เงาฝน ตอนที่ 10 ( 80G ) ( 2 )
posted on 04 Jul 2008 12:05 by ruk21us in Fanfiction
กุบกับๆ
เสียงรถม้ายิ่งใกล้เข้ามา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือขบวนขนาดใหญ่หรูหรา รถม้าสีขาวขนาดใหญ่ที่แต่งแต้มอัญมณีแพรวพราว องครักษ์กว่าห้าสิบคนที่ควบขี่อาชาเพื่อรายล้อมปกปักษ์ ที่เบื้องหลังมีรถม้าของนางกำนัลที่ติดตามมาค่อยทยอยเดินทาง แม้ไร้ความรู้ก็ต้องคาดได้ว่าผู้ที่อยู่ด้านในนั้นต้องเป็นบุคคลแสนสำคัญจากเมืองใหญ่
ยามาโมโตะกับจ๊อตโต ไม่ได้พูดอะไรกัน ทั้งคู่นิ่งเงียบ และคิดแต่เพียงว่าจะรอให้ขบวนนั้นผ่านไปอย่างสงบ หากแต่ทุกสิ่งกลับไม่เป็นดังคาดคิดเมื่อเสียงหนึ่งดังมาจากในรถม้า และเรียกให้ขบวนชะลอท่าหยุดพักเสียตรงนั้น
" ข้าต้องการพักสักหน่อย" เสียงหวานของหญิงสาวดั่งแว่วมา
" แต่ว่าประเดี๋ยวพวกผู้อพยพอาจจะตามมานะขอรับนายหญิง หากรีรอช้าเกรงว่าจะ...." องครักษ์นายหนึ่งเตือน
" ไร้สาระ!" เสียงหวานนั้นเกรี้ยวกราดขึ้นพลางปาพัดด้ามหนึ่งใส่ศีรษะผู้พูด " ข้าจะพักก็คือพัก! ใครมันคิดขัดคำสั่งข้า ข้าจะไปรายงานท่านผู้สำเร็จราชการ!"
" ข ขอรับ!!" วาจาขู่เข็ญของหญิงสาวดูจะได้ผล เพราะเหล่าคนรับใช้ต่างก็รีบกุลีกุจอลงมามาจัดเตรียมที่พักข้างทางชั่วคราวให้หญิงนางนั้น ชั่วครู่ ก็มีการกั้นเขตและตระเตรียมอาหารว่างหรูหรา ยามเมื่อคนรับใช้รายงานถึงความพร้อมสรรพ จึงได้เชิญนางนั้นออกมา
" ไม่เลว" หญิงสาวเอ่ยปากชม เมื่อมองที่พักชั่วคราวใต้ร่มไม้ เส้นผมสีเกาลัดถูกมัดเกล้างดงาม ดวงตาสีเงินและจมูกที่เป็นสันได้รูป ริมฝีปากบางอมชมพูที่เชิญชวนลุ่มหลง ตลอดไปถึงเรือนกายใต้อาภรณ์เลอค่าที่ได้ทรวดทรง ทันทีที่เห็นใบหน้า ชายผู้ได้รับการขนานนามว่าปีศาจแห่งซิซิลีก็ทราบทันทีถึงฐานะของสตรีนางนี้
" โรเซตต้า ดีมีทีโอ ภรรยาน้อยคนโปรดของผู้สำเร็จราชการแห่งเนเปิล " จ๊อตโตบอก
" ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ" แน่นอน น่าแปลกที่ในช่วงศึกสงครามผู้หญิงที่มีฐานะสูงแบบนี้จะนึกอยากมาเที่ยวเล่นในสมรภูมิรบ
" ดูท่า...จะถูกท้าทายเสียแล้ว" ถ้อยคำนั้นราวกระซิบบอกตนเอง ชวนให้อีกฝ่ายต้องการเอ่ยปากถาม หากแต่ไม่ทันจะทำได้ดั่งใจ คนทั้งคู่กลับต้องเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงอีกครา เมื่อแลเห็นเงาของขบวนผู้อพยพที่เคลื่อนเข้ามา ชาวบ้านจากฟอกเจียกว่าสองร้อยคนที่ค่อยๆแบกสังขารอันอ่อนระโหยมาตามเส้นทางด้วยความมุ่งหวังจะเข้าไปพักพิงในนคร
