หลายชั่วโมงต่อมา ซาวาดะ สึนะโยชิยังคงเดินดุ่มอยู่เพียงลำพังในเมืองที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน วันนี้เป็นวันธรรมดาๆในช่วงปิดเทอมใหญ่ หากว่ากันตามตรง เขาควรจะยังได้เที่ยวเล่นกับเพื่อนสนิทอย่างโกคุเดระ หรือยามาโมโตะ  สนุกสนานไปเฉกเช่นเคย แม้ว่าจะเป็นภาพลวงตาที่ไม่จีรัง แม้จะพยายามลืมเลือนคราบเลือดที่ย้อมร่าง แต่ก็ยังดี...ที่ได้ฝัน

 

แต่ว่าเวลานี้

 

ความฝันที่วาดหวัง

 

อยู่ที่ใด

 

" จะไปที่ไหนต่อดีล่ะ" สึนะครุ่นคิด เขาต้องการหาข่าวคราวของ ฮิบาริ เคียวยะ ยามาโมโตะ ทาเคชิ และ โรคุโด มุคุโร แต่ก็มืดแปดด้านอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี  สิ่งที่ทำได้ก็คือการพยายามสอดส่องข้อมูลผ่านอินเตอร์เนท และหนังสือพิมพ์ แต่ก็ไม่มีข้อมูลใดหลุดรอดออกมาเลยสักนิด เรื่องนี้ดูท่าจะไม่ธรรมดา ใครกันที่ชักใยอยู่เบื้องหลังการตามล่าล้างผลาญคราวนี้

 

ไม่ใช่การทดสอบ

 

ไม่ใช่ศัตรูภายนอก

 

ไม่ใช่แค่คนภายใน

 

ราวกับว่า.....วองโกเล่

 

กำลังถูกกัดกิน

 

" ไม่มีประโยชน์สักนิด" สึนะบ่นกับตนเอง ก่อนจะออกเดินไปตามถนนอย่างไร้ทิศทาง สายลมแรงที่น่าปวดใจ แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะทอดถอนเหน็ดเหนื่อย จริงๆเขาอยากจะบุกเข้าสถานีตำรวจแห่งชาติเพื่อเค้นข้อมูลแต่ถ้าทำแบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการหาเรื่องใส่ตัวให้ยิ่งมากเรื่องมากราวยิ่งขึ้น............ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เดินมาหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะ  สวนสาธารณะยามสายที่ยังมีผู้มาพักผ่อนไม่มากนัก  กลิ่นใบหญ้า กลิ่นดิน ความสงบที่ใฝ่ฝันหา 

" ตรงนี้......" ที่ๆแยกจากผู้ชายแปลกหน้าแสนพิลึกคนนั้น  รอยยิ้มที่อบอุ่น ความรู้สึกที่สะดุดใจ ถ้าเป็นไปได้ การได้หยุดเวลาอยู่กับคนแบบนั้นสักพัก มันจะดีแค่ไหนกันนะ

" ไร้สาระจริงๆเรา" สึนะหัวเราะเบาๆให้กับความคิดของตนเอง เขาเดินวนเวียนเอื่อยเฉื่อยอยู่แบบนั้น พลางคิดถึงความสัมพันธ์ของตนเองกับผู้ชายอีกคน...แซนซัส     ระหว่างพวกเขา.......ความขุ่นข้องหมองใจ การทะเลาะเบาะแว้ง การมีปากเสียง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สายตาเย็นชาที่มอบให้ระหว่างกันนั้น

 

ไม่เคยแปรเปลี่ยน

 

                ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดด้วยความรู้สึกพะว้าพะวังอยู่นั้น โสตประสาทพลันได้ยินเสียงร้องโยเยดังมาแต่ไกล เป็นเสียงเด็ก เสียงเด็กกำลังร้องไห้  เสียงนั่นทำให้สึนะต้องขมวดคิ้วและเดินตามไปอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ในพุ่มไม้ที่ดูราวกับไม่มีสิ่งใด  เสียงทารกร้องไห้ตัดกับเสียงนุ่มของใครคนหนึ่งที่กำลังปลอบโยนอย่างเต็มกำลัง

" นิ่งซะสิ แล้วฉันจะแบ่งมาชเมลโล่ให้นะ" เสียงนั่นเอ่ย เสียงที่ทำให้เด็กหนุ่มต้องเบิกตาโพลง และเผลอเร่งฝีเท้าติดตามเข้าไปในพุ่มไม้ในส่วนที่ร้างผู้คนที่สุดของสวนสาธารณะประจำเมือง   ชายหนุ่มผมสีขาวที่กำลังนั่งหยอกล้อกับทารกที่ถูกวางไว้ที่พื้นดิน ดวงตาสีม่วงอเมทิสที่เมียงมองทารกน้อยอย่างรักใคร่ ปลายนิ้วที่เคลียคลอแก้มเนียนของเด็กน้อย รอยยิ้มที่อบอุ่นและ......น่าแปลกประหลาด

" ค  คุณเบียคุรัน..." สึนะเรียกชื่อนั้นออกมาโดยที่แม้แต่ตนเองก็ไม่ทันตั้งตัว ไม่นึกฝันว่าชายที่ตนคิดถึงอยู่เมื่อชั่วไม่กี่นาทีที่ผ่านมาจะมาปรากฏตัวต่อหน้า ซ้ำยังออกมาด้วยภาพลักษณ์ที่แสนสุขใจอย่างเหลือเชื่อ 

" ไง สึนะคุง" ชายหนุ่มหันมายิ้มให้ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ต้องการเจอตัวจะมาปรากฏต่อหน้ารวดเร็วทันใจขนาดนี้ ดูท่าเด็กทารกนี่จะเป็นตัวนำโชคมหาศาล

" เด็กคนนั้น....." ว่าพลางสาวเท้าเข้าไปใกล้

" อ๋อ ฉันเจอน่ะ ร้องไห้ไม่ยอมหยุดเสียที" เบียคุรันว่า หากแต่พอได้ยินเช่นนั้นสึนะกลับขมวดคิ้ว เด็กหนุ่มค่อยๆประคองละอุ้มทารกน้อยไว้กับอ้อมอก สำหรับเขาแล้วไมเคยคิดที่จะรังเกียจเด็กเล็กๆแม้แต่น้อย

