fanfic reborn " Don't love me" Part 2 (XS )
posted on 10 Jul 2008 00:51 by ruk21us in FanfictionPart 2
เมื่อวานดูจะง่วงๆไปหน่อย เลยลืมแถลงว่าฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคเควสนะเจ้าคะ ( เควสจากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร ) แม้จะเป็น XS แต่ก็ได้โปรดทำใจกับ XS สไตล์ข้าน้อย ฟิคเรทกระฉูดก็อยากลองแต่งอยู่หรอก แต่มันคงไม่ใช่เรื่องนี้แน่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเรทๆหรอกนะเจ้าคะ
จะเขียนเรื่องนี้รอดหรือไม่ อ่านต่อตอน 2 เลยเจ้าค่ะ
ความเที่ยงแท้แน่นอนนั้นไม่มี
ความผันแปรทุกสิ่งล้วนมั่นคง
สายลมแรงกรรโชก พร้อมกับเสียงวิ่งสุดฝีเท้าของเด็กหนุ่มผมสีเงินที่กำลังลุยฝ่าเข้าไปในป่าข้างทางในชนบทของประเทศอิตาลี อาจเพราะการฝึกฝนมาอย่างยาวนานจึงทำให้แม้จะวิ่งมานานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ก็ไม่มีเม็ดเหงื่อให้ปรากฏมากมายนัก หากจะมีเรื่องใดที่หงุดหงิดน่ารำคาญล่ะก็ เห็นทีจะเป็นความรู้สึกคับข้องใจที่ฝังลึกในเวลานี้เท่านั้น
" คงตามมาไม่ทันแล้วสินะ " สควอโล่พูดกับตนเองเมื่อแน่ใจว่าไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าติดตามไล่หลังมาอีก ไม่มีอะไรสักอย่างที่เป็นไปอย่างที่คิด จริงๆตัวเขาก่อนหน้านี้ไม่มีความคิดที่จะหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกวองโกเล่เลย และก็ ไม่ได้คิดจะกระโดลงจากรถและหนีหายมาทั้งแบบนี้ด้วย แต่สุดท้าย...กลับทนไม่ได้ ทนคำโป้ปดอวดดีของผู้ได้ชื่อว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้าไม่ได้...
" แค่อยู่กับแก ก็พอแล้ว " ว่าพลางก้มลงมองดาบยาวในมือซ้ายของตน ตั้งแต่จำความได้สิ่งที่เคียงข้างกายเสมอมาก็มีเพียงสิ่งนี้ มารดาที่ตายจากนับแต่ยังจำความไม่ได้ บิดาที่เป็นหัวหน้าตระกูลที่วิ่งวุ่นอยู่กับภารกิจ พอเติบใหญ่ขึ้นก็ถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำ ใช้ชีวิตไปวันๆกับพวกเด็กเหลือเดนตระกูลมาเฟียแห่งอิตาลี ช่างไร้สาระ....
ไม่ว่าที่ไหน
ก็หาใช่ที่อยู่
เขารู้ตัวว่ากำลังเดิน เดินไปท่ามกลางความเงียบงันและไร้จุดหมาย สายตาเมียงมองไปรอบๆ ก่อนจะทรุดกายลงกับพื้นหญ้า แผ่นหลังพิงกับลำต้นของไม้ใหญ่ นับถอยหลังไปเรื่อยๆ เพื่อรอเวลากลับไปยังคฤหาสน์ นับถอยหลังไปเรื่อยๆ เพื่อรอเวลากลับไปยังโรงเรียนนรกนั่น
" เจ้าขี้ขลาดนั่น ตายไปรึยังนะ" สควอโล่พูดขึ้น เมื่อย้อนคิดถึงข่าวสุดท้ายที่ได้รับเมื่อก่อนปิดเทอมเมื่อสัปดาห์ก่อน หนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นที่ตาขาวที่สุด ตอนนี้กลายเป็นผู้สืบทอดรุ่นที่สิบ ของคาบัคโรเน่แฟมีลี่อย่างเป็นทางการ ข่าวการขึ้นเป็นนายใหญ่คนใหม่ของตระกูลมาเฟียที่โด่งดังทั้งที่อายุเท่านั้นเป็นที่โจษจัณฑ์กันไปทั่ว แต่นั่นก็เป็นเพียงข่าวประเดี๋ยวประด๋าว เพราะเพียงไม่นาน ข่าวเรื่องการถูกบุกโจมตีจากมาเฟียฝ่ายตรงข้ามที่พยายามแผ่อิทธิพลเข้าไปยังอาณาเขตของคาบัคโรเน่กลับยิ่งหนาหูยิ่งกว่า คนอ่อนแอแบบนั้น...... จะนำพาใครได้