ชาแซต้าอันมั่งมี แต่ความมุ่งมาดนั้นก็มีอันต้องชะงักไป เมื่อปรากฏว่ามีรถม้าของ " ผู้ดี" มากั้นขวาง พร้อมองครักษ์ที่สองมือจับถืออาวุธ และที่ยิ่งบาดใจ ก็คือภาพการนั่งเอกเขนกพักผ่อนยามสาย พร้อมกับการจิบชาและของว่างอย่างสบายอารมณ์ของนางบำเรอชั้นสูงผู้หนึ่ง
" ผู้หญิงคนนั้นคิดอะไรอยู่น่ะ!" ยามาโมโตะนิ่วหน้ากับอาการเมินชาของหญิงสาว แม้หล่อนจะแลเห็นผู้คนที่มายืนออรอคอย แต่ก็ยังคงนอนกึ่งนั่งสบายอารมณ์ มีหญิงรับใช้ปรนนิบัติพัดวี รับประทานของว่าง และหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุข ยิ่งรอคอย ยิ่งชวนสลดใจ
หนึ่งชั่วโมง
สองชั่วโมง
จากยามสาย เข้าสู่ยามเที่ยง
จากยามเที่ยงเคลื่อนคล้อยสู่บ่ายแก่
" คนพวกนั้นไม่ไหวแล้วนะครับ" ชายหนุ่มนักดาบบอก เมื่อแลเห็นว่าชาวบ้านโดนบังคับให้ต้องยืนรอผู้ดีพักผ่อนตากอากาศนานนับหลายชั่วโมง
" แล้วจะให้ข้าทำเยี่ยงไร นี่คือความเป็นไปของสังคมนี้ ของประเทศนี้...ทาเคชิ " คำบอกเล่าที่ยิ่งชวนสลดใจ
".........................................."
" อย่าได้คิดจะปรากฏตัวออกไปช่วยเหลือเช่นที่ผ่านมา" ผู้สูงวัยกว่าย้ำเตือนอีกครั้ง แม้จะรู้สึกหยามเหยียดพฤติกรรมของชนชั้นสูงแห่งเนเปิลเช่นกัน หากแต่สติสัมปชัญญะนั้นก็ยังคงมั่นคงไม่เปลี่ยนแปร
" ผมทราบครับ......ยิ่งออกไปก็ยิ่งจะก่อปัญหา" เช่นกัน นักดาบหนุ่มตอบรับ เขาเข้าใจ แต่แม้จะพูดเช่นนั้น ทว่าดวงตาสีดำที่มองภาพเบื้องหน้ายิ่งจะหนักใจยิ่งขึ้นทุกที ไม่ใช่ไม่รู้ความ ไม่ใช่ไร้เดียงสา หากปล่อยทิ้งไว้แม้จะนานสักหน่อย แต่เรื่องก็จะคลี่คลาย แต่หากยิ่งร้อนใจบุ่มบ่ามอาจกลับยิ่งทำทุกสิ่งให้วุ่นวาย แล้วทำไม...จึงเจ็บใจได้ขนาดนี้
" จงอดทนเถอะ" ชายหนุ่มแห่งซิซิลีบอก
แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันพลันเกิดขึ้นอีกครา หญิงสาวท้องแก่นางหนึ่งพลันล้มลงกับพื้น และร้องอวดคราญเป็นการใหญ่ อาการของนางนั้นเป็นที่แน่ชัดว่า น่ากลัวว่า...
" เมียข้าใกล้จะคลอดลูกแล้ว! " ชายผู้เป็นสามีร้องตะโกนลั่นเรียกเอาผู้คนโดนรอบชุลมุนกันเข้าไปพยุงปลอบหญิงท้องแก่ สิ่งที่ต้องทำเพลานี้ คือ.....รีบพานางไปทำคลอด
" หมอ! มีใครเป็นหมอบ้าง!" เสียงตะโกนโหวกเหวกร้องดังสนั่น แต่ดูเหมือนว่ารอบบริเวณนั้นจะไร้ผู้ขานตอบ
ไม่มีแพทย์ ไร้ที่ทาง ปราศจากอุปกรณ์ใดๆ
" อะ อ๊า!" สตรีนางนั้นร้องครวญครางและกรีดร้องอย่างน่าสงสาร ชาวบ้านได้แต่มองหน้ากันไปมา ก่อนจะเหลียวไปยังเบื้องหน้าโดยพร้อมเพรียง หญิงผู้ดีเพียงคนเดียวที่ขวางทางไว้ หากไม่มีนาง หากมีรถม้า ย่อมจะพาพรรคพวกของตนไปยังชาแซต้าได้ แต่.....