" หิวสินะนายน่ะ" สึนะว่า

" ฉันก็ว่างั้น" เบียคุรันเสริมพลางนำมาชเมลโลไปแนบกับริมฝีปากบางของพ่อหนูน้อย พฤติกรรมแบบนั้นทำเอาฝ่ายที่อุ้มทารกอยู่ถึงกับนิ่งตะลึงมองอย่างงงงวย ไม่แน่ใจว่านั่นเป็นเพียงการล้อเล่น หรือเพราะไม่รู้ข้อเท็จจริงจริงๆ

" อะ   เอ่อ..... คุณเบียคุรันครับ"

" หืม"

" ทารกน่ะ  ทานขนมแบบนั้นไม่ได้นะครับ" สึนะบอกอย่างกล้าๆกลัวๆ  กลัวจะทำให้อีกฝ่ายเศร้าใจหรือหักหน้าอ้างตัวอวดรู้อยู่หรอก แต่จะปล่อยผ่านไปก็คงดูตลก   ทว่า แทนที่ชายหนุ่มจะแสดงทีท่าไม่สบอารมณ์หรือโมโหอ่างที่คาดคิด  เบียคุรันกลับหัวเราะเบาๆก่อนที่จะ......หยิบขนมชิ้นนั้นป้อนใส่ปากตนเอง

" น่าเสียดายนะ อร่อยออก" พูดออกมาพลางแย้มยิ้มให้  ในสายตาของเด็กหนุ่มที่กำลังอยู่ในภาวะน่าสิ่วน่าขวานและไร้ที่พักพิงทางใจในขณะนั้น เพียงรอยยิ้มหนึ่ง ก็อิ่มใจและงามงดยิ่งกว่าคำหวานใด   เสียงทารกน้อยหยุดร้องไปแล้ว เมื่อเด็กหนุ่มโอบกอดไว้ในอ้อมแขน บางทีอาจเพราะความอบอุ่นและความรู้สึกดีๆที่มีเพียงเด็กในวัยเยาว์อาจสัมผัสได้  เพียงความปรารถนาดีที่ส่งผ่านอ้อมแขน ก็อาจหยุดยั้งความกระวนกระวายของผู้ถูกละทิ้ง

" ต้องพาเด็กคนนี้ไปที่ป้อมตำรวจนะครับ บางทีคุณแม่อาจจะกำลังตามหาอยู่ก็ได้" สึนะเสนอ  หากแต่ตนเองไม่มีความรู้สึกอยากไปเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้แต่น้อย   แอบคาดหวังว่าชายหนุ่มอีกฝ่ายจะตกปากรับคำ หากแต่ความมุ่งหวังของเขาก็มีอันต้องพังทลายไปทันควัน เมื่อเบียคุรันดันชิงตัดหน้าพูดขึ้นก่อน

" พอดีฉันไม่ถูกโรคกับตำรวจน่ะนะ  เธอพาไปสิ สึนะคุง"

" เอ่อ......" คำพูดชิงลงมือก่อนนั่นเล่นเอาสึนะหน้าซีด ในเมื่อฝ่ายนั้นเล่นดักคอกันแบบนี้เสียแล้ว  " ผมเอง...."

" เธอก็เหมือนกันสินะ" ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ คิดเอาไว้แล้วว่าคนที่เจอกันครั้งแรกก็เป็นแมวขโมยเสื้อผ้าชาวบ้าน ก็คงไม่น่าจะชื่นชมตำรวจนัก ตัวเขาเองแม้จะไม่มีส่วนได้เสียกับพวกตำรวจญี่ปุ่น แต่ก็ไม่พิสมัยเหมือนกัน แค่ต้องทำงานร่วมกับพวกนั้นบางคน...ก็น่าสะอิดสะเอียนพอแล้ว   " เจ้าหนูนี่หิวสินะ งั้น....ไปซื้อของกินให้เจ้าหนูกันเถอะ"  ว่าแล้วชายหนุ่มก็ยิ้มขึ้นอีกพลางก้าวเดินไปเบื้องหน้า ท่าทีเช่นนั้นแน่นอนว่าสำหรับสึนะ.....เขาไม่อาจปฏิเสธ

                พวกเขาเดินวนอยู่ในร้านสะดวกซื้อไม่นาน สึนะก็ได้ของใช้ทารกที่เขาเห็นว่าจำเป็น   คนทั้งคู่กลับมาที่สวนสาธารณะเช่นเดิม ก่อนที่จะลงมือเปลี่ยนผ้าอ้อม และป้อนนมให้  ภาพของทารกน้อยที่กำลังดูดนมจากขวดนมอย่างวางใจและแสนสุขนั่น ช่างซ้อนทับกับความรู้สึกในอดีต สำหรับสึนะ แม้จะไม่ถึงขนาดเคยป้อนข้าวให้แรมโบ้หรืออี้ผิง แต่ภาพของเด็กน้อยวัยห้าขวบสองคนเมื่อหลายปีก่อนก็ราวกับหวนกลับคืนมาสู่จิตใต้สำนึกอีกครั้ง   และอีกภาพ......แม่  .........

 

คนที่เคยแย้มยิ้มให้

 

คนที่โอบกอดด้วยรัก

 

มารดา

 

" กำลังคิดอะไรอยู่รึ สึนะคุง" ชายหนุ่มถามพลางเอนกายพิงพนักม้านั่งอย่างสบายอารมณ์ ได้ทานขนมของโปรด เก็บสิ่งมีชีวิตน่ารักน่าชังได้ และได้พบกับคนที่อยากพบ  อะไรก็ดีอยู่หรอก ยกเว้น....ใบหน้าของอีกฝ่าย

 

คิดถึง

 

เรื่องอะไรอยู่

 

" คิดว่าคุณแม่ของเด็กคนนี้อาจจะกำลังตามหาอยู่น่ะครับ" สึนะโกหก เขารู้ดีว่าเด็กที่มานอนอยู่ใต้พุ่มไม้ในสวนสาธารณะ จะเพียงแค่ถูกลืมได้อย่างไรกัน

" เป็นพวกชอบพูดอะไรตรงข้ามกับความคิดสินะ....เธอก็รู้อยู่ว่าไม่น่าจะมีใครตามหาเด็กนี่หรอก" ดวงตาสีม่วงหรี่ลงและหันมามองจ้องใบหน้าที่นิ่งงันของอีกฝ่ายอย่างเป็นต่อ 

" บางทีความจริงก็ไม่น่าชื่นชมเสนอไปนี่ครับ" เด็กหนุ่มตอบ ริมฝีปากคลี่รอยยิ้มน้อยนิด ดวงตาคู่โตสีน้ำตาลจ้องกลับไปยังคู่สนทนา  " คุณเบียคุรันก็รู้ว่า บางครั้งการนอนหลับฝันดี ก็อาจสุขใจยิ่งกว่าการตื่น"  นั่นคือสิ่งที่เขาคิดจากใจจริง อย่างที่บอกกับตนเองเสมอมาว่าอยากหยุดเวลาไว้......

