชัญญะที่มีอยู่เพียงน้อยนิดยิ่งเลือนหาย

" ผ่อนคลายลงสิ ฮายาโตะ.....นี่ฉันเองนะ" รอยยิ้มละมุนส่งผ่าน สองมือประคองใบหน้าที่เอ่อท้นน้ำตา  ไม่หักหาญ ไม่โรมรัน

" อืม......." เพียงครางตอบ ณ เวลาที่ นายแพทย์ผู้สูงวัยกว่าสะบัดกางเกงของตนให้พ้นปลายข้อเท้า ช่วงขาของคนทั้งคู่เสียดสีกัน เนื้อแนบเนื้อ กายแนบกาย ทีละน้อย ทีละน้อย ร้อนขึ้น กระสันขึ้น อบอุ่นขึ้น

" ให้ฉันได้รู้สึกถึงเธอ...." ราวเวทมนต์ที่ขับขาน พร้อมอ้อมกอดที่แน่นหนักรัดรึง ชายหนุ่มในอ้อมแขนพยักหน้าน้อยๆ อิงแอบแนบชิดเข้ากับแผ่นอกเปลือย สั่นสะท้านกับปลายนิ้วที่ลูบลงตามแนวกระดูกสันหลังแผ่วเบา ก่อนที่จะถูกรุกรานลูบไล้บริเวณสะโพกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ล่องลอย วิงเวียน เมามายไปกับการปรนเปรอราคะที่แสนหวานละมุน

" มาสิ..." เสียงเอ่ยเชิญชวนที่พูดพร่ำพลางผละกายออก ปลายนิ้วของชายหนุ่มลูบไล้แผ่นอกกว้างเข้มแข็ง รอคอยการตอบรับ

" เจ้าเด็กบ้า...." ชายสูงวัยบีบต้นคอของเด็กน้อยของเขาเบาๆ ผลักร่างนั้นลงกับเตียงนุ่มในสภาพคว่ำหน้า  ทาบกายลง ลามลียแนวกระดูกสันหลัง ในขณะที่ปลายนิ้วค่อยๆรุกรานช่วงล่างที่ร้อนผ่าว ไม่รวดเร็ว แต่ก็ไม่เชื่องช้า ไม่เจ็บร้าว แต่ก็ไม่ราบรื่น

" อะ......จ ...เจ็บ....." ชายหนุ่มครางน้ำตาไหลลงอาบแก้ม แต่ในขณะเดียวกันก็กระสันใคร่รู้ อยากไปจากที่นี่ อยากหนีจากความจริงที่ราวฝันร้าย

 

พาฉันไป

 

จากที่นี่

 

" ฮึก!" โกคุเดระสะดุ้งขึ้นสุดตัว เมื่อปลายนิ้วใหญ่เสียดลงจุดหวามหวัน ร่างกายแข็งตึง ความรู้สึกแปลกประหลาดไหลทะลักถาโถม หยาดน้ำรักในกายตนปลดปล่อยสาดลงกับผืนผ้าปูที่นอน  เวลาเดียวกับที่คู่สวาทดันกายของตนรุกรานเข้ามาทางด้านหลังของตน  ความซาบซ่านแช่มชื่นแสนทรมาน เจ็บปวดจนต้องกรีดร้อง ปรารถนาเสียจนต้องโหยไห้วอนขอ

" ฮ...ฮายาโตะ...." เสียงหอบกระเส่าของชายฉกรรจ์ ที่ค่อยๆเคลื่อนกายอย่างเชื่องช้าระวังระไว มุ่งมาดปรารถนา ตักตวงให้สมรัก หากแต่....อยากทะนุถนอมให้เต็มที

" อีก....เข้ามาอีก....." น้ำเสียงครางยวนยั่วให้อารมณ์พลุ่งพล่าน ทำเอาฝ่ายที่โอบกอดตื่นตะลึง แต่ในเวลาเดียวกันก็ยิ้มเยาะ ร่างกายที่ร้อนเร่าผลักดันเข้าลึกขึ้น อารมณ์ปะทุสูงจนล้นทะลัก  ครอบครองสัมผัส รักจนไม่อยากปล่อยเลย  แม้ช่างน่าขันที่ดูราวกับเป็นเพียงเครื่องปลอบประโลมในยามที่อีกฝ่ายไร้สติ แต่นั่นก็ไม่เป็นไรหรอก

 

ขอเพียงเธอพอใจ

 

ขอเพียงเธอต้องการ

 

ฉันเป็นของเธอ.......

