fanfic reborn " Don't love me" Part 5 (XS )

posted on 21 Jul 2008 16:58 by ruk21us  in Fanfiction
 

Part 5

 

คลับคล้ายแตกต่าง

 

เดินหน้าถอยหลัง

 

มนุษย์.....

 

                ไร้ซึ่งแสงแดดอ่อน หรือแม้สายลมก็พัดเอื่อยเฉื่อยจนน่าเบื่อหน่าย ท่ามกลางสายตาของบุคคลสำคัญแห่งวงการมาเฟียมากหน้าหลายตา   ในสายตาของชายผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและบารมีเลิศล้ำแห่งโลกมืด เด็กหนุ่มสามคนกำลังยืนประจันหน้ากันด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง สำหรับสควอโล่คนหนึ่งก็แค่อดีตเพื่อนร่วมชั้นที่บังเอิญหายหัวไปนาน ส่วนอีกคนคือผู้ชายที่น่ารังเกียจแต่ก็น่าแปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยพบ   สำหรับดีโน่ คนหนึ่งคือเพื่อนร่วมชั้นแสนน่ากลัวที่ตนเคยเอาแต่หลีกหนีอยู่เรื่อยไป อีนคนก็คือญาติผู้พี่นี่นิสัยไม่น่าเข้าใกล้  และสำหรับแซนซัส.....ก็แค่เจ้าหนูสองตัว ที่สรรหาความรื่นรมย์แสนยุ่งยากมาให้

" พอแค่นั้นล่ะ" เสียงของนายใหญ่แห่งวองโกเล่แฟมีลี่ออกคำสั่ง  พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มทั้งสาม   คนที่ชักอาวุธกลับเป็นคนแรกคือเด็กหนุ่มผมสีทองแห่งตระกูลคาบัคโรเน่  

" ขออภัยที่เสียมารยาทครับ ท่านรุ่นที่เก้า" เด็กหนุ่มบอก พร้อมทั้งโค้งคำนับให้อย่างสุภาพ สำหรับเขาแล้วชายเบื้องหน้าไม่เพียงแต่เป็นชายผู้กุมอำนาจแห่งบัลลังก์มาเฟียอิตาลี แต่ยังเป็นเหมือนญาติสนิทเพียงคนเดียวที่หลงเหลืออยู่หลังจากที่ต้องสูญเสียบิดาไปเพราะความโง่เขลาของตนเอง

" นึกว่าจะไม่มาซะแล้วนะ ดีโน่" น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย พลางชายตาไปยังเด็กหนุ่มอีกสองคนที่นิ่งอยู่ไม่ห่าง  คนหนึ่งคือบุตรชาย  ส่วนอีกคนนั้น

" ยินดีที่ได้รู้จักเธอเช่นกันนะ สเปลฮี สควอโล่"  ดวงตานั้นมองไปยังเด็กหนุ่มนักดาบผมเงินที่ตอนนี้ฉวยเอาผ้ากันเปื้อนมาเช็ดไวน์บนเส้นผม  แววตามุ่งมั่นสีเงินที่สะท้อนผ่านเข้ามานั้นอาจเรียกได้ว่า....น่าประทับใจ

" รู้จักผมด้วยงั้นรึ"  สควอโล่เอ่ยถาม นึกแปลกใจที่ชื่อของตนเป็นที่รู้จักของฝ่าย   ทั้งที่ก็แค่ชื่อของเด็กคนหนึ่ง  

" คุณพ่อของเธอเล่าให้ฉันฟังเรื่องเธอแล้ว  เป็นดาบที่ทรงพลังจริงๆ" นั่นไม่ใช่คำเยินยอ แต่เป็นการชมเชยจากใจจริง คมดาบที่แน่วแน่และมั่นคง  แม้จะยังไม่เฉียบขาด แต่ก็ต้องนับว่าเกินหน้ากว่าใคร  เชื่อแน่ว่าในภายภาคหน้า ก็คงจะต้องเติบโตเป็นนักดาบที่ยอดเยี่ยม        

"  ต้องขอโทษ เธอด้วย ที่แซนซัสไม่สุภาพเอาเสียเลย" ชื่อสุดท้ายที่เอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาที่มองไปยังบุตรชายของตน  แม้จะวู่ว่ามบุ่มบ่าม แต่เรื่องฝีมือก็ไม่เป็นรองใคร 

" ยุ่งไม่เข้าเรื่องนะตาแก่" เด็กหนุ่มร่างสูงบอก พลางชายตาแลไปยังคู่ต่อสู้ที่อ่อนวัยกว่า และลูกพี่ลูกน้องต่างแฟมีลี่ที่ยังปั้นหน้าระเริงอย่างน่าหมั่นไส้

