fanfic reborn " Don't love me" Part 4 (XS )

posted on 15 Jul 2008 17:27 by ruk21us  in Fanfiction
 

Part 4

 

หาได้มุ่งหวังให้จีรัง

 

หากแต่วาดหวังให้ยั่งยืน

 

                เวลาราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เด็กหนุ่มผมสีเงินนิ่งงันอยู่เช่นนั้น  อาจเป็นเพียงชั่วเสี้ยววินาที หากแต่ในห้วงคำนึงแห่งสติสัมปชัญญะทั้งมวล มันราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์   ร่างของเด็กหนุ่มที่อายุอานามน่าจะสูงวัยกว่าเล็กน้อย เส้นผมสีดำสนิทที่ตัดกับดวงตาสีเพลิงที่วาวโรจน์ลุกโชติช่วง ร่างสูงใหญ่กำยำเฉกเช่นนักรบ ชุดสูทสีดำเรียบประณีตสะดุดตา ทั้งที่ดูภายนอกก็ควรจะกลืนไปกับแขกที่มาร่วมงานมากมาย หากแต่ บางอย่าง.... ความรู้สึกบางอย่าง......

 

มองอะไรอยู่  

 

เฝ้าหาอะไรอยู่

 

" หมอนั่น......." ณ เวลานั้น ณ ที่นั้น อาจไม่มีใครสัมผัส อาจไม่มีผู้ใดหยั่งถึง แต่....สเปลฮี สควอโล่กลับรู้สึก....แตกต่าง สันหลังชาวาบ ร่างกายเย็นดั่งถูกผนึกใต้สวนน้ำแข็ง  เด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าเขา หมอนั่นกำลังมองไปเบื้องหน้า  มองไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้านั่น.....เย็นชา แน่วแน่ คลั่งแค้น มั่นคง   มองไปยังนภาสีทองที่งดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาแห่งความอาฆาตมุ่งร้าย   ทำไมกันล่ะ........

" ....................." ทั้งที่อยากจะละสายตาไปด้วยว่าไม่ใช่วิสัยที่จะเอาแต่นิ่งมองใครสักคนเช่นนี้ แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจคิด สองขาหยุดนิ่ง ท่ามกลางเสียงปรบมือสรรเสริญคุณงามความดีต่อวองโกเล่รุ่นที่ 9  ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่รื่นเริงของเหล่ามาเฟียชนชั้นปกครอง  ทำไมจึงมีเพียง ณ ตรงนี้ที่....เงียบงัน

 

หากว่าโลกนี้จะมีใครที่หาญกล้าท้าพระเจ้า

 

บางที

 

อาจเป็นหมอนี่

 

" มองอะไรของแก ไอ้สวะหน้าโง่!" เสียงทักแรกที่เอ่ยขึ้นยามที่ดวงตาสองคู่หันมาสบกันนั้นยากแก่การลืมเลือน  น้ำเสียงที่ทำให้สควอโล่ถึงกับต้องเบิกตาโพลง

 

เสียง.......

 

" แกนั่นล่ะ มองวองโกเล่ไม่กระพริบตาตั้งแต่เมื้อกี้เหมือนกันไม่ใช่เรอะ " เด็กหนุ่มนักดาบตอบ หากแต่คำพูดย้อนนั่นกลับทำให้ฝ่ายตรงข้ามแสยะยิ้มให้ ดวงตาสีโลหิตหรี่ตามองอย่างเดียดฉันท์ปนสมเพชเวทนา

" ลูกชายจะมองพ่อตัวอย่าง มันแปลกตรงไหนล่ะวะ ไอ้สวะหัวเน่า!"  อีกฝ่ายกรรโชกให้ ท่าทางแสดงออกถึงความเหิมเกริมบ้าอำนาจ และดูราวกับโลกทั้งใบตั้งอยู่โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง   

" แก!" สควอโล่กัดฟัน นึกอยากเสียบปากดีๆนั่นทะลุคอหอยขึ้นมาตะหงิดๆ ไอ้คุณชายพรรค์นี้น่ะรึ.....บุตรชายแห่งท้องนภาสีทองนั่น  

" มีปัญหารึไง "