" ถ้าเธอคิดแบบนั้นจริงๆ ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ล่ะ" ชายหนุ่มฉีกยิ้มถาม

" เพราะผมไม่ได้อยากตาย แค่อยากฝัน" สึนะยิ้มให้อีกครั้ง   แม้จะไม่รู้ตัวเลยก็ตาม หากแต่บางอย่างที่แฝงไว้ในรอยยิ้มของเขานั้นกลับตรึงตาของอีกฝ่ายไว้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

ความมั่นใจ

 

ที่ไร้ความเชื่อมั่น....

 

" บ้าดีนะ....." ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มองตามใบหน้าและตั้งใจฟังเสียงนี่ กับแค่เด็กหนุ่มจรจัดที่เพิ่งพบเพียงสองครั้ง กลับดึงดูดใจได้ถึงเพียงนี้  แตกต่างจากสิ่งที่พบมาชั่วชีวิต แม้ไม่ดูบริสุทธิ์ดังผ้าขาว ไม่ชาญฉลาดหรือเก่งกล้า   ทั้งที่เป็นแค่ความธรรมดาสามัญ....

 

แต่

 

แตกต่าง

 

" ดูท่าจะใช้ไม่ได้จริงๆสินะครับ ผมน่ะ" คำตอบที่ไม่คาดฝัน และใบหน้าที่แค่นยิ้มอย่างนึกตำหนิตนเอง 

" หืม"

" คำพูดของตัวเองแท้ๆ แต่ก็รู้สึกว่าใช้ไม่ได้เอาเสียเลยสิน่า " สึนะตอบราวกับย้ำเตือนตนเอง  หนีความจริง.....ความคิดและความรู้สึกที่หนีความเป็นจริงแบบนี้  ช่างไม่น่าให้อภัยเอาเสียเลย  เขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว  ไม่ใช่ซาวาดะ สึนะโยชิ ที่เอาแต่หันหลังหนีอีต่อไปแล้ว  คนที่ต้องก้าวไปข้างหน้าแต่กลับคิดอะไรขี้ขลาดแบบนี้.....ช่างใช้ไม่ได้

" นี่ คุณเบียคุรันครับ"

" คราวนี้จะพูดอะไรนะ...เธอน่ะ "  ชายหนุ่มยิ้มเย็น สนุกกับการเดาอารมณ์และคำพูดของอีกฝ่าย แปรปรวนสนุกสนานอย่างไม่เคยพบเห็น

"  ถ้ามีสักวันที่คนที่คุณรักตกอยู่ในอันตราย และคุณก็รู้สึกว่าไม่อาจช่วยได้อย่างแน่นอน คุณจะทำยังไงครับ" นั่นคือ.....ความในใจที่อยากบอกให้ใครสักคนฟัง  ผู้ชายคนนี้จะตอบเขายังไงนะ

" เธอนี่....หลงตัวเองเหมือนกันนี่นา" คำพูดนั้นทำให้สึนะต้องเบิกตาโพลงอีกครั้ง

" ผมน่ะ...หลงตัวเอง....." พูดเป็นเล่นไป เจ้าโง่อย่างเขานี่ล่ะนะ หลงตัวเอง

" คิดว่าใครต่อใครจะหวังพึ่งเธอ ให้เธอไปช่วยอยู่คนเดียวรึไง....การที่เธอถามฉันแบบนั้น ไม่เรียกว่าหลงตัวเอง แล้วจะเรียกว่าอะไรกันล่ะ" เบียคุรันตอบตามจริง นึกขำขันกับความคิดของเด็กหนุ่ม คนประเภทนี้นี่...ท่าจะชอบหาเหาใส่หัว

" ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะครับ!" สึนะขึ้นเสียง นึกไม่ถึงกับคำตอบเช่นนี้ของอีกฝ่าย

" เธอคิดนะ" ชายหนุ่มยิ้ม ไม่มีทีท่าโมโหหรือคับข้องใจแม้แต่น้อย

" ผม............"

" ตอนนี้เธอก็กำลังคิดว่า ถ้าไม่เพราะเธอเจ้าหนูทารกนี่อาจจะร้องไห้จนคอแตก หรืออดนมตาย  และถ้าไม่เพราะเธอ ฉันก็อาจจะทำอะไรไม่ถูก  ..............เธอน่ะ....ปฏิเสธคำพูดของฉันได้รึเปล่าล่ะ" คำถามจี้ใจดำจนทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้ง ทั้งที่เป็นคำพูดต่อว่าแดกดันที่น่าเศร้า หากแต่กลับ....กัดกร่อนความรู้สึก

 

นี่ฉัน

 

ผิดพลาดงั้นหรือ........

 

" หรือว่าที่หมอนั่นพูด.....จะจริงกันนะ" ชั่วจังหวะหนึ่งที่พลั้งเผลอพูดออกมา ชั่วเสี้ยววินาทีที่ภาพของคนๆนั้นสะท้อนเข้ามาในดวงตา คำพูดที่....ไร้หัวใจ

" หมอนั่น"

 

ใครกัน

 

" มีคนที่พูดคล้ายๆคุณเบียคุรันน่ะครับ แต่ผมก็ยอมรับมันไม่ได้ซักที" สึนะตอบตามตรง สายตาเหลืบต่ำมายังทารกที่ค่อยผล็อยหลับไปในอ้อมแขน  หมอนั่นป่านนี้...จะโมโหขนาดไหนกันนะ

" ไม่ค่อยชอบเลยเนอะ"

" เอ๋!"

" ก็มีคนอื่นมาต่อว่าเธอนอกจากฉันน่ะสิ"  แม้จะยังยิ้มกริ่ม หากแต่เหมือนเขม่าควันที่ค่อยๆเกาะจับ ความขุ่นใจที่ไร้ที่มาที่ไปนี้....

" หมอนั่นน่ะ เป็นข้อยกเว้นครับ" เด็กหนุ่มหลับตาลง ภาพในอดีตทับซ้อนในความรู้สึกอย่างไม่น่าเชื่อ  ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ภาพเหล่านั้นปรากฏแจ่มชัดในความคิดคำนึง

" ข้อยกเว้นของเธอ....."