" ลูกควรจะขอโทษ สควอโล่  ถ้าดีโน่ไม่เข้ามาขวางไว้ คงจะต้องบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่ายแน่ๆ" คำแนะนำที่ดูราวกับสุมกองเพลิงให้ยิงลุกโชน เด็กหนุ่มหันกลับมามองยังคู่กรณี ทั้งที่อีกเพียงนิดก็จะสามารถกำจัดหนูสกปรกที่เข้ามาขวางทางสำเร็จ  กลับต้องเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

" แกน่ะ!" แซนซัสกรรโชกขึ้น  ในขณะที่สควอโล่หยัดกายจ้องใบหน้าอีกฝ่ายเขม็งเฉกเช่นกัน  หัวใจกลับมาเต้นระส่ำอย่างไม่ทราบสาเหตุอีกครั้ง  ทั้งที่คนตรงหน้านี่คิดจะฆ่าเขา แต่ทำไม....ถึง......

" ชื่อของฉันคือสควอโล่  หัดจำใส่หัวไว้บ้างล่ะ ไอ้คุณชาย!" เด็กหนุ่มบอก  แต่คำตอบรับที่ได้กลับมา ก็คือรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ทำให้สันหลังต้องชาวาบ  ทั้งที่ไม่เคยเกรงกลัวใคร  หวาดหวั่นอันตรายใดๆ  แต่กับคนๆนี้

" เออสิวะ"

" ! "

" ฉันจะจำชื่อแกไว้" รอยแสยะยิ้มปรากฏออก ว่าพลางก้าวเข้ามาประชิดกายอีกฝ่าย  เสียงเย็นชากระซิบเข้าที่ใบหูของเด็กหนุ่มฝ่ายตรงข้าม มาดหมายให้มีเพียงพวกเขาทั้งสองที่ได้ยิน " เพระชีวิตแกเป็นของฉัน  ไอ้สวะหัวเงิน!"  สิ้นคำพูด แซนซัสผละออกจากคู่กรณีคนแรก  เขาหันหลังกลับมายังบิดาและญาติผู้น้องที่ตีสีหน้าเรียบไม่รู้สึกรู้สา

" ดูท่า  แค่คาบัคโรเน่ จะยังไม่พอใจแกสินะ  ไอ้ฆาตกรปิตุฆาต!"  คำพูดแทงใจดำที่ทำให้ ดีโน่ถึงกับผงะ  แต่ก็ไม่ได้แม้แต่จะเอ่ยคำโต้ตอบไปแต่อย่างใด  อารมณ์ของแซนซัส ......ใช่จะเดาไม่ออก

" น่าดีใจนะตาแก่   นักดาบสวะๆ  กับหลานชายฆาตกร  อุ้มชูกันให้ดีละกัน" คำกล่าวทิ้งท้ายเสียงดังฟังชัด เจตนาให้คนทั้งงานได้ยินอย่างถนัดถนี่  

 

เป็นการพบพาน

 

ที่ไม่น่าอภิรมย์

 

                งานเลี้ยงในบ่ายวันนั้นยังดำเนินต่อไปอย่างปกติ แม้ว่าจะปราศจากคุณชายแซนซัส ผู้เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของวองโกเล่รุ่นที่ 9  หากจะมีสิ่งใดที่ผิดคาดอยู่บ้าง ก็คงเป็นตัวของสควอโล่  ที่เพียงชั่วพริบตา ชื่อของเขากลับกลายเป็นที่รู้จักกันในวงการอย่างแพร่หลาย ในฐานะของคนที่เคยมีเรื่องกับแซนซัสแล้วยังมีชีวิตอยู่ได้ ได้รับการทักทายจากคนแปลกหน้าทั้งที่วัยไล่เลี่ยกัน และสูงวัยกว่า ดูราวกลับกลายเป็นคนสำคัญที่ขาดเสียมิได้ 

เช่นเดียวกับ อดีตเพื่อนร่วมชั้นอย่าง ดีโน่ คาบัคโรเน่ ที่บัดนี้รายล้อมไปด้วยเหล่าสมาชิกแฟมีลี่   แน่นอนว่าอดีตเด็กหนุ่มที่เอาร้องไห้โวยวายนั่น  ตอนนี้กลับดูแปรเปลี่ยนไปอย่างถนัด  ...............