" เสียงอะไรน่ะ!" เด็กหนุ่มสะดุ้งขึ้นสุดตัว ประสาทสัมผัสทั่วร่างตื่นตัวขึ้น มีอะไรบางอย่าง เสียง.....เสียงอะไรกัน..... แม้ว่าสัญชาตญาณอันตรายจะกรีดร้องเตือนสนั่น หากแต่ความรู้สึกบางอย่างกลับต่อต้าน หัวใจไหวระรัว ทางเบื้องหลังนั่น ในป่าลึกนั่น มีอะไรบางอย่าง..รอคอย
" บ้าบอที่สุด!" ฉับพลันทันใด เด็กหนุ่มกัดฟันกรอด รังสีฆ่าฟันที่ฝ่าบรรยากาศมากำลังหยุดเขาเอาไว้ ราวกับถูกบีบคั้นให้หันหลังหนี ราวกับถูกดูแคลนขลาดเขลา นี่เขากำลังถูกถูกหมิ่นศักดิ์ศรี จากคนที่ไม่อาจมองเห็นแม้แต่เงาอย่างนั้นน่ะรึ " ไม่มีทาง!" สควอโล่ตะโกนขึ้น กำดาบในมือให้มั่น และฝืนฝีเท้า...ก้าวเดิน
" ต่อให้แกจะเป็นผีห่าซาตานจากไหน คนอย่างสเปลฮี สควอโล่ ไม่หนีแกไปหรอกโว๊ย!" เมื่อประกาศเช่นนั้นแล้ว ฝีเท้าของนักดาบก็ออกวิ่งอีกครั้ง
ทั้งที่เป็นการวิ่งเหมือนกัน วิ่งในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน หากแต่ครั้งแรกคือการหนี และครั้งนี้...คือการเผชิญหน้า
มนุษย์เรานั้น
วิ่งเข้าหาโชคชะตา
อยู่เสมอ
สควอโล่ วิ่งตามเสียงกรีดร้องนั้นลึกเข้ามาในป่า ยามนี้สิ่งที่รายรอบตัวเขามีเพียงต้นไม้ใหญ่อึมครึม ทั้งที่เป็นยามกลางวัน หากแต่บรรยากาศกลับหนาวยะเยือกจับขั้วหัวใจ ความรู้สึกระแวดระวังภัยทั่วร่างยิ่งกรีดร้องดังขึ้นๆ แม้จะมองไม่เห็น แต่เขาสัมผัสได้ กลิ่นคาวเลือดที่โชยมาตามลม ด้วยความที่ตัวเขาเองก็ใช่จะเป็นมือสมัครเล่นใน " การฆ่า " เสียเมื่อไหร่ ยามนี้ย่อมจะรู้สึกได้ดีถึง....กลิ่นสาบสางของ...ความตาย
" แน่จริงโผล่หัวมาสิวะ! อย่าทำเป็นเต่าหดหัว มุดอยู่แต่ในกระดอง! " เด็กหนุ่มแผดเสียงกล้า แน่ใจว่าต้องมีใครแอบซ่อนอยู่ รอบๆนี่ ไม่ได้มีแต่เขาอยู่เพียงลำพังแน่นอน " ถ้าพวกแกไม่โผล่หัวออกมา ฉันก็จะเป็นฝ่ายลุยล่ะนะโว๊ย!" ว่าแล้วไม่รอช้า เด็กหนุ่มสะบัดคมดาบสีเงินพราวออกจากฝัก พลันกระโดดขึ้นจากพื้นดิน ข้อเท้าที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี ทำให้เขามีแรงสปริงตัวที่สูงกว่าคนปกติ ดวงตาสีเงินเพ่งจ้องขึ้นไปยังต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะลงมือฟาดดาบเป็นวงกว้างตัดต้นไม้ขนาดสี่คนโอบขาดสะบั้นล้มครืนลงต่อหน้าต่อตา
แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า กลับเป็นเงาคนในเครื่องแบบหนังสีดำสนิทสี่ห้าคนที่กระโดดออกมาก่อนที่ต้นไม้จะหักพังล้มลงดิน
" โผล่ออกมาแล้วสินะ!" เด็กหนุ่มนักดาบแสยะยิ้ม ก่อนจะปรายตามองภาพของชายเบื้องหน้าที่บัดนี้รุมล้อมเขาเข้ามา ไม่ผิดเลย รังสีฆ่าฟันอย่างนักฆ่ามืออาชีพ นักฆ่าของมาเฟียมืออาชีพ!