" นายท่าน! " ชายผู้เป็นสามีกุลีกุจอวิ่งฝ่าเขตกั้นเข้ามาแทบเท้าภรรยาน้อยท่านผู้สำเร็จราชการ " ได้โปรด! ได้โปรด!เปิดทางให้พวกข้าด้วยเถิดนายท่าน! ได้โปรดพาภรรยาข้าน้อยโดยสารไปยังชาแซต้าด้วย!" คำพูดราบกรานศิโรราบ วาดหวังขอความสงสาร อย่างไรเสียอีกฝ่ายเองก็ควรรู้ถึงหัวอกเพศเดียวกัน แต่แล้วมิทันจะได้เอ่ยวอนขอต่อ น้ำเย็นก็กลับถูกรินรดลงบนศีรษะของชายผู้นั้น
" น้ำล้างฝ่าเท้าข้ายังสูงส่งกว่าศีรษะของพวกเจ้า ความรื่นรมย์ของข้า ก็มิควรถูกขัดขวาง" น้ำเสียงนิ่งเย็นราวปีศาจนั้นเสียดแทง ทำเอาชายหนุ่มนิ่งไปสนิท
" น....."
" จัดการทำให้ผู้หญิงนั่นเงียบที น่ารำคาญนัก!" หญิงสาวออกคำสั่ง และนั่นก็เป็นเหตุให้นายทหารองครักษ์นายหนึ่งเป็นฝ่ายย่างสามขุมเข้าหาหญิงที่กำลังกรีดร้องใกล้คลอด
" หลีกไปถ้าไม่อยากตาย!" ชายองครักษ์ตะเบ็งเสียงกรรโชก หากแต่ชาวบ้านมากมายก็ยังคงละล้าละลัง หวาดเกรงประกาศิตขุนนางจากนครหลวง หากแต่ก็หวาดกลัวการสูญเสียชีวิตและมนุษยธรรม
" ม...ไม่!พวกข้าทำไม่ได้! จะปล่อยให้พวกท่านฆ่านางไม่ได้!" เสียงใครคนหนึ่งร้องตะโกน และเสียงนั้นก็ค่อยๆเซ็งแซ่ขึ้นร้องรับ หารู้ไม่ว่าการทำเช่นนั้นยิ่งทำให้ใครบางคน ณ ที่นั้น....โกรธเคือง
" ก็ดี...." เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่หยัดกายขึ้นจากพนักพิงใต้ร่มไม้ ดวงตามีแววยิ้มกริ่ม หากแต่ดูครั่นคร้ามน่าหวาดกลัว " ในเมื่อไม่อยากให้มันเหงา งั้นพวกเจ้า...ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนกันละกันนะ! ฆ่าพวกที่ต่อต้านให้หมด! พวกที่กล้าขัดคำสั่งข้า โรเซตต้า ดีมีทีโอ แห่งเนเปิล จงสังหารพวกมันให้สิ้น!" น้ำเสียงดุดันออกคำสั่งพร้อมเสียงชักดาบออกจากฝักที่พร้อมเพรียง ชายหนุ่มผู้สามีรีบรี่เข้ามากอดขาของหญิงสาว หวังวอนขอไว้ชีวิต แต่...