" หึ"  สควอโล่แค่นยิ้มให้กับความจริงเบื้องหน้า เกิดในตระกูลมาเฟีย ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องรับสืบทอดสิ่งที่ถูกลิขิตมาแต่ต้น แม้กระทั่งคนที่ดิ้นรนอย่างเต็มความสามารถหรือปฏิเสธมาโดยตลอด สุดท้ายก็หนีความจริงนั้นไม่พ้น

 

แล้ว

 

ตัวฉันล่ะ

 

เด็กหนุ่มผมเงินเดินเลาะไปตามสวนหย่อมจนทะลุไปถึงตัวอาคารด้านหลังที่เงียบเชียบปลอดคน สองมือปลดกระดุมเสื้อสูทก่อนจะโยนลงไปกองกับบันได  ความเงียบ....ช่วยให้ทุกสิ่งกระจ่างชัด

 

การดวล

 

ที่ไร้สาระ

 

                ในตอนนั้น ดวงตาสีแดงคู่นั้นที่มาดหมายจะฆ่าเขาอย่างไม่ปิดบัง รังสีสังหารที่แผดกล้าคมคายอย่างที่ไม่เคยมีนักดาบคนไหนแผ่ออกมา   ทั้งที่คิดว่าจะต้องเอาชนะ และปลิดชีพอีกฝ่ายลงก่อน แต่ก็....แทบไม่อาจละสายตาถอยหนีไปได้  เวลานั้น  หากว่าดีโน่ไม่พุ่งเข้ามา  แม้เขาจะมั่นใจว่าต้องสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้หมอนั่นได้ แต่นั่น....อาจแลกกับ...ชีวิต

" มันคิดจะฆ่าเราจริงๆ" เด็กหนุ่มรำพึงกับตนเองในขณะที่ทรุดลงนั่งกับที่พักบันได  

" ไม่ผิดแน่......"  ความคิดคำนึง พร้อมกับเหตุผลต่างๆค่อยๆปะติดปะต่อ  หากทุกสิ่งถูกต้อง.....แซนซัส  ลูกชายของวองโกเล่รุ่นที่เก้า  หมอนั่นคือเจ้าของเสียงในป่าที่ได้พบเจอ  คนที่ลงมือสังหารพรรคพวกของตนเองที่ถูกเรียกว่า "วาเรีย"  และการที่หมอนั่นไปปรากฏตัวที่นั่น ก่อนจะมาร่วมงานเลี้ยงสำคัญครั้งนี้โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องการให้ใครรู้ ถึงขนาดที่ต้องการฆ่าเขาปิดปาก  นั่นย่อมเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่า......การทำบางอย่าง ถูกปิดซ่อน

 

ความลับบางอย่าง

 

สำคัญยิ่งกว่าชีวิตคน

 

" แบบนี้ก็สนุกสิวะ  ยิ่งแกไม่อยากให้รู้เท่าไหร่ ฉันคนนี้นี่ล่ะที่จะกระชากความลับของแกประจานให้โลกรู้!"  ว่าพลางล้มตัวลงนอนแผ่อยู่ที่บนที่พักบันได ฝ่ามือซ้ายกางออกบดบังแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้านัยน์ตา   แต่แล้วฉับพลัน แสงนั้นก็กลับมืดลง เงาของใครบางคนทาบลงมาจนทำให้สะดุ้งลุกขึ้นนั่ง

" เฮ้ย!!" เสียงของแขกไม่ได้รับเชิญ ร้องเสียงหลงประสานกัน ศีรษะของคนทั้งสองกระแทกกันอย่างแรง เมื่อคนหนึ่งคิดหยอกเล่น  ส่วนอีกคนก็ผุดลุกเร็วเกินไปจนไม่ทันได้สังเกตหน้าตาอีกฝ่ายให้ถนัด  ต่างฝ่ายต่างเอามือกุมศีรษะทรุดนั่งลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด

" ไอ้เวรดีโน่! แกนะแก!" ว่าไม่ว่าเปล่า กลับกระชากคอเสื้อเชิ้ต เล่นเอาฝ่ายที่ถูกต่อว่าปลิวตาม แต่ก็ยังคงฉีกยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สาตามระเบียบ

" น่าๆ แค่ล้อเล่นเอง"  ดีโน่ตอบ น้ำเสียงเหยาะแหยะดูผิดจากภาพลักษณ์เมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