 

" อ๊า!" ชายหนุ่มกรีดร้องเสียงลั่น  เลือดสดๆไหลระเรื่อยผสมกับน้ำรักมากมาย สมองมึนชาไม่รับรู้สิ่งใดนอกจาก.....ความเศร้า

 

ไร้ซึ่งเหตุผล

 

ไร้ซึ่งความนึกคิด

 

" ไหวรึเปล่า..." คำถามไถ่ ยามที่พลิกร่างมาโอบกอด แลกเปลี่ยนจูบร้อนแรงที่ราวกับพายุโหมพา  ยั่วเย้าและยัง...ไม่อิ่มเอม

" ฉันต้องการนาย..ชามาล.." คำบอกเล่าที่ยิ่งราวถ่านไม้โยนเข้ากองไฟสุมแรง  ชายสูงวัยค่อยๆยกเรียวขาของอีกฝ่ายขึ้น พลางเบียดกายของตนแนบสนิทอีกครา เต็มตื้น และรวดร้าวระคนกัน    ค่อยๆเคลื่อนกายเสียดทานพลางมอบจูบที่ไร้ยางอายให้ได้รับสัมผัส

 

นี่คือความต้องการ

 

นี่คือความรู้สึก

 

" ฉันอยู่ที่นี่...ตลอดไปนะ" คำพูดเพียงน้อยนิดหากแต่เรียกหยาดน้ำตาให้ไหลรินซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

                ค่ำคืนแห่งเสน่หา คือความหลังฝังใจแห่งอดีต คือบทรักน้อมนำแห่งอนาคต  มีเพียงกันและกัน ปลอบประโลมซึ่งกันและกัน จักมีอยู่ จักยาวนาน  มั่นคง ไร้สิ่งแปรผัน  ..............

 

" อยู่กับฉัน....ตลอดไปนะ" คำพูดของสายลมกระซิบผ่าน

 

แลกเปลี่ยนคำสัญญา

 

ลั่นวาจานิจนิรัน

 

...........................................

 

..........................

 

..........

 

 

                แสงแดดอ่อนสาดส่องเข้ามา ชายผู้หนึ่งลุกขึ้นจากที่นอนในยามเช้าอย่างเชื่องช้า ร่างที่นอนโอบกอดเลือนหายไปราวความฝัน หากแต่กลิ่นอายนั้นมิได้ลาเลือน 

" ไปแล้วสินะ...สายลมของฉัน...." ยิ้มให้กับตนเอง ยิ้มให้กับค่ำคืนที่สุขสม  ยิ้มให้กับความรู้สึกที่อิ่มใจ  จะอยู่ตรงนี้ จะไม่หายไป จะไม่ตีจาก   วายุพัดมา ลมแรงกรรโชกผ่าน เศร้าสลด แต่หาญกล้าเฉียบคม  ร้าวราน แต่เข้มแข็งมิห่างหาย

 

จงทำสิ่งที่อยากทำ เดินบนทางที่อยากเดิน มีชีวิตเช่นที่เธอปรารถนา และ.....

 

เมื่อเธอหันมามอง

 

จะมีฉันอยู่

 

เสมอไป

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แวะมาเม้นท์ที่นี่ด้วย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตอนนี้กำลังอยากลี้ภัยทีสิสอยู่รึเปล่า แต่พอมาอ่านฟิคนี้แล้วอยากมีลุงให้กอดเวลาท้อแท้มั่งจังเลยค่ะ มันคงจะอบอุ่นน่าดู (กอดอย่างบริสุทธิ์ใจนะคะ)

ฟิคเรท..แต่ว่าซึ้งกับความรักอันทุ่มเทและไม่หวังอะไรของลุงมากๆเลยค่ะ ยิ่งอ่านประโยคสุดท้าย..แบบว่าแปล๊บ..โหย..ลุงอ่ะ ทำไมลุงทำซึ้งแบบนี้...

ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านนะคะ cry

ป.ล.อยากตะโกนให้ลั่นทุ่ง เค้าอยากมีลุงเป็นของตัวเอ๊ง(ฮา)

#1 By Asana Fay on 2008-06-17 23:50

นอกจาก 8059 B59 และ 1859 นี่ก็เป็นอีกคู่นี่ข้าน้อยชอบพอสมควร ก็ลุงเค้าออกจะเอ็นดูฮายาโตะซะขนาดนั้น หุหุ เป็นผู้ชายคนเดียวแล้วมั๊ง ที่ลุงยอมให้นิดหน่อย

#2 By ~WhiteChoc!~ on 2008-06-18 08:44

ร่างสูงวัยแนบกายชิดกับร่างที่เปลือยเปล่าของชายหนุ่มผู้อ่อนเยาว์ -- กินเด็ก??! ฮะฮะ ระหว่างซึ้งๆดันคิดเรื่องอายุขึ้นมา ต้องขอโทษคุณคนเขียนด้วยนะคะ อีกสิบปีข้างหน้าชามาลจะอายุเท่าไหร่หนอ embarrassed


อา รักยืนยง ซึ้งมากค่ะ ดูแลกันมาตลอดแบบนี้ ถึงเราจะรู้สึกเศร้าๆ แต่ลุงมีความสุขใช่ไหมคะ
รักลุงค่ะ confused smile
(นิรันดร์ พิมพ์ตกน่ะค่ะ)

#3 By ffr -_- on 2008-06-18 17:41

อ่านเรื่องของท่านแล้วรู้สึกลุงเป้นคนดีขึ้น 90%
คนดีที่หนึ่ง พ่อคนดีฝังในนนนนนน~
.
.
ลุงนี่ก็ดีนะ(ฮา)

/me ทำธงสนับสนุน Dr.59 open-mounthed smile

#4 By dearchan on 2008-06-19 06:44