" งั้นเจ้าก็ไปรอนางในนรกละกันนะ เจ้าคนชั้นต่ำ! " สิ้นเสียงคำสั่งของผู้เป็นนาย คมดาบจากองครักษ์นายหนึ่งพลันแหวกอากาศหมายเด็ดศีรษะ แต่แล้วสิ่งที่หลุดกระเด็นขึ้นฟ้ากลับหาใช่ศีรษะหรือหยาดเลือดของผู้ใด หากแต่เป็น....ดาบเล่มหนึ่งที่ถูกแรงปะทะเหวี่ยงขึ้นไปกลางอากาศ
" จ เจ้าเป็นใครกัน!" เสียงร้องตะโกนถาม หากแต่ไร้ซึ่งคำตอบ เงาสีดำที่รวดเร็วดึงคอเสื้อของชายโชคร้ายขึ้น และพากระโดดขึ้นฟ้าเหวี่ยงร่างชายผู้นั้นไปท่ามกลางฝูงชนผู้อพยพเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะได้หันใบหน้ามาตั้งท่าโจมตีอย่างสมบูรณ์แบบอีกหน
" หลบไป!" เสียงของเจ้าของดาบเอ่ยเอื้อน ณ เวลานี้ เบื้องหน้าคนทั้งมวลกลับแลเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังถือดาบเพียงเล่มเดียวกั้นขวางชาวบ้านนับร้อยไว้จากการฆ่าฟันที่ไร้เหตุผลของขุนนางราชสำนัก
" แกเป็นใครกัน!" เสียงหญิงสาวกราดเกรี้ยวขึ้น ความรู้สึกขุ่นมัวไม่สบอารมณ์พลันบังเกิด
" สำนักดาบชิงูเระ โซเอ็น ยามาโมโตะ ทาเคชิ" นามนั้นคือสายฝน
" ผมจะ...ขวางทางพวกคุณ!" ว่าพลางกระชับดาบในมือมั่น ดวงตาสีดำแปลกตาที่ดุดัน และราวห่าฝนที่พร้อมสาดซัดทุกสิ่งให้ม้วยมอดมรณา
" แค่คนเดียว แต่คิดจะสู้กับทหารห้าสิบนายจากเนเปิลงั้นรึ เจ้าคนบ้านนอกไร้การศึกษา!" สตรีผู้เป็นผู้สั่งการตะเบ็งเสียงลั่น ช่างโง่เง่าและบ้าบอเสียเหลือเกิน...เจ้าคนผ่านทาง
" ก็แค่อยากทำแบบนี้เท่านั้นล่ะ" ชายหนุ่มตอบ ไม่เกี่ยวกับว่าจะปกป้องได้มากหรือน้อย ไม่เกี่ยวว่าจะชนะหรือแพ้พ่าย หากแต่...ต้องทำต่างหาก
ก็แค่ทำ
ให้ดีที่สุด
" ตายซะ!" ทหารสามสี่นายกลุ้มรุมเข้ามา มาดหมายทำร้ายชายหนุ่มที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว กับค่าชายหนุ่มนิรนามอ่อนเยาว์ผู้หนึ่งจักมีพิษสงอะไรมากมาย หากแต่ชั่วพริบตาที่โถมร่างเข้าใส่ ประกายสีเงินจากชิงูเระ คินโทคิพลันส่องประกายวาบ ร่างของหนุ่มนิรนามที่ถูกดูแคลนราวแลหาย
" สำนักชิงูเระ โซเอ็น! กระบวนท่ารุกที่แปด พิรุณกระหน่ำแทง!" พริบตาที่ร่างของชายหนุ่มไหวผ่านศัตรู คมดาบฆ่าฟันของมือสังหารเปล่งประกายระยับ หยาดโลหิตสาดกระเซ็นขึ้นตัดกับแผ่นฟ้า พร้อมกับร่างของศัตรูที่ล้มลงฟาดพื้นจนกองเลือด
" อะ........" ทหารหาญผงะถอย เพลงดาบแปลกตาที่ไม่คาดคิด บุรุษนิรนามที่ไม่คาดฝัน
" เข้ามาสิ ทางนี้..จะเป็นคู่มือให้เอง!" ยามาโมโตะประกาศพลางสะบัดหยาดเลือดที่คมดาบ แม้เดียดฉันท์การฆ่าฟัน แม้เบื่อหน่ายคาวโลหิต หากแต่
ฉันคือสายฝน
คือพิรุณโปรย
ที่เลือกหา
ศักด์ศรีของตน....
" คิดรึว่าเพียงคนเดียวจะปกป้องพวกนั้นทั้งหมดได้น่ะ!" โรเซตต้าบอก พลางส่งสัญญาณให้พวกทหารส่วนหนึ่งเข้าล้อมชายหนุ่ม และกระจายกำลังที่เหลือเข้าหาชาวบ้าน ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ตัวยามาโมโตะเองก็หวาดกังวลอยู่เช่นกัน แม้ว่าเขาจะเก่งกาจปานใด มั่นในฝีมือของตนเพียงไหน แต่จะให้ปกป้องคนมากมายด้วยลำพังดาบเพียงหนึ่งเล่มในเวลาเดียวกัน โอกาสแห่งความสูญเสีย ยิ่งจะแลเห็นกระจ่าง
" ....................................." ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ ได้แต่กลอกตามองสถานการณ์รอบด้าน แต่ที่แย่ยิ่งกว่าสถานการณ์คับขันนี่ กลับเป็นเสียงของหญิงสาวท้องแก่ที่ยิ่งจะโอดครวญระโหยไห้มากขึ้นๆ จะต่อสู้อย่างไร จะปกปักษ์อย่างไร จะรักษาชีวิตผู้คนเหล่านี้...ได้.....