" นี่แกเล่นลิ้นอย่างนั้นเรอะ!" สควอโล่ตะคอก แต่ทันใดนั้นเอง  ดีโน่กลับกลับเผลอลื่นสะดุดรอยต่อพื้นหินอ่อน ไถลล้มลงกับพื้นอีกรอบ  ส่งผลให้อีกฝ่ายที่กำลังโมโหโกรธาพลาดท่า ล้มลงตามแรง  ศีรษะของทั้งคู่โขกเข้าหากันอีกรอบ ปวดระบมจนต้องนอนนิ่งอยู่ไม่อาจขยับเขยื้อน    ดูท่าว่า........ชะตาจะไม่ต้องกันเสียจริงๆ

" โทษทีนะ โทษที ....." ฝ่ายก่อปัญหาหัวเราะกลบเกลื่อนพลางขอโทษขอโพย  ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่เขาทำเสมอมา  แตกต่างกับที่เมื่อก่อนนั้นมักจะก้มหน้าก้มตาขอโทษ แต่ตอนนี้กลับเป็นการปั้นยิ้มขอโทษไปแทน  หากจะว่าไป ความทะเล่อทะล่าของเขา  เมื่อก่อนเข้ารับตำแหน่งว่าเซ่อซ่าแล้ว  ไม่รู้ว่าทำไมหลังจากขึ้นเป็นบอสตระกูลคาบัคโรเน่  ความซุ่มซ่ามของเขาก็เรียกได้ว่าสาหัสขึ้นทุกที

" นี่แก!  แกเจตนาใช่มั้ย!" สควอโล่ยังแผดเสียงต่อ  คิดได้อย่างเดียวว่าไอ้เพื่อนเก่านี่มันเจตนาร้ายชัดๆ  เมื้อกี้ก็เห็นมันคล่องแคล่วปากกล้าดี  แต่มาตอนนี้กลับทำตัวเหมือนไอ้งั่งงี่เง่าไม่ต่างอะไรจากเมื่อก่อนเลยสักนิด 

" อะไรกันๆ  ใจเย็นๆสิน่า" ฝ่ายก่อปัญหายิ้มแหยอย่างสำนึกผิด แต่ก็โบกไม้โบกมือขอโทษขอโพยไปในทีด้วย

" ใจเย็นกับผีน่ะสิ! เลิกโผล่มากวนใจฉันซักที! เมื้อกี้ก็ทีนึงแล้ว นี่แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ!"  สควอโล่ตะคอกต่อ สำหรับเขาแล้ว การปรากฏตัวของดีโน่เมื่อครู่ ไม่ต่างอะไรกับการทำลายศักดิ์ศรีในฐานะของนักดาบเลยสักนิด จริงๆก็กะว่าหากเจอกันตัวต่อตัวก็จะขอดวลกันให้รู้ดำรู้แดงแทนที่ ทั้งที่คิดแบบนั้น.....ไอ้เด็กบ้างี่เง่าตรงหน้านี่ มันใครกันวะ

 

ใบหน้าสองหน้า

 

ดั่งกระจกเงาสะท้อน

 

" แซนซัสคิดจะฆ่านายนะ"  ในขณะที่สควอโล่เอาแต่ครุ่นคิดถึงอีกฝ่าย   ดีโน่กลับชิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่เปลี่ยนไป  " นายไปมีเรื่องอะไรกับหมอนั่นฉันก็ไม่รู้  แต่อยู่ห่างจากหมอนั่นไว้จะดีกว่า"  

 

คำเตือน

 

ในฐานะคนรู้จัก

 

" นายขู่ฉันงั้นเรอะ " คนที่ได้รับการเตือนย้อนตอบ ตอนนี้เขากำลังจ้องตาอีกฝ่ายที่นอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนบนพื้น  ดวงตาสีเงินที่อาจแลเห็นสะท้อนนั้น  สำหรับดีโน่ นั่นเป็นดวงตาที่จ้องอย่างเอาเรื่อง และไม่คิดหาทางออกอย่างสันติวิธีสักนิด

" เล่าให้ฟังต่างหาก จะเชื่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับนาย" พูดได้แค่นั้นก็นิ่งเงียบไป ในความทรงจำของดีโน่ ภาพของแซนซัสที่ปรากฏเสมอมานั้นไม่เคยมีรอยยิ้ม เป็นลูกพี่ลูกน้องที่ไม่น่าคบหาสมาคม เป็นมาเฟียตัวจริงในโลกของมาเฟียอิตาลี  

 

แต่ตอนนี้.....