" แกเป็นใครกันไอ้หนู!" ใครคนหนึ่งตะคอกถาม พร้อมกับเหวี่ยงดาบคู่ในมือประชิดคอหอยของเด็กหนุ่ม หากแต่ฝ่ายที่ถูกขู่เข็ญกลับยิ้มเย็นขึ้นอย่างมีเลศนัย
" พวกแกเก่งสินะ...." สควอโล่ถาม ไม่มีทางที่จะปล่อยให้โอกาสงามเช่นนี้พลาดมือไปเด็ดขาด
" ! " เหล่านักฆ่าในชุดดำงุนงงกับคำถามไปเล็กน้อย ก่อนจะแสยะยิ้มขึ้นพร้อมกัน " แกดูถูกชื่อเสียงของ " วาเรีย" มาเกินไปแล้วเจ้าหนู!! " ทันใดนั้นเอง ปลายดาบทั้งห้าคู่จากคนห้าคนพลันพุ่งทะลวงมาทางลำตัวของเด็กหนุ่มอย่างพร้อมเพรียง หากแต่สควอโล่ไวกว่า เขาถีบตัวกระโดดขึ้นฟ้า และใช้เพียงปลายเท้าหยัดยืนอยู่บนปลายดาบทั้งสิบของศัตรู รอยยิ้มเย็นของเด็กหนุ่มนักดาบคลี่ออก ก่อนจะหัวเราะขึ้นเสียงดังอย่างสาแก่ใจ
" แกหัวเราะอะไร!" เสียงขู่เข็ญกรรโชก หากแต่ไม่อาจยั้งเสียงหัวเราะบ้าคลั่งนั่นได้
" กำลังเซ็งๆอยู่พอดี พวกแกเป็นใครก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ว่า.....ขอสนุกด้วยหน่อยเถอะ!" ทันใดนั้นสควอโล่ตัดสินใจถีบตัวเองขึ้นสูงอีกครั้ง เขากระโดดไปทางขวาเพื่อใช้ลำต้นของต้นไม้เป็นฐานถีบตัวทะยานขึ้น ปลายดาบแหลมคมถูกทิ้งลงต่ำจรดพื้น ก่อนจะพุ่งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง แน่นอนว่าฝ่ายศัตรูเตรียมตั้งรับและพร้อมจะเสียบร่างของเด็กอวดดีนั่นให้พรุนคาคมดาบ แต่กลับไม่เป็นไปตามคาด เมื่อคมดาบของเด็กหนุ่มนิรนามกลับไวยิ่งกว่าที่ตาเห็น ชั่วพริบตาที่คมดาบจะปะทะกัน ร่างของเด็กหนุ่มกลับเลือนหายไปต่อหน้า
ทันทีที่รู้สึกตัว กลับมีเพียงคาวเลือดที่ไหลกลบริมฝีปากตนเอง กับช่องท้องที่ถูกแทงทะลุไปตามๆกัน คมดาบไวปานสายฟ้าแลบ รุนแรงราวคลื่นถาโถม กวัดแกว่งดาบต่างแขนขา สะบั้นคู่ต่อสู้ให้แหลกลงคามือ ชายห้าคนล้มลงกับพื้นพร้อมกับดวงตาเหลือกโพลงอย่างหวาดหวั่น ไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะพบเจอกับปีศาจในท่ามกลางภารกิจลับของพวกตน
ปีศาจสีเงิน
ไร้ชื่อไร้เสียง
" ไม่แน่จริงนี่หว่าพวกแกน่ะ! เห็นคุยว่าเป็นวาเรียอะไรนั่นซะดิบดี นึกว่าจะเจ๋งซักแค่ไหน!" สควอโล่ประกาศกร้าวอย่างดูแคลน เขาไม่รู้จักคนพวกนี้ และก็ไม่สนใจชื่อวาเรียบ้าบออะไรนั่น รู้ก็แค่ว่าเจ้าพวกตรงหน้านี่มันช่าง....อ่อนแอ....