อย่างไร
" ฆ่ามัน!" สิ้นเสียงคำสั่ง ชาวบ้านทั้งหมดก็มีอันต้องแตกฮือหนี เมื่อทหารแห่งเนเปิลกลุ้มรุมเข้ามาประชั้น และมาดหมายเงื้อคมดาบสังหารผู้บริสุทธิ์ตามคำสั่งผู้เป็นนาย
" สารเลว!" ยามาโมโตะกร่นด่าพลางกัดฟันกรอด หากแต่ยังคงมีสติสัมปชัญญะที่จะยังควงดาบคู่ใจในมือเข้าปะทะปกป้อง " แน่จริง ก็มาทางนี้สิ!" พูดไปเช่นนั้น แต่ก็ยังคงต้องเป็นฝ่ายวิ่งวนเข้าต่อกร สร้างทางหนีให้กับชาวบ้าน การต่อสู้ที่เสียเปรียบอย่างไม่อาจให้อภัย
" จบกันแค่นี้ล่ะ!" หญิงสาวแห่งเนเปิลตะโกน เมื่อแลเห็นคนใต้บังคับบัญชาเตรียมลงดาบสังหารหญิงสาวที่นอนดีดดิ้นอยู่กลางถนนไม่อาจลุกหนี หากแต่ ฉับพลันนั้น เปลวเพลิงสีส้มที่ไร้ที่มากลับเปล่งประกายขึ้น ที่ล้มลงฟาดกับพื้นดินกลับกลายเป็นร่างที่ถูกแช่แข็งจนกลายเป็นน้ำแข็งประดับเสาเรือนของศัตรู
อาภรณ์สีส้มของปีศาจ
แห่ง
ซิซิลี
" ป เปลวไฟ!" ใครบางคนตะโกนขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภาพให้กระจ่าง สมรภูมิการฆ่าฟันพลันแปรเปลี่ยนเป็นความตะลึงงึน
" คุณ..จ๊อตโต" ไม่ใช่แค่คนรอบข้าง แม้แต่ตัวยามาโมโตะเองก็ยังนิ่งไปด้วยไม่คาดว่าคนผู้นี้จะเสนอตัวเข้าช่วยเหลือ ก็ในเมื่อเจ้าตัวบอกเองว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อน จะให้คิดว่าทำตามอารมณ์เพราะนึกสงสารผู้คน...นั่นก็ไม่ใช่ตัวตนของคนผู้นี้เอาเสียเลย
คุณน่ะ
มีแผนอะไรอยู่
" เปลวไฟนั่น.." โรเซ็ตต้าเป็นคนที่เอ่ยขึ้น เปลวไฟเช่นนั้น....