 

คงพูดเช่นนั้นไม่ได้อีกแล้ว

 

                เด็กหนุ่มสองคนต่างนิ่งเงียบ จ้องหน้ากันและกันอย่างไม่ขยับเขยื้อน  หัวสมองขาวโพลนว่างเปล่า ไม่ได้นึกถึงสิ่งใดนอกจาก......วันคืนที่มิอาจหวนกลับ

 

ต่างคน

 

คิดคนละแบบ

 

" โอ๊ะโอ๋ ! ไม่นึกว่าจะได้มาเห็นอะไรดีๆนะนี่" เสียงใครบางคนพูดทำลายความเงียบขึ้น  ดึงความสนใจไปจากเด็กหนุ่มทั้งสองที่ยังนอนอยู่กับพื้น

" ใครน่ะ!" สควอโล่โพล่งขึ้นก่อน ดวงตาสีเงินเบิกกว้างอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อแลเห็นชายในชุดสูทสีดำสนิทหลายสิบคนเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้  รังสีสังหารแห่งการฆ่าฟันไม่มีการปิดบัง  คนเหล่านี้....ไม่ได้มาดี

" ต้องขออภัยที่ขัดจังหวะนะ  แต่ว่า......"

"............................."  ทั้งดีโน่และสควอโล่ต่างนิ่งเงียบ 

" มีคนอยากให้พวกคุณทั้งสองตายน่ะ!"  ทันใดนั้น ศัตรูต่างพร้อมใจกันคว้าอาวุธเข้าโจมตี  ทั้งคมดาบและอาวุธสังหารระยะประชิดมากมายพุ่งเข้าใส่อดีตสหายทั้งคู่    สควอโล่ตั้งตัวได้ก่อน เขาผลักดีโน่ออกไปอีกทางตามสัญชาตญาณเพื่อหลบอาวุธ ก่อนจะกระชากดาบออกจากฝัก คมดาบสีเงินส่องประกายกระหายเลือด  มุ่งมั่นเพียงแต่จะทะลวงแทงไปด้านหน้า ไม่รีรอละล้าละลัง

" อย่ามาร้องโอดครวญขอชีวิตทีหลังละกันนะโว๊ย!" ร่างสีเงินพุ่งออกไปเบื้องหน้า  พลันกระโดดขึ้นสูง คมดาบส่องประกายล้อแสงอาทิตย์ก่อนจะฟาดฟันคู่ต่อสู้ในจุดที่อาจเล่นงานถึงตายในทีเดียว  สิ่งที่ดีโน่แลเห็นในวินาทีนั้น คือภาพเดิมๆของเพื่อนเก่า ที่ใช้ชีวิตอุทิศเพื่อวิถีดาบ  

" ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย...." เด็กหนุ่มผมทองพึมพำ แม้ใจจะอยากช่วยแต่สิ่งที่ปฏิบัตินั้นแตกต่าง  เด็กหนุ่มผมทองหันรีหันขวา ก่อนที่จะตัดสินใจหลบเข้าหลังเสา     สองมือกำหมัดแน่นจนเหงื่อซึม แม้จะมีอาวุธอยู่ข้างกาย แต่ก็รู้แน่แก่ใจว่า

 

ตนเองนั้น

 

ไร้ประโยชน์

 

" แก!" สควอโล่กัดฟัน เขากำลังถูกรุมล้อมด้วยศัตรูนับสิบ  ดูจากชั้นเชิงการใช้อาวุธ เจ้าพวกนี้ไม่ใช่มือสมัครเล่น   และเชื่อได้เลยว่าใครบางคน....ใช้พวกมันมา  

" ยอมแพ้ซะ  จะได้ตายสบาย" เสียงขู่นั้นบอก หากแต่เด็กหนุ่มกลับตั้งกระบวนท่า มือซ้ายยกดาบขึ้นในท่าเตรียมบุกทะลวงฟัน 

" อย่ามาดูถูกฉัน เจ้าพวกสุนัขรับใช้!" เสียงแห่งความภาคภูมิดังก้องกังวาน ขับขานเสียจนอีกคนที่เอาแต่หลบอยู่ข้างเสานั้นต้องับอาย    " ถ้าคิดว่าเอาชีวิตฉันได้ ก่อนหัวพวกแกขาดเป็นอาหารหมาล่ะก็ ก็เข้ามาสิวะ!" สิ้นคำพูดเพลงดาบที่ไร้ทิศทางอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกนั้นก็แผลงฤทธิ์อีกครั้ง  ทุกครั้งที่วาดดาบแหวกกระแสลมและเนื้อมนุษย์ ทุกคราที่เสียงโลหะปะทะให้สั่นไหว 

 

หนึ่งคนกล้า

 

หนึ่งคนขลาด

 