" เออ!" นักดาบหนุ่มบอก รู้สึกหมั่นไส้แกมคลื่นเหียนเสียเต็มประดากับท่าทีของอีกฝ่าย  โดยหารู้ไม่ว่าใบหน้าที่ขึ้นสีด้วยแรงโมโหกับความหงุดหงิดนั่น ก็สร้างความรำคาญให้กับคู่สนทนาของเขาไม่ต่างกันนัก

" มองแบบนั้น แกอยากพูดอะไรกันแน่ " ว่าแล้วเด็กหนุ่มร่างสูงก็ค่อยก้าวเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น จังหวะก้าวที่มั่นคง ดวงตาเฉียบคมตั้งมั่น  อาจจะเป็นเพียงอุปทาน หากแต่เวลานั้นตัวสควอโล่เองกลับต้องยอมรับความจริงโดยดุษฎี......

 

ชายผู้นี้

 

กดดันเขา

 

 " ................................" แม้จะเจ็บใจ หากแต่ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เหงื่อกาฬพลันไหลอาบเสื้อเชิ้ต  ทุกย่างก้าวของคนตรงหน้า ทุกเสียงสรรพที่ได้ยิน  หัวใจที่ยิ่งเต้นระส่ำไร้จังหวะ

 

เสียง

 

ที่จดจำได้

 

" โฮ่!  นี่คงคิดว่าตัวแกแน่มากสิท่า " ฝ่ายที่ถือตนว่ามีไพ่เหนือกว่าแสยะยิ้มบอกพลางคว้าแก้วไวน์แดงจากถาดที่บริการนำมาเสริฟขึ้นจิบ  จะมีสักกี่คนกันที่จะกล้ายืนเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่ถอยร่นแม้เพียงก้าวเดียว ดวงตาสีเงินที่น่าชิงชัง ทอประกายอารมณ์ที่น่าบดขยี้ทำลาย 

 

ก็แค่สวะ

 

ที่รนหาที่ตาย

 

" แกต่างหาก คิดว่าเป็นลูกชายวองโกเล่ แล้วจะมาเบ่งรึไงวะ!"  สควอโล่ตะเบ็งเสียง ซึ่งแน่นอนว่ามันดังพอที่จะเรียกให้คนรอบข้างหันขวับกลับมามองทางพวกเขาเป็นตาเดียว ภาพที่แลเห็น คือเด็กหนุ่มสองคนที่ตัดกันราวคู่ขนาน ยืนจ้องหน้าอย่างเย็นชาราวกินเลือดเนื้อ และไร้อาการลดราวาศอก

" น่าสนใจดีนี่หว่า..." เด็กหนุ่มยิ้มหยันก่อนจะค่อยบรรจงจิบไวน์ด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว  อยากเล่นด้วย  คนที่ไม่ยอมสยบแทบเท้า คนที่บังอาจมาจ้องหน้าท้าทาย คนจำพวกนี้.....

 

น่าขยี้ให้ตาย

 

" เพล้ง!" เสียงเศษแก้วกระทบของแข็งดังกังวานก้อง ยามที่คนทั้งงานหันกลับมามองอีกครั้ง กลับแลเห็นเศษแก้วไวน์ที่เคยอยู่ในมือของบุตรชายวองโกเล่รุ่นที่ 9 ถูกเหวี่ยงกระทบศีรษะของเด็กหนุ่มนักดาบแห่งตระกูลสเปลฮี   สีแดงของไวน์ย้อมเส้นผมสีเงินจนเปลี่ยนเป็นสีเข้ม  เลือดสีแดงไหลซึมตัดเป็นทางยาว ศีรษะที่ถูกฟาดมีรอยแผลพาดจรดหางคิ้ว

 

ช่างเป็นการทักทาย

 

ที่น่าระทึกขวัญ

 

" แก!" ไม่รีรอช้า นักดาบหนุ่มพลันกระชากคมดาบออกจากฝัก รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ คมดาบที่แลเห็นหมายจ้วงแทงกลางอกอีกฝ่ายให้แดดิ้นตาย ทว่าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นทายาทแห่งวองโกเล่แฟมีลี่อันเกรียงไกรก็ใช่จะเป็นคนที่อาจเอื้อมลูบคมได้โดยง่าย เด็กหนุ่มร่างสูงเพียงเบี่ยงตัวหลบให้พ้นรัศมีคมดาบอย่างไม่ทุกข์ร้อนหากแต่ก็ไม่ประมาทเฉกเช่นกัน ฝีไม้ลายมือเจ้าหนูเบื้องหน้านี่...ใช่จะไม่เคยประสบพบเห็น