" ไม่ว่าผมจะทำดีหรือไม่ดี ก็ไม่เคยเอ่ยชมสักครั้ง "    จวบจนกระทั่งตอนนี้ ฉันเคยทำอะไรให้หมอนั่นพอใจบ้างนะ....

 

ความคิดของพวกเรา

 

เคยไปกันได้บ้างรึเปล่า

 

ขณะที่กำลังตกอยู่ในภวังค์นิ่งคิด ฉับพลันริมฝีปากกลับรับรู้รสหวานขึ้น ยามที่รู้สึกตัว ขนมมาชเมลโล่ในมือของชายหนุ่มคู่สนทนากลับอยู่ที่ริมฝีปาก

" อ้าปากสิ สึนะคุง" เสียงเย็นของชายหนุ่มเอื้อนเอ่ย และทำให้เด็กหนุ่มเผลอเผยอปากออก ขนมหวานพลันละลายในโพลงปาก หวานและละมุน  จนลืมทุกสิ่งไปชั่วขณะ

" อะ........" ทว่า...มิเพียงขนม  หากแต่ในชั่วขณะที่กำลังเหม่อลอย  ริมฝีปากของชายหนุ่มที่เพิ่งพานพบเพียงสองครั้งกลับล่วงละเมิดเข้ามา  ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาบรรจงจุมพิต จากการสัมผัสค่อยกระชั้นรุกล้ำ ลิ้นสากค่อยควานไปทั่วโพรงปาก ล่วงละเมิดหากแต่ไม่หักหาญจนน่าหวาดหวั่น  

 

เวลา

 

ราวหยุดนิ่ง

 

                กระแสลมพัดผ่าน คนสองคนแลกเปลี่ยนจุมพิตที่เกิดจากอารมณ์เพียงชั่ววูบ  คนหนึ่งถูกรุกราน อีกคนเพียงใฝ่หา  หัวใจที่ด้านชาของใครบางคนเต้นระทึกอย่างสุขสม หากแต่ดวงใจของอีกคนนั้นเล่า....เจ็บปวด

" ย   อย่า!" สึนะเผลอผลักร่างของอีกฝ่ายเข้าเต็มแรง  ตัวเขานั้นผละร่างออกห่างพร้อมทั้งผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ  ไม่ได้นึกรังเกียจ หากแต่ความรู้สึกปวดแปลบในใจนี้คืออะไร ยามที่สัมผัสเมื่อครู่ ที่นึกหวาดผวาหาใช่คนตรงหน้า แต่กลับเป็นตนเอง...ตัวของตัวเอง

 

ฉันเห็นเพียง

 

หมอนั่น

 

" ข  ขอโทษครับ!" เด็กหนุ่มก้มหัวขอโทษที่ผลักอีกฝ่ายจนลงไปคลุกฝุ่นบนพื้น

" อย่างที่คิดจริงๆ" เบียคุรันหัวเราะ ก่อนจะพยุงร่างขึ้นมา เสื้อเชิ้ตขาวเปื้อนเศษดินจนขมุกขมัว ย้ำความรู้สึกผิดหนักหนาให้กับอีกฝ่าย

" คุณเบียคุรัน....." สึนะย้ำชื่อคนตรงหน้าอีกครั้ง รสจูบเมื่อครู่.......

" หมอนั่นของเธอ ดูจะไม่ธรรมดาเลยนะสึนะคุง" ชายหนุ่มบอกพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้ คงวามรู้สึกบางอย่างทำให้สึนะเป็นฝ่ายที่ต้องก้าวถอยหลัง  ความอบอุ่นเมื่อครู่พลันจางหาง ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะเอ่ย

" ผม...."

" มากับฉันเถอะ" มือขวายื่นออก  ไม่เข้าใจว่าตนเองเป็นอะไรนัก หากจะมีคำใดที่ใช้อธิบายได้อย่างถนัดคงเป็นคำว่า

 

เจ็บใจ

 

" ผมเคยบอกคุณแล้วนี่ครับ" สึนะบอก ในอ้อมแขนเผลอออกแรงกอดทารกจนเหงื่อซึม

" แต่ฉันลืมบอกเธอไปอย่าง"

" ลืม......"

" ฉันเป็นคนขี้ตื๊อน่ะ" เบียคุรันบอก มองเห็นเด็กหนุ่มเบื้องหน้าราวของเล่นแปลกประหลาด  ความอยากพบที่รุนแรง ความมาดหมายปรารถนา และ...ความอัปยศอดสู

 

                ฉับพลันเสียงปืนลั่นกลับคำรามขึ้น กระสุนปืนนัดหนึ่งพลันพุ่งเฉียดใบหน้าของนายใหญ่แห่งเจสโซ่แฟมีลี่ไปในระยะประชิด เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มฉวยโอกาสหันหลังวิ่งหนีไปในทิศตรงกันข้าม   สายลมแรงพัดผ่านมาพร้อมกับโชคร้ายที่มิอาจแลเห็น โชคชะตา...ที่อาจพลิกผัน

 

 " น่าสนุกดีนี่นา สึนะคุง" ชายหนุ่มผมขาวยิ้มเยาะให้กับตนเอง  ดูเหมือนว่าของเล่นชิ้นสำคัญที่ได้พบ จะไม่ใช่ตุ๊กตาสามัญธรรมดา

 

                สึนะวิ่งจากมาพร้อมกับทารกในอ้อมแขน ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงรู้สึกตื่นตกใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงรู้สึกหวาดผวา ความรู้สึกยามที่ถูกสัมผัสจับต้อง ภาพที่ทับซ้อนของใครบางคนในห้วงสำนึก  สองขาพลันหยุดวิ่งเมื่อออกมานอกบริเวณสวนสาสาธารณะ ถนนเล็กๆในเมืองที่ผู้คนเริ่มเดินผ่านไปมา  ยามที่เงยหน้าขึ้น ภาพที่แลเห็นคือชายหนุ่มที่ยืนอยู่หัวถนน  เสื้อตาสีดำปลิวต้องกระแสลมอ่อน หากแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในยามนี้สึนะกลับคิดว่า......ช่างน่าหวาดกลัว

" แซ..." ไม่ทันจะได้พูดให้จบประโยค ชายหนุ่มถลันกายเข้ามากระชากแขนขวาของเขาออกจากตัวทารก เคราะห์ดีที่มือซ้ายยังประคองกอดไว้ได้อย่างถนัด

" แกกล้าดีมากนะ ไอ้สวะแพศยา!" เสียงกรรโชกต่อว่าดังลั่น เรียกเอาคนโดยรอบพลันหันมาทางพวกเขาเป็นจุดเดียว ใบหน้าของสึนะชาวาบขึ้นมาโดนทันที