" สควอโล่....." ดีโน่พึมพำ พลางพยายามที่จะก้าวเท้าออกมา แต่ขาสองข้างกลับดูราวกลับนิ่งแข็ง   เขานั้น.....ยังไม่ใช่ของแท้     หากแต่ขณะที่กำลังจมอยุ่ในความคิดของตนเองอยู่นั้น  ความเยียบเย็นของโลหะกลับแนบสนิทเข้าข้างขมับ 

" สเปลฮี สควอโล่!" เสียงกรรโชกร้องบอก เรียกความสนใจจากเด็กหนุ่มผมเงินที่กำลังอาบเลือดอยู่ท่ามกลางดงศัตรู    ยามเมื่อหันกลับไป กลับปรากฏภาพของอดีตเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังถูกปากกะบอกปื้นจี้เตรียมระเบิดสมองอยู่  แม้ไม่ตกใจ....แต่กลับกังขา...

" เฮอะ" สควอโล่ฉีกยิ้มเย็น ไม่มีทีท่าสนใจกับภาพเบื้องหน้าแม้แต่น้อย ก็แค่ไอ้หน้าโง่ดีโน่ ถูกฝ่ายนั้นจับเป็นตัวประกันเอากระสุนส่องข้างหัวเท่านั้นเอง   ถ้ามีฝีมือขนาดกล้ากระโดดเข้ามาขวางการต่อสู้ของเขาล่ะก็ เจ้านี่เองก็น่าจะพัฒนาฝีมือตัวเองไปได้มากแล้ว กับแค่พวกงี่เง่าพรรค์นี้....

" วางดาบซะ ไม่งั้นฉันยิงหัวเจ้านี่ทะลุ!" ช่างเป็นคำขู่ที่โง่เง่า เมื่อดวงตาสีเงินนั่นไม่มีวี่แววตื่นตระหนกแต่อย่างใด

" แกอยากให้ฉันช่วยมั้ยวะ" เป็นคำถามจากเพื่อนที่เอ่ยถาม   ดีโน่เหลือกตามองอย่างงงงวย ก่อนจะฉีกยิ้มรับ

 

โอกาส

 

ที่จะแก้ตัว

 

" ไม่ต้องหรอก   " เด็กหนุ่มผมทองบอก  ซึ่งทำให้ทางฝ่ายสควอโล่ตีความเอาเองว่านั่นเพราะว่าดีโน่คงสามารถช่วยเหลือตนเองได้  

" พวกแก!" ทันใดนั้นเสียงขึ้นนกดังอยู่ข้างสมอง ดีโน่รับรู้ในทันทีว่าท่าทางชะตาจะถึงฆาตอย่างแน่นอน ถ้าเป็นตัวเองเมื่อก่อนล่ะก็.....คงจะร้องไห้โวยวายไปแล้ว     แต่ตอนนี้ เบื้องหน้าเขา.....

 

ฉัน

 

จะไม่แพ้

 

                ทว่า ก่อนที่เศษเนื้อสมองของบอสหนุ่มแห่งคาบัคโรเน่จะกระจายเต็มพื้นเสียก่อน เสียงตะโกนหนึ่งกลับดังก้องขึ้น

" หลบซะ!" เสียงเด็กทารกแว่วผ่านอากาศ ช่วยให้ดีโน่ที่กำลังตัดใจเบิกตาขึ้น  กระสุนนัดหนึ่งวิ่งแหวกอากาศ  ทะลุกลางหน้าผากของชายหนุ่มเคราะห์ร้าย เลือดสดๆพวยพุ่งขึ้นอาบร่างของเด็กหนุ่มผู้นำแห่งตระกูลมาเฟีย  คาวเลือดที่ทำให้ ชวนคิดถึงเรื่องราวที่ไม่เคยลืม ราวฝันร้ายที่หลอกหลอน.......

" นี่แก!" สควอโล่เองก็มีปฏิกิริยามึนงงกับเรื่องราวเพียงชั่วขณะ แม้จะตั้งใจที่จะหาญสู้ต่อ แต่เสียงฝีเท้าของใครหลายคนที่เดินเข้ามานั้น กลับทำให้การตะลุมบอนต้องชะงักลง 

" จัดการ!" เสียงออกคำสั่งดังขึ้นอย่างไร้ที่มา  พลันเสียงอาวุธกลับก้องกังวาน พร้อมกับร่างของเหล่ามาเฟียอีกกลุ่มหนึ่งที่กระโจนเข้าร่วมวงต่อสู้ พร้อมจับอาวุธเข้าประจัญบานฟาดฟัน   สควอโล่เองแม้จะกวัดแกว่งดาบ แต่ทุกสิ่งก็จบลงอย่างรวดเร็วชนิดไม่คาดฝัน เมื่อเหล่าศัตรูไร้นามนั้นกลับถูกพิชิตพ่ายแพ้ในเวลาอันสั้น   เบื้องหลังคาวโลหิต เสียงฝีเท้าที่มาพร้อมกับความน่าพรั่นพรึงก็ตามมา