" ยังช้าไป!" เด็กหนุ่มร่างสูงตะโกน พร้อมกับเตรียมชักปืนคู่ใจจ่อศีรษะเป่าขมับคู่กรณี ถือเป็นการสบโอกาสที่จะจัดการพยานรู้เห็นในเรื่องไม่สมควรให้พ้นทาง

 

แม้จะเก่งกล้า

 

แม้จะอาจหาญ

 

ก็...........

 

แล้วไงล่ะ

 

" แกต่างหากที่ช้าไป ไอ้คุณชาย!" ดังคำประกาศของเด็กหนุ่มผมเงิน คมดาบที่คิดว่าจะแทงทะลุอก พลันเปลี่ยนวิถี ถากเข้าที่แก้มซ้ายของอีกฝ่ายจนเลือดไหลซึม  ฉันใดฉันนั้น

 

บาดแผลต่อบาดแผล

 

หยาดเลือดต่อหยาดเลือด

 

                ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อ ท่ามกลางเสียงติฉินนินทาไม่ขาดสาย หนึ่งคือบุตรชายแห่งท้องนภาอันเรืองรุ่ง หนึ่งคือเด็กหนุ่มไร้นามกรที่หาเคยได้รับการโจษขานในวงการ   แม้โลหิตคาวคลุ้งอาจกำลังจะย้อมงานเลี้ยงกระชับมิตรจนน่าหวาดหวั่น หากแต่กลับไร้ซึ่งเสียงห้ามปราม  สำหรับผู้คนรายรอบ พวกเขาเพียงต้องการหยุดดูสถานการณ์ และอาจเพราะล่วงรู้เกียรติศัพท์ของคุณชายแห่งวองโกเล่แฟมีลี่ผู้นี้ดีพอจึงได้นิ่งงัน  หากแต่สำหรับ ใครอีกหลายคน ณ ที่นั้น รวมไปถึงตัวนายใหญ่แห่งครอบครัว   สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ตัวผู้สืบทอดผู้เอาแต่ใจ   หากแต่เป็น....

 

ดาบเล่มหนึ่ง

 

ของนักดาบ

 

" ดูเหมือนแกจะอยากตายมากนะ ไอ้สวะหัวเงิน!" เสียงเหี้ยมเกรียมกรรโชกอย่างไม่ยี่หระ    พลางแนบใบหน้าประชิดเข้าใกล้ฝ่ายตรงข้าม ดวงตาสองคู่สบประสานอย่างมาดมั่นบ้าบิ่น 

 

คือวารีบ้าคลั่ง

 

คือเพลิงผลาญมอดมลาย

 

" แกน่ะ...." สควอโล่เบาเสียงลง ดูราวกับไม่ต้องการให้ใครในที่นั้นได้ยินประโยคถัดไปนัก " คิดจะฆ่าปิดปากฉันสินะ ไอ้คุณแซนซัส!" คำพูดเรียกโทสะจริตที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเบิกตาโพลง แน่ล่ะ ด้วยโสตประสาทของนักดาบที่ฟังออกแม้เสียงใบหญ้าและคมดาบที่แหวกมวลอากาศ มีหรือที่เขาจะจดจำเจ้าของเสียงเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาไม่ได้   ช่างน่าสนุก....

" แกก็ไม่โง่นี่หว่า!" แซนซัสหัวเราะ แม้จะโมโหและขัดใจ แต่ก็อดนึกสนุกเสียไม่ได้  เจ้าหนูสีเงินเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ........เร้าใจกว่าที่คิดไว้เป็นกองมิใช่รึ

" แก!" เด็กหนุ่มสบถตอกกลับก่อนจะตั้งท่าจู่โจม  เพลงดาบไร้พ่ายของเขาที่ไม่เคยมีซ้ำกระบวนท่า  ลอกเลียน เลียนแบบ เชือดเฉือนเอาชีวิต........