" ไม่เจอกันตั้งนานนะ ท่านผู้หญิง...." ชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับเปลวเพลิงสีส้มสว่างไสวเอื้อนเอ่ย คำทักทายนั่นทำให้ยามาโมโตะต้องเหลียวหันทันที
" รู้จักรึครับ" ชายหนุ่มนักดาบถาม และยิ่งพิศวงเมื่อหญิงสาวสั่งให้ละการฆ่าฟันชั่วครู่ ราวกับว่าเป้าประสงค์ที่ปรารถนาได้สมความมุ่งหมายแล้ว
" ไม่เพียงรู้จัก แต่ยังเคยพบเจอ ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อจะล่อให้ข้าปรากฏกายสินะ..." คำถามนั่นเรียกเสียงฮือฮา กับรอยยิ้มแฝงเลศนัยของสตรีจากเนเปิล
" ข้าก็แค่ต้องการพักผ่อนชั่วครู่ชั่วยาม ใครจะหยั่งรู้เล่าว่าทางผ่านของข้า ก็เป็นทางที่มาของนายท่านวองโกเล่ผู้โด่งดังเช่นกัน" นางกล่าวพลางยักไหล่
" สายของท่านคงจะรายงานเรื่องที่ข้าพยายามจะเดินทางไปชาแซต้า และท่านก็คาดการณ์แล้วว่าข้าอาจจะแฝงมากับกลุ่มผู้อพยพ" ชายหนุ่มยังคงกล่าวต่อ นึกชื่นชมระคนหงุดหงิดใจเล็กน้อย
" หามิได้" โรเซ้ตต้าโค้งคำนับ " สตรีเช่นข้าน่ะรึจะตีตนเสมอยอดบุรุษเช่นท่าน ก็แค่...บังเอิญผ่านมาโดยบังเอิญเท่านั้น" นางแย้มยิ้ม รูปกายยวนยั่วและรอยเสน่หานั่น ปิดบังสติปัญญาและฐานะที่แท้จริงของนาง หญิงสาวที่นึกปรารถนาออกท่องเที่ยวช่วงสงคราม พำนักพักยังนครการศึก และยังหยุดรั้งเอนกายกลางถนนสัญจร ทุกสิ่งที่แลเห็น....ล้วนเป็นแผนการ
" ขอเอ่ยชมท่านจากใจ" จ๊อตโตว่า ยังคงฉีกยิ้มเย็น หากแต่ภายในสมองกลับครุ่นคิดมากหลาย เรื่องที่นอกแผนการ ตัวเองที่ตกหลุมพราง และ....การช่วยเหลือ
" นี่ท่านวองโกเล่" หญิงสาวขยับมือกรีดกราย ยังพยายามรักษาระยะห่างของตนจากศัตรู และวางกำลังทหารให้อยู่ในระยะที่จะฆ่าฟันประชาราษฎร์ได้โดยสะดวก " ข้ามีข้อเสนอ...."
" เชิญว่ามา" รับคำไปเช่นนั้น แต่ก็เชื่อว่าทุกสิ่งคงไม่ง่ายดาย
" ข้าทราบว่าท่านนั้นกล้าแกร่ง และขึ้นชื่อเรื่องสติปัญญาที่ชาญฉลาด ทั้งที่ซิซิลี ที่บารี บาเล็ตต้า และที่ฟอกเจีย และยิ่งเข้าใจว่าท่านนั้นเป็นบุรุษผู้มีสติยับยั้งชั่งใจยิ่งกว่าผู้ใด ดังนั้น...."
" ดังนั้น....."
" มาแลกเปลี่ยนกันเถอะ" สิ้นคำของหญิงสาวจ๊อตโตเพียงเลิกคิ้วอย่างข้องใจ ในขณะที่ยามาโมโตะนิ่วหน้าลง
" เชิญว่ามา" ชายหนุ่มถาม คำถามที่ดูราวไร้หนทางนั้นเรียกรอยยิ้มจากสตรีผู้รอคอย
" เริ่มจากผู้หญิงนั่น" โรเซ็ตต้าชี้ไปยังหญิงท้องแก่ใกล้คลอดที่บังเอิญกลายเป็นหมากเบี้ยชิ้นสำคัญ " ในขบวนข้ามีรถม้าอยู่หลายคัน ข้าจะให้ยืมคันเล็กนั่นพร้อมสารถี ให้นางโดยสารไปกับคนของท่าน เชื่อว่าเพียงไม่นานก็จะถึงมือแพทย์ ทารกน้อยก็จะได้ลืมตาดูโลกสมประสงค์"
" ไม่เลว" ปีศาจแห่งซิซิลีพยักหน้ารับ ดวงตาสีมรกตนิ่งสงัด รอคอยคำพูดในประโยคถัดมา
" ส่วนพวกชาวบ้าน ไม่เพียงข้าจะเปิดทางให้ผ่านไป แต่จะยังให้ทหารข้าเฝ้าติดตามดูแลจนถึงประตูเมืองชาแซต้า" ว่าพลางยิ้มกริ่ม ฟังดูราวกับเป็นข้อเสนอแสนดี หากแต่เพียงเท่านี้ก็แลเห็นถึงเจตนาร้ายที่แอบแฝง ให้ทาเคชิไปกับหญิงท้องแก่ คือเจตนาตัดพวกเขาทั้งคู่ออกจากกัน ให้ทหารดูแลชาวบ้านเท่ากับเจตนาจับไว้เป็นประกัน.....
" เช่นนั้น...ค่าตอบแทนที่ท่านมุ่งหวัง คือสิ่งใด" แม้จะรู้ แต่....