" แก ! ไอ้เด็กนรก!" เสียงกร่นด่าสาปแช่งระงม แต่ฝ่ายผู้ชนะกลับเห็นว่าเป็นเพียงเสียงแมลงไร้ค่าที่ไม่มีค่าเพียงพอให้สดับฟัง น่าแปลก...นี่ไม่ใช่รังสีสังหารที่รู้สึกตอนนั้น ไม่ใช่ความเย็นยะเยือก และร้อนเร่าที่สัมผัสถึงเลยสักนิด ความรู้สึกเมื่อครู่นั่น...มันอะไรกัน
" เฮ้ย!" สควอโล่อุทานออกมาพร้อมกับรีบถีบตัวขึ้นไปบนกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว จู่ๆเปลวเพลิงระเบิดรุนแรงกลับพุ่งมาอย่างไร้ทิศทาง และมัน...มาดหมายเอาชีวิต.....
" ท ท่านแซนซัส!!!!!" เสียงบรรดาผู้แพ้ที่เรียกขานตนเองว่านักฆ่าดังกรีดร้องก้องสนั่น ร่างที่แลเห็นเมื่อครู่บาดเจ็บจากคมดาบจนลุกไม่ขึ้น และเมื่อไม่อาจหลบแรงระเบิดมหาศาลนั่นได้ สิ่งที่ดวงตาสีเงินของสควอโล่ได้แลเห็นอีกครั้ง จึงกลับเป็นเศษซากร่างกายมนุษย์ที่ค่อยเกรียมเป็นตอตะโกแหลกสลายไปตรงหน้า
" นี่มัน..." สันหลังเย็นยะเยือก
ความรู้สึกนี่...
" ใครกัน!" เด็กหนุ่มหันกลับไปเบื้องหลัง ในความมืดที่มาดหมายว่าจะได้เห็นเจ้าของรังสีสังหารที่น่าหวาดหวั่นนั่น หากแต่กลับมีเพียงความว่างเปล่าที่รอคอย ทั้งลมหายใจที่ผ่อนคลายไม่ทั่วท้อง และบรรยากาศชวนอึดอัดคลื่นเหียน ....
นี่มัน
อะไรกัน
จบตอนเจ้าค่ะ
และแล้วตอนนี้เฮียของเราก็ยังไม่โผล่ หึๆ ว่ากันตามตรงไม่ได้เจตนากั๊กหรอกนะเจ้าคะ แต่ให้โผล่ไม่ได้ก็เท่านั้น ก็บอกแล้วว่า นี่คือเรื่องของสควอโล่ก่อนจะได้ชื่อเป็นจักรพรรดิแห่งดาบนิ
ชอบสควอโล่เวอร์ชั่นหนุ่มน้อยนะเจ้าคะ รู้สึกว่ากว่าจะกลายเป้นชายหนุ่มที่มุ่งมั่นและเท่สุดใจขาดดิ้นขนาดนั้น มันคงไม่ใช่จู่ๆก็นึกอยากจะเป็นขึ้นมาได้หรอกน่า หรือแม้แต่ความภักดีที่ให้แซนซัส มันก็น่าจะมีที่ไปที่มา ดังนั้น....กรุณาอดทนต่อไปกว่าจะถึงฉากหวานๆ ถ้าท่านไม่เบื่อกันเสียก่อนนะเจ้าคะ
จะเขียน XS กับเขาทั้งที ก็ขอเขียนตามใจตัวเองหน่อยเถอะ ไม่อยากให้คาดหวังนะเจ้าคะ เพราะข้าน้อยเองก็...จะขอเอาแต่ใจกับ XS ของตัวเองแบบสุดๆเหมือนกัน
พรุ่งนี้ไม่อัพนะเจ้าคะ จะไปอัพ X27 plus 10027 plus D18 ใน Ascending of the Sky ต่อเจ้าค่ะ
ปล. เชิญติเตียนตามอัธยาศัยกับเรื่องนี้เจ้าค่ะ ข้าน้อยยิ่งเป็นมือใหม่กับ XS อยู่
มนุษย์เรานั้น
วิ่งเข้าหาโชคชะตา
อยู่เสมอ
>>>>> วิ่งเข้าหารักแท้ใช่ไหม!!!!!!!!!! 5555555555+
โดนท่านรักสกายคิกกลับมา
ฉลามเท่ เถื่อน เก่ง มาดแมน เสะได้ใจพะยะค่ะ เสะเจอเสะกว่านี่มันถูกใจนัก
รออ่านตอนหน้าโล้ดดดค่ะท่าน
#1 By เฟียร์ . Fiar on 2008-07-10 01:02