" เข้ามาเลย ไอ้หน้าโง่!" แซนซัสว่าพลางชักปืนคู่ออกบ้าง  ในสายตาของเด็กหนุ่มสองคน ณ เวลานั้น ต่างก็ไม่เหลือผู้ใดในสายตา 

 

ต่างมีกันและกัน

 

ฆ่าฟันให้ดาวดิ้น

 

" เข้ามา!! "สองเสียงประสานกัน ร่างสีเงินพลันกระโดดขึ้นฟ้า ในขณะที่อีกฝ่ายขึ้นไกปืนเล็งลำกล้อง ดวลกันให้ตายในทีเดียว

 

                ทว่า..... ก่อนที่โลหิตของผู้ใดจะนองเปื้อนเวทีกระชับมิตรอันควรรื่นรมย์  เงาๆหนึ่งกลับกระโจนเข้ามาจากวงนอก  พลันเหวี่ยงอาวุธในมือวาดเป็นวงกว้างเพื่อทำลายจังหวะของคู่ต่อสู้บ้าดีเดือดทั้งสอง ก่อนจะรวบอาวุธคู่ใจไว้ที่มือขวาเพื่อกันคมดาบจากอดีตเพื่อนร่วมชั้นที่พร้อมบั่นศีรษะตนเอง และใช้เพียงมือซ้ายกดอาวุธปืนของญาติผู้พี่ให้เบนวิถีอย่างจำยอม   เด็กหนุ่มผมทองแย้มยิ้มก่อนจะเอ่ยทักทาย

"  พวกนายน่าจะให้เกียรติท่านรุ่นที่ 9 หน่อยน้า" 

 

 

โศกนาฏกรรมใด

 

ที่รอคอย

 

 

 

จบตอน

 

ยาวแล้วนะเจ้าคะตอนนี้ จะเวิร์คหรือไม่ คนเขียนไม่ทราบ ขอรอคอมเมนต์เจ้าค่ะ 

 

รู้แต่ว่า..... สะใจคนเขียนนนนนนนนนนนน

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อร๊ายยยย มาต่อแล้ว ทำเอาใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เลยนะคะ ช่วงที่สู้กันแล้วหน้าแทบจะแนบชิดกันเนี่ย cry

ดีโน่ ... มันเก่งแล้วรึตอนนี้? แถมใจกล้าซะด้วย (เพราะลูกน้องอยู่ด้วยล่ะสิ)

แต่ ...
แต่ ....

อร๊างงง รอตอนต่อค่า ฉากเจอกันแบบนี้นี่มันได้ใจจริง ๆ

#1 By ~WhiteChoc!~ on 2008-07-15 18:10

หลบหน่อยพระเอกมา เอ้ย ไม่ใช่

ขโมยซีนสุดๆ แบบนี้เป็นพระรองในเรื่องแหงๆเลย เอาหนังเกาหลีเป็นประกัน

ตอนที่สควอโลเบาเสียงลง ตรงนั้นให้ความรู้สึกเร้าใจดีจัง (จิ้นไปเอง) question

#2 By ffr -_- on 2008-07-15 18:49

ตกใจตรงดีโน่เหมือนกันค่ะ สงสัยเพราะอยู่ต่อหน้ลูกน้องล่ะมั้ง??

แต่ว่า.......
ขำค่ะ 555 ตกลงนี่เป็นการโดน(??)ครั้งแรกใช่ไหม สควอลโล่ (หมายถึงปาแก้วค่ะ - ฮา)
อา...วัยรุ่นเลือดร้อนทั้ง 2

เอ่อ คุณ ffr
ตอนที่สควอโลเบาเสียงลง ตรงนั้นให้ความรู้สึกเร้าใจดีจัง (จิ้นไปเอง)

<< เรากลับคิดว่าสควอลโล่พูดเสียงเบาๆก็เป็นเหรอ? sad smile

#3 By double on 2008-07-16 08:38


รักแรกพบ!!!
ไม่ใช่ล่ะ โดนท่านรัก สกายคิด รอบที่... ไม่อยากจะนับ ( หัวเราะ )

ชอบคำว่าคุณชายยย~ ชอบบบบบบบบ
เม้นต์เก่าหายอีกแล้ว... กรีดร้องแล้วหนีจากไป โฮ

#4 By เฟียร์ . Fiar on 2008-07-16 23:51