" เดี๋ยวสิ! นี่นายหมายความว่ายังไงกัน!" สึนะแผดเสียงโต้กลับ ไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูดเลยสักอย่าง  หากแต่ทันใดนั้นริมฝีปากของชายหนุ่มกลับทาบทับลงมา มือขวายังคงถูกยึดไว้ ส่วนคางนั้นถูกบีบจนปวดแปลบ ปลายลิ้นที่ล่วงล้ำเข้ามานั้นช่างรุกรานรุนแรงไร้เยื่อใยอ่อนโยน ดูราวกับความโมโหโกรธาและความเคียดแค้นรุนแรง รุกเร้าจนร่างทั้งร่างราวจะแตกสลาย

" กะ   แก!" ทันทีที่ตั้งสติได้ สึนะกัดริมฝีปากอีกฝ่ายเข้าเต็มแรงมาดหมายจะโต้กลับให้ถนัด  แต่ดูเหมือนชายหนุ่มตรงหน้าจะมีท่าทีเหมือนสัตว์ป่าไม่มีผิด กลิ่นสาบเลือดที่คลุ้งโชยเข้าจมูกยิ่งกระตุ้นความรู้สึกให้กระสันสั่นไหว แซนซัสบีบคางของสึนะแรงขึ้น มันอาจเป็นความเคียดแค้น มันอาจเป็นความชิงชัง  แต่ถึงขนาดนี้แล้ว

 

เจ้าเด็กสารเลวนี่

 

หยามขี้หน้าฉัน

 

" กลับไปต่อกันดีกว่าน่า" รอยยิ้มของปีศาจแสยะออก พร้อมกับฉวยเอาทารกในแขนซ้ายไปจากเด็กหนุ่ม

" เดี๋ยวสิ!" แม้จะร้องห้าม แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าจะรับฟังสักนิด

" เฮ้ย! แกน่ะ!" ชายหนุ่มร้องเรียกคนเดินถนนที่กำลังจ้องมายังพวกเขาทั้งสอง พลันโยนเด็กทารกให้ราวกับเป็นเพียงตุ๊กตาไร้ชีวิตตัวหนึ่ง  " ช่วยเอามันไปทีล่ะกันว่ะ"

" นาย!" สึนะพยายามร้องห้าม แต่ดูเหมือนเสียงของเขาจะไม่ได้เข้าหูอีกฝ่ายเอาซะเลย  ดวงตาสีแดงที่หันกลับมามองเขานั้นดูเหมือนสัตว์ป่าที่แฝงแววอาฆาตไม่มีผิด นี่เขา.....ไม่ได้เห็นดวงตาแบบนี้มาเนาเท่าไหร่แล้ว

" ถ้าไม่อยากให้ฉัน ทำแถวนี้ราบเป็นหน้ากลอง ก็ไสหัวตามมาได้แล้ว ไอ้สวะแพศยา!"  น้ำเสียงขู่เข็ญนั่นไม่มีวี่แววโกหก เด็กหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี เขารู้ว่าไม่ว่าจะเพราะสาเหตุอะไรก็ตาม ตาคนตรงหน้าเขานี่.....เอาจริง

" ข   เข้าใจแล้ว" รับปากไปแล้ว แต่กลับรู้สึกร้าวลึกในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน   ทำไมกับแค่คำพูดเย็นชาเป็นปกติของอีกฝ่าย ถึงได้.....หงุดหงิดขนาดนี้

 

                คนทั้งคู่เดินกลับมายังอาคารร้างด้วยกันโดยไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว   แซนซัสนิ่งเงียบเย็นชา ในขณะที่สึนะเอาแต่ครุ่นคิดเหม่อลอย  ต่างฝ่ายต่างก็คิดคำนึงเรื่องของตนเองในมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

" มีข่าวอะไรบ้างมั้ยล่ะ" สึนะพูดขึ้นก่อนเมื่อเปิดประตูเข้ามาถึงห้องที่ใช้พักผ่อนเมื่อคืน เขาไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นบทสนทนายังไงดี นอกจากเรื่องงานหรือเรื่องที่เกี่ยวของกับวองโกเล่ ระหว่างพวกเขาแทบจะไม่เคยพูดคุยกันเรื่องอื่นเลยสักครั้ง

" เพล้ง!"  เสียงแก้วแตกทำให้สึนะหันขวับกลับไปมองเบื้องหลัง ขวดไวน์ที่ซื้อมาเมื่อคืนถูกแซนซัสฟาดกับโต๊ะจนแตกละเอียด เศษแก้วกระจายเต็มห้อง   ชายหนุ่มปาคอขวดไปที่ผนังซ้ำ ก่อนจะเดินย่างสามขุมเข้ามาหาอีกฝ่ายที่กำลังงงงวย

" แซนซัส! อะ!" ก่อนจะได้อ้าปากถามให้เป็นเรื่องเป็นราวฝ่ามือของอีกฝ่ายก็พลันขยำเข้ามาที่ลำคอ ทั้งยังออกแรงถึงขนาดเรียกได้ว่ามีเพียงเจตนาฆ่า สึนะพยายามเต็มกำลังที่จะดึงแขนนั่นออก แต่ดูเหมือนว่าหากปราศจากอาวุธคู่มือแล้ว ด้วยกำลังกายนั้น เขาไม่อาจเทียบกับคนๆนี้ได้เลย

"  ทั้งๆที่เป็นแค่สวะแท้ๆนะแก"  แซนซัสพูดพลางก้มมองท่าทีทรมานจากการขาดอากาศหายใจของฝ่ายที่ถูกรุกรานอย่างเฉยเมย       สำหรับตัวเขา ของๆเขาก็คือของๆเขา ตราบเท่าที่ของสิ่งนั้นยังไม่คิดกบฏหนีจาก เขาก็จะยังคงปล่อยให้มันโลดแล่นภายใต้ข้อจำกัดนั่น แต่หากว่าวันใดของสิ่งนั้นพลันคิด......หนีตีจาก.........

 

มันต้อง

 

พินาศ

 

" ซะ   แซนซัส......"