 

หนึ่งเด็กทารก

 

หนึ่งชายชรา

 

" แกนี่ยังไม่เข้าขั้นจริงๆนั่นล่ะ"  ทารกผู้สวมเครื่องแบบสัญลักษณ์แห่งมาเฟียบอก ควันจากกระบอกปืนที่ใช้สังหารเหยื่อเมื่อครู่ยังคลุ้งอยู่ หากแต่ก็สาวเท้าเดินเข้ามาตรงหน้าของดีโน่  ที่ตอนนี้ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว 

" โทษทีนะ รีบอร์น  " น้ำเสียงเย็นที่เอ่ยขึ้นต่อหน้าเด็กทารก พร้อมกับใบหน้าเปื้อนเลือดที่เงยขึ้นมองบรรดาชายในสูทดำที่เชื่อได้ว่าคงเป็นคนของตระกูลคาบัคโรเน่

" แกมันไอ้งั่ง    ท่านรุ่นที่เก้า ดูท่าอาการของหมอนี่ถึงตายก็แก้ไม่หาย" รีบอร์นรายงานต่อชายผู้เป็นนายของตน ในขณะที่ดีโน่พยายามตั้งสติหยัดร่างขึ้นอีกครั้ง

 

เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกน้องผู้ติดตาม

 

จึงได้อาจหาญ

 

" ขอโทษด้วยนะทุกคน" เป็นอีกครั้งที่ดีโน่ต้องโค้งคำนับ  สำหรับเขาการก้มหัวเช่นนี้ช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับความไร้สามารถของตน 

" ไว้พูดกันทีหลังเถอะครับ บอส" ชายคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้าซับโลหิตศัตรูที่เปื้อนใบหน้าของเจ้านายจนหมองหม่น   ภาพที่แลเห็น มีแต่จะย้ำเตือนความไม่เข้าใจและงงงวยให้กับเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างกัน

" หมายความว่ายังไง" สควอโล่เอ่ยถาม เขาสะบัดดาบที่ย้อมเลือดศัตรู และเลือกที่จะมองตรงไปยังต้นเหตุแห่งความสงสัยเหล่านั้น

" ก็อย่างที่เธอเห็นนั่นล่ะ" รุ่นที่เก้าแห่งวองโกเล่แฟมีลี่เอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเดินมาเบื้องหน้า  " ดีโน่น่ะ หากว่าไม่ได้อยู่ต่อหน้าสมาชิกของคาบัคโรเน่แฟมีลี่แล้ว เขาก็จะไม่สามารถแสดงฝีมือออกมาได้เลย"  คำบอกเล่าที่ทำให้สควอโล่ต้องเหลียวกลับไปมองภาพของอดีตเพื่อนร่วมชั้นอีกครั้งซ้ำแล้วซ่ำเล่า   เจ้านั่น........

" แก!" ว่าแล้วก็สาวเท้าเข้ามากลางวงสนทนาของคาบัคโรเน่ สควอโล่พลันกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเข้าเต็มแรง  ดวงตาสองคู่สบกันอยู่เช่นนั้น คู่หนึ่งนิ่งเงียบ คู่หนึ่งร้อนรน  " ทำไมแกถึงไม่แหกปากขอให้ช่วยล่ะวะ!"

 

แหกปากขอให้ช่วย

 

แหกปากขอให้สมเพชเวทนา   

 

ดังเช่นในอดีต

 

" เพราะนายกำลังต่อสู้  และฉันเองก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะทำแบบนั้นได้"   ถูกต้อง เวลาที่จะขอให้ใครช่วยเหลือในสมรภูมิแห่งความเป็นความตาย.....มันผ่านพ้นไปแล้ว

 

การร้องขอดั่งการขาย

 

ศักดิ์ศรี

 

ของตระกูล

 

" ....................................."   เหตุผลที่ทำให้ต้องนิ่งอึ้ง  คนที่ตนเคยดูถูกดูแคลนมานานช้า พลันเปลี่ยนผัน    ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด....มาเยือนตั้งแต่เมื่อใด

" โรมาริโอ้" รีบอร์นพูดขึ้น " นายพาดีโน่ไปก่อน   ฉันกับท่านรุ่นที่เก้า มีเรื่องจะถามเจ้าพวกนี้" นั่นหมายถึงบรรดาเหล่าผู้บุกรุกที่ริบังอาจมาก่อเรื่องในอาณาสถานของวองโกเล่    