เล่นตามเกมผู้อื่น
ใช่จะไม่สราญใจ
" ข้าก็แค่....ปรารถนาให้นายท่านวองโกเล่ได้นั่งรถม้าชมทิวทัศน์ไปยังนครชาแซต้ากับข้า และร่วมรับประทานอาหารกันสักสองสามเพลา จะยินดีหรือไม่ล่ะ" คำเชื้อเชิญที่ราวบัตรเชิญสู่ความตาย สตรีงามมักมีหนามแหลม และนั่นก็เป็นสิ่งจริงแท้ ในกรณีของ โรเซตต้า ดีมีทีโอ แห่งเนเปิล หญิงสาวสามัญที่ป่ายปีนเป็นภรรยาน้อยคนโปรดท่านผู้สำเร็จราชการ และยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน.....เขี้ยวเล็บ ของเนเปิล
" ได้ร่วมเดินทางกับสตรีงามอันดับหนึ่งแห่งเนเปิล ต้องถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง" ทันทีที่จ๊อตโตกล่าวเช่นนั้นออกไป มือใหญ่ของผู้ข้างเคียงกายกลับคว้าจับลำแขนของเขาไว้
" มีอะไรรึ ทาเคชิ...." คำถามย้อนกลับแสนง่าย หากแต่ผู้ถูกถามกลับนิ่งงัน
"............................" รู้ เข้าใจ แต่ไม่ปรารถนา.......
" เจ้ามีภาระใหญ่รออยู่ เข้าใจที่ข้าพูดใช่หรือไม่" ปรารถนาให้....เข้าใจในสิ่งประสงค์
" .........ระวังตัวนะครับ " ได้แต่พูดออกไปเช่นนั้น ได้แต่เอ่ยออกมาอย่างเจ็บปวด ถ้าเป็นคนๆนี้ ถ้าเป็นคนผู้นี้
ไม่เคยพลาดพลั้ง
ไม่เคยผิดพลาด
สมบูรณ์แบบ
ผม.............
" เชื่อใจข้าสิ นะ" รอยยิ้มน้อยๆที่เรียบง่าย สง่างาม ตราตรึง ความรู้สึกนึกคิด.....
" ผมจะรอครับ คุณจ๊อตโต"
ผม............
เชื่อใจคุณ
ยามาโมโตะ ทาเคชิเดินไปอุ้มหญิงสาวที่กำลังเหนื่อยอ่อนขึ้นจากพื้น ในขณะที่สามีของนางวิ่งตามมา ทั้งคู่เดินไปขึ้นรถม้าทางด้านหลังที่จอดรออยู่ ทหารผู้ติดตามนายหนึ่งได้รับหน้าที่สารถี และ....ควบบึ่งรถม้า....จากไป
" ท่านจะรอช้าอยู่ไย ท่านผู้หญิงดีมีทีโอ" ท้องนภาแย้มยิ้มให้ นิ่งงัน และสงบเงียบ แม้ล่วงรู้ว่าอาจต้องจ่อมจมสู่แผนร้าย หากแต่หนทางนี้....จักไม่หวนคืน
สื่อประสานใจถึงใจ
ไร้ร้อยเรียง
คำพรรณนา
จบตอน
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก ตอนอาถรรพ์จบแล้ววววววววววววว ตัวละครรับเชิญที่โหดร้าย โฮกกกกกกกกกกกก จบตอนนี้หวังว่าจะหวานกับเค้ามั่งนะเจ้าคะ รู้สึกว่าเริ่มทำให้คุณทวดดูราชินีได้ ส่วนยามะ นายเท่ในสายตาฉันเสมอนะเฟ้ย! ถ้าจะมีอะไรอยากบ่นก็คือ......มือตก เขียนไม่ได้ดั่งใจ อา...ชักสถ่อยเกินไปแล้ว
ข่าวฝากเจ้าค่ะ
ข้าน้อยไปยืมตัวยามะมาได้ ในวันเสาร์ที่ 5 ก.ค. งาน CP 11 ใครสนใจดูยามะดาร์คตัวเป็นๆ ( ที่คิดว่าน่าจะมีอยู่เต็มงาน ) เชิญที่บูท HAPPY FAMIGLIA นะเจ้าคะ ส่วนข้าน้อย ก็จะแอบเนียนเป็นเงาต่อไป แล้วพบกันเจ้าค่ะ