" ดูนี่" ว่าพลางเอื้อมไปหยิบกล่องใบเล็กกล่องหนึ่ง    และยื่นมันเข้ามาในรัศมีที่สึนะสามารถเห็นได้ถนัด ภายในกล่องนั่นเมื่อเปิดออก พลันปรากฏเหรียญตรารูปกาบหอยสัญลักษณ์แห่งวองโกเล่แฟมีลี่สองเหรียญ หนึ่งสีทองอร่าม หนึ่งสีเงินระย้าแสง  

" อะ ..... ไร "  แม้จะอยากรู้แต่ความทรมานจากการขาดอากาศนั้นกำลังฉุดดึงสติสัมปชัญญะไปจากเขา ดูเหมือนอีกฝ่ายเองก็คาดหมายได้จึงได้ปล่อยมือกะทันหัน ทำให้ร่างของสึนะทรุดฮวบลงกับพื้น เด็กหนุ่มหอบหายใจแรง และใบหน้าก็แดงก่ำ สมองมึนชาขึ้นมากะทันหัน

" นี่คือสิ่งที่ตาแก่นั่นกับพ่อของแกมอบให้ฉัน  เหรียญตราลงนามรับมอบตำแหน่งยังไงล่ะ" เสียงเยียบเย็นนั่นเอ่ยขึ้น ในขณะที่สึนะเบิกตาโพลงให้กับข้อเท็จจริงที่ไม่เคยล่วงรู้นั่น

" ภายในวองโกเล่ วองโกเล่ริงเป็นของสำคัญอย่างที่แกรู้นั่นล่ะเจ้าสวะ   แต่ภายนอกแฟมีลี่  สิ่งที่จะเคลื่อนไหวแฟมีลี่พันธมิตร  และโลกใต้ดินของมาเฟียอิตาลีที่หนุนหลัง วองโกเล่มาสี่ร้อยปี  ก็คือเหรียญตราลงนามนี่ยังไงล่ะ!"  

" ! "

" และตอนนี้เหรียญตราสองเหรียญนี่ก็อยู่ในมือฉัน  ไอ้สวะหน้าโง่อย่างแกเข้าใจรึเปล่าว่ามันหมายความว่ายังไง"  แซนซัสแสยะยิ้มให้ พลางจิกเส้นผมของสึนะขึ้นมา ดวงตาสีน้ำตาลคู่โตมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างมึนงง

" ก็หมายความว่า  นายถือไพ่เหนือกว่าฉันใช่มั้ยล่ะ" สึนะตอบ ใช่สิ ตอนนี้ที่มีอยู่ก็คือแหวนแห่งนภาเพียงวงเดียว  อ้างตนเป็นผู้สืบทอด แต่กลับไร้ผู้พิทักษ์สักคนข้างกาย  ซ้ำยังมืดบอดไม่รู้สถานการณ์สักอย่าง แต่แซนซัสไม่ใช่  แม้จะอยู่กับเขาตลอดเวลา แต่หมอนี่น่าจะมีวิธีสั่งการพวกวาเรีย    รู้เรื่องราวดีกว่า เข้าใจทุกอย่างได้ดีกว่า และตอนนี้ เวลานี้ หมอนี่มีเจตนาอะไรถึงได้มาข่มขู่กันถึงขนาดนี้เล่า

" แกคงอยากรู้ว่าทำยังไงถึงจะได้มันไปสินะ"

" ฉันที่เป็นผู้สืบทอดนึกอยากรู้....มันก็ถูกต้องไม่ใช่รึไง" เด็กหนุ่มตอบ หารู้ไม่ว่าคำตอบเช่นนั้นกลับเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ยื่นข้อเสนอที่น่าตื่นตระหนกขึ้นมา

" จงใช้ร่างกายของแก ....รับใช้ฉันสิ   ถ้าแกทำให้ฉันพอใจล่ะก็  เหรียญตราสองเหรียญนี่ก็จะเป็นของแก ซาวาดะ สึนะโยชิ!" ข้อเสนอที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องหยุดคิดในทันที  รับใช้........

" หมายความว่ายังไง!"  

" ฉันเคยบอกแล้วว่าแกเป็นนางบำเรอของฉัน  และฉันก็...ไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร จำใส่กะลาหัวของแกไว้เสียด้วย ไอ้สวะแพศยา!" เหตุผลที่ทำให้ไม่อาจสะกดกลั้นความไม่พอใจไว้ได้อีกต่อไป  ภาพที่ของๆตัวเองไปสัมผัสจับต้องกับเชื้อโรคแปลกหน้า

 

เพราะแก

 

เป็นของๆฉัน

 

                ความเงียบโรยตัวมากั้นขวางระหว่างคนสองคน ณ ที่นั้น ฝ่ายหนึ่งกระหยิ่มใจปนโกรธแค้น  ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นขมวดคิ้วมุ่นอย่างคับข้องใจ   ณ วินาทีนั้น สึนะตัดสินใจขยับแขนสองข้างขึ้น โอบรั้งลำคอของชายหนุ่มให้ต่ำลง  ริมฝีปากบางเคลื่อนเข้าแนบชิด คลับคล้ายจะจุมพิตตอบรับ หากแต่ถ้อยคำหนึ่งกลับกระซิบเข้าข้างหูฝ่ายที่เป็นต่อ

"ไม่มีทาง......" เสียงเย็นของเด็กหนุ่มเอื้อนเอ่ย  ดวงตาสีน้ำตาลนิ่งสงบไร้แววสับสน งดงาม  ท้าทาย เฉกเช่นที่เคยเป็นมา

" หึ"  ชายหนุ่มแค่นยิ้ม สนุกกับการได้มองดวงตาที่ไม่เคยอับแสงเช่นนั้น   หากแต่วันนี้....เขาไม่มีอารมณ์จะชื่นชมเล่นสนุกกับมันนักหรอก

" คนที่รู้คำตอบของฉันดียิ่งกว่าใคร ก็คือตัวนายเองไม่ใช่รึไง" สึนะตอบ พลางพยายามผละกายออกจากฝ่ายตรงข้าม หากแต่ปลายคางกลับยังถูกบีบไว้แน่น

" ไอ้สวะหน้าโง่  แล้วแกคิดรึเปล่าว่า ตอนนี้แม่แกอยู่ในมือใคร"

" !"

" ถ้าแกไม่ใช่วองโกเล่รุ่นที่สิบ  ถ้าแกเป็นแค่ผู้สืบทอดแต่เพียงในนามที่ไร้อำนาจ  ถ้าอย่างนั้น....ทั้งวาเรียและแฟทีลี่พันธมิตรก็ไม่มีความจำเป็นต้องดูแลผู้หญิงคนนั้น"  ถ้อยคำเยียบเย็นที่เอื้อนเอ่ย  กลับก่อให้เกิดไฟแห่งความโกรธาขึ้นในดวงตาของฝ่ายตรงข้าม  สึนะแทบไม่เชื่อหูตนเองว่าคนอย่างแซนซัสจะพูดจาน่าขยะแขยงเช่นนี้ขึ้นมาได้ 

" นายขู่ฉัน!"