" รบกวนพาสควอโล่ไปด้วยนะ โรมาริโอ้" ท่านรุ่นที่เก้าพูด  พลางมองไปยังเด็กหนุ่มนักดาบ แน่นอนว่าสควอโล่ทำท่าจะเถียง อย่างน้อยที่สุดก็อยากรู้ว่าอะไรเป็นอะไรมากกว่านี้  แต่ก็กลับถูกชิงตัดหน้าพูดขึ้นเสียก่อน " ฉันมีเรื่องภายในที่จะต้องสะสาง"  เป็นคำพูดดักคอที่ย้ำเตือนว่า บุคคลภายนอกไม่สมควรที่จะเหยียบย่างก้าวก่าย

" เชิญทางนี้ครับ" โรมาริโอ้ ผายมือเชื้อเชิญแกมบังคับแขกจำเป็นให้จำใจต้องเดินตามไป  

 

นี่เขา

 

จะไม่รู้อะไรเลยงั้นรึ

 

" ดีโน่   สควอโล่"  เสียงวองโกเล่ร้องเรียกให้เด็กหนุ่มทั้งสองหันกลับมามอง  " คืนนี้อยู่ทานอาหารค่ำด้วยกันนะ... ทั้งสองคน" รอยยิ้มเชื้อเชิญ....ที่ไม่อาจปฏิเสธ

" ครับท่าน" เสียงของทั้งคู่ตอบรับในเพลาเดียวกัน    

 

และเรื่องราว

 

จึงได้ดำเนินไป

 

 

ยาวแล้วนะพี่น้อง ข้าน้อยเขียนเรื่องนี้ยาวแล้วนะ  กันข้อครหาว่าเป็นฟิคลูกเมียน้อย  ( หัวเราะ ) แต่ขอโทษที่มันเป็นพาร์ทของ ดีโน่กับสควอโล่ หึๆ   ส่วนตัวนอกจากจะชอบ เฮีย กับสควอโล่แบบเท่ๆแล้ว ข้าน้อยยังชอบดีโน่เวอร์ชั่นดาร์คด้วย   เรื่องราวในตอนนี้คือการเปิดฉากความวุ่นวาย  นั่นล่ะเจ้าค่ะ  ความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อน ของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามสมัยวัยละอ่อน   นี่ล่ะเจ้าค่ะที่อยากเขียน ! โฮกกกกกกกกกกก

 

พบกันเรื่องต่อไป เงาฝน!

 

อะ.....แต่เราต้องอัพ ส.ย. อ  นี่หว่า!

 

 

edit @ 21 Jul 2008 17:06:38 by ruk21us

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry


คำเตือน



ในฐานะคนรู้จัก <<<< อันนี้คือ ความจริงแล้วหวงหลามชิมิค่ะท่าน เลยแอบดักทางล่วงหน้า เดี๋ยวหลามไปหลงเฮียไม่รู้ตัว ( หรือหลงไปแล้วววว)

ท่านรักถีบออกนอกบล้อกรอบที่ล้าน 55555+ รู้สึกเม้นท์ฟิคนี้กวนบาทาท่านตลอด รักน่ะจึงหยอกเล่น ><!!

ตอนนี้ให้คะแนนดีโน่ มาเป็นตัวขโมยซีนได้น่ารักมากค่ะท่าน = =b แต่ยังไงเรารักเฮียของเราคนเดียวเสมอต้นเสมอปลาย รักเฮียที่สุด เคะๆๆๆๆๆ

รอตอนต่อล่ะค่าท่าน


#1 By เฟียร์ . Fiar on 2008-07-21 20:28

เม้นท์ให้ในบอร์ดแล้ว (ขออภัยที่เม้นท์ไม่เป็นที่เป็นทาง)

แต่ก็ขอชมจริง ๆ เรื่องการเขียนดีโน่ ตอนที่แล้วยังเท่อยู่เลย ตอนนี้แม้จะลดความเก่งแต่เรื่องจิตใจมีพัฒนาการเห็น ๆ

หลามน่ารักอีกแล้ว อ่านกี่ครั้งสควอลโล่ก็มีบุคลิกที่โดดเด่น แม้จะโหดเหี้ยมในการต่อสู้ แต่เรื่องศักดิ์ศรีและความมีน้ำใจก็มีมากไม่แ้พ้กัน

รักน้องหลามสุดหูรูดดดดดcry

#2 By ~WhiteChoc!~ on 2008-07-22 09:34