" ไม่ได้ขู่..... แต่เป็นทางให้แกเลือก  แกอาจจะไม่สนใจเหรียญตราพวกนี้และใช้ความดื้อด้านของแกเอาชนะอย่างที่เคยเป็นมา  แต่ว่า....ต้องใช้เวลาขนาดไหนกันล่ะ ที่จะทำให้สิ่งที่แกหวังเป็นจริง"

" นาย!"

"    แกต้องการซื้อเวลาจากฉัน  ซาวาดะ สึนะโยชิ...... " ข้อเสนอ....ที่ไร้สิ้นซึ่งทางปฏิเสธ

" .........เข้าใจแล้ว......." สิ้นคำพูดนั้น สึนะแนบริมฝีปากเข้าสัมผัสชายหนุ่มผู้เป็นต่อในทุกสถาน  การจูบเนิ่นนานที่ลิ้นของผู้ริเริ่มนั้นกลับสั่นเทิ้มและมีเพียงความหวั่นไหว 

 

เกลียดชัง

 

ทุกข์ทรมาน

 

" ฉันต้องการนาย.....แซนซัส"  เด็กหนุ่มกระซิบพลางไล้ปลายลิ้นไปยังใบหู เลื่อยลงมาถึงซอกคอของอีกฝ่าย  แม้ไม่ประสา หากแต่ใช่ว่าไม่คุ้นชิน   สำหรับสึนะยามนี้ ในสมองมีเพียงความเจ็บใจและทิฐิของผู้พ่ายแพ้ที่สุมอก

"  แกก็ไม่โง่นี่นะ " ว่าพลางชายหนุ่มก็ปลดกระดุมเสื้อของตนเองออก  เพียงเท่านั้นสึนะก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายนั้นต้องการหยามตัวตนของเขามากเพียงไหน  ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยหรี่ลงราวกับเตรียมใจพร้อมที่จะรับความน่าอัปยศอดสู  สึนะก้มลงใช้ฝ่ามือทั้งสองค่อยลูบไล้แผ่นอกแกร่งของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากไล่เลียยอดอกซ้ายขวาของชายหนุ่มสลับกันจนชุ่มโชกน้ำลาย ปฏิกิริยาแข็งตึงของอีกฝ่ายบอกสึนะถึงอารมณ์ที่ค่อยปะทุสูงขึ้น  เวลานี้สิ่งที่เขาทำได้นั้นไร้สิ้น..... เด็กหนุ่มค่อยบรรจงปลดกระดุมเสื้อของตนออก  ปล่อยให้แซนซัสดึงใบหน้าของเขาเข้าไปลูบไล้และจูบซ้ำๆครั้งแล้วครั้งเล่า

" อืม....." สึนะครางเล็กน้อย เมื่อเป็นฝ่ายถูกสัมผัสเข้าบ้างที่แผ่นอก ปลายนิ้วของฝ่ายตรงข้ามค่อยๆไล่ต่ำลงมาถึงหน้าท้อง ซิบกางเกงถูกรูดออกจนอาภรณ์ช่วงล่างร่วงหล่นไปอยู่ที่ปลายเท้า  นิ้วมือสากที่ดูราวกับผู้ชำนาญการเคล้นคลึงร่างกายของเด็กหนุ่มจนร้อนผ่าว   อารมณ์ราคะฝังตัวแน่นจนยากจะหลีกหนี  คนทั้งคู่ล้มลงกับพื้นที่เกลื่อนไปด้วยเศษแก้ว  สึนะที่ยังคงกอดก่อยอยู่บนร่างของแซนซัสนั้นใช้ปลายเล็บข่วนผิวเนื้อของอีกฝ่ายจนเลือดซึม  ดวงตาหลับมิด พร้อมกับริมฝีปากที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยริมฝีปากของคู่พิศวาส  

 

รุนแรงขึ้น

 

กระชั้นขึ้น

 

" อะ...อ๊า!" เด็กหนุ่มกรีดร้อง ตัณหาราคะพุ่งถึงขีดสุดในระยะเวลาสั้นๆ จนร่างของเขาล้มพับแนบไปกับร่างสูงใหญ่ของผู้กระทำ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ชายหนุ่มปรารถนา

" แกสัญญาจะรับใช้ฉัน" แซนซัสพูดพลางเกลี่ยหยาดเหงื่อที่แต่งแต้มใบหน้าขาวซีดที่ตอนนี้มีเพียงความมึนงงประทับมั่นพลางค่อยปลดกางเกงของตนออกเฉกเช่นกัน สึนะที่นอนอยู่บนร่างนั้นถึงกับชาวาบเมื่อช่วงล่างของตนสัมผัสกับราคะมากมายที่พร้อมล้นทะลักของอีกฝ่าย

" ซ  แซนซัส...." ใบหน้าชาขึ้นสี แม้ว่าจะได้เคยมีความสัมพันธ์กันมาแล้ว  แต่ดูเหมือนคราวนี้ เขากลับเป็นฝ่ายที่ถูกเรียกร้องมากเสียเหลือเกิน

" คงจะไม่ได้นึกกลัวเอาตอนนี้หรอกนะ  เจ้าสวะแพศยา" คำต่อว่าต่อขานที่ไม่รู้ที่มาทำเอาเด็กหนุ่มต้องชักสีหน้า

"  หุบปากของนายไปซะ......"  ริมฝีปากน้อยๆสั่นเทิ้ม  ทว่าเด็กหนุ่มกลับค่อยหยัดกายขึ้นช้าๆ  เขายกร่างเปลือยเปล่าของตนเองขึ้นก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น สิ่งที่ต้องทำเพื่อนปรนเปรออีกฝ่ายนั้นรับรู้ หากแต่.......

" รีรออะไรอยู่ล่ะ  เจ้าสวะขี้ขลาด" ดูเหมือนแซนซัสเองก็รู้วิธีที่จะต้อนอีกฝ่ายให้จนมุมง่ายๆเช่นกัน เด็กหนุ่มกัดฟันและหลับตาลง  ค่อยผ่อนลมหายใจอย่างยากเย็นนัก  ท่าทางเก้อเขินไม่ประสานั่นยิ่งทำให้ฝ่ายท้าทายสนุกสนาน และ...... หากได้ลองเหยียดหยามคนที่ปากกล้ามากมายดูสักหนจึงจะรู้ว่า

 

ช่าง

 

สาแก่ใจเป็นที่สุด!

 

" แกนี่มันโง่จริงๆ" ชายหนุ่มบอก ทันใดนั้นเขากลับลุกขึ้นนั่ง และดึงร่างของเด็กหนุ่มให้แนบชิดลงมาสัมผัสกับตัณหาของตนเอง วินาทีนั้นที่สึนะกรีดร้องลั่นอีกหน เลือดสดๆไหลรินออกมาจากช่องทางที่ถูกรุกราน และเพียงแซนซัสขยับกาย ความวาบหวามสั่นไหวนั่นก็ลั่นไปทั่วร่างที่กำลังบิดเกร็ง   

" ฮึก..." สึนะหลับตามิด น้ำตาไหลพร่างจากดวงตา ความเจ็บปวดเต้นเร่า ไม่ว่าอีกฝ่ายจะขยับตัวมากน้อยก็สร้างความกระซ่านเสียวไปถึงก้นบึ้งของกิเลสตัณหา    และดูเหมือนนั่นจะไม่ใช่ที่สุด เมื่อชายหนุ่มเร่งเร้ายัดเยียดร่างกายผ่านเข้ามาอย่างไม่นึกสงสารเห็นใจ  กลิ่นคาวของโลหิตและน้ำรักผสมผสาน  ความรู้สึกมึนชาผะอืดผะอม

" หึ " แซนซัสแค่นยิ้มก่อนจะถอนกายออกมาอย่างรวดเร็ว ร่างสโลสเลของเด็กหนุ่มพับลงในอ้อมแขน  หากแต่ทันใดนั้น ชายหนุ่มกลับเจตนาขยับกายหลีก ทิ้งร่างของสึนะให้กระแทกกับพื้นปูน ซ้ำร้ายที่เศษแก้วชิ้นเล็กบาดเข้ากับแผ่นอกบางจนโลหิตไหลซึม  หากแต่สำหรับสึนะเวลานี้....มันไม่ได้ต่างอะไรกันเลย

" อะ!"  สึนะร้องขึ้น เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ร่างกายของอีกฝ่ายก็ทาบลงทับแผ่นหลังของเขา  ปลายนิ้วของชายหนุ่มรุกรานเคล้นคลึงสะโพก และช่างทางที่โลหิตยังคงไหลนองอย่างไร้ความปรานี เรียกเสียงร้องครวญครางจากเด็กหนุ่มที่สติมึนชาครั้งแล้วครั้งเล่า        " ฮึก........"  ดวงตาสีน้ำตาลแลเห็นเพียงเศษแก้วใสที่ส่องประกายอยู่ข้างกาย เจ็บปวดจนหนาวสั่น

 

ทั้งที่อยาก

 

เปลี่ยนความคิด

 

ต่อนาย

 

" อ๊า!" เสียงกรีดร้องอีกคำรบดังลั่น ร่างที่แข็งตึงทาบทับรุกรานกระชั้นเข้ามาอย่างไม่มีความอ่อนโยนแม้เพียงนิด 

 

เพียงครอบครอง

 

เพียงความใคร่

 

" .............................."

 

"................................"

 

มือของเรา

 

ไม่ได้สอดประสาน

 

ใจของเรา

 

หาได้โอบประคอง

 

" ฉัน.....เกลียด...นาย" เสียงแผ่วเบากระซิบครวญ ย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดบทเพลงแห่งการร่วมรัก

 

กรีดร้อง

 

สาปแช่ง

 

" เหมือนกันเลยว่ะ" อีกเสียงขับขานตอบรับแห้งแล้ง.....ในทุกสรรพสำเนียง

 

ผูกมัด

 

ทำลาย

 

                ครั้งแล้วครั้งเล่า  ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า  ความรู้สึกที่ไม่อาจส่งถึงกันนั้นแล่นพล่าน หากแต่ร่างกายนั้นแนบชิดสนิทจนไม่อาจหวนความสัมพันธ์เก่าก่อนเนิ่นนานให้หวนกลับ  สำหรับสึนะ เขาไม่เข้าใจแม้เพียงนิดถึงข้อเสนอที่ไร้เหตุผลของอีกฝ่าย และสำหรับแซนซัส  ความโกรธแค้นชิงชังที่สุมอกจนหยิบยื่นความอัปยศที่น่าชิงชังนั้นให้กับคนๆหนึ่ง....มันคืออะไร

 

 

ระหว่างพวกเรา

 

เหตุผลของพวกเรา

 

ความรู้สึกของพวกเรา

 

มันคืออะไรกัน

 

 

 

จบตอน.........

เรท.......มันเรท แบบไม่โรแมนติคเอาเสียเลย  เรียกว่าเป็นตอนที่เรทตามบทเสียจริงๆ     เพื่อให้ความรู้สึกของสองคนนี้เดินไปข้างหน้าบ้างมันจึงต้องเรท  ส่วนป๋าเบียก็กลายเป็นชู้รักไปเรียบร้อย  อยากเขียนความสัมพันธ์ที่กำกวมของคู่ สึนะกับแซนซัสนะเจ้าคะ   ความรู้สึกที่ว่า ไม่ใช่อะไรสักอย่างของกันและกัน แต่ก็เป็นของกันและกัน  เป็นโจทย์ของข้าน้อยที่อยากตีให้แตกน่ะเจ้าค่ะ

 

ตอนหน้าคงจะได้ฤกษ์บู๊เสียทีเจ้าค่ะ

 

เดี๋ยว อัพ Don't love me สั้นๆ ก่อนค่อย อัพเงาฝนเจ้าค่ะ

 

ปล. ยังคงสกิลตกอย่างต่อเนื่อง โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สารภาพว่าตอนนี้ชอบป๋าเบียมากกว่าป๋าแซนแฮะ = =" (รู้สึกว่าโมเอ๊!!!)

#1 By Lynx on 2008-07-20 20:34

เฮียเลววววววว ถูกใจมากค่ะท่าน รักเฮียโคตร เป็นคนยึดติดดีจริงๆ วันนี้ได้อ่านเฮียเลวสามฟิคซ้อนสมใจอยากดี หึหึหึ

รอตอนต่อค่า รออีกฟิคด้วย โฮกกกกกกก

ปล อ่านกับตอบเม้นท์ด้วยปาล์มทรมานสังขารดีจริงๆ

#2 By เฟียร์ . Fiar on 2008-07-21 00:18