SFIC : My Love for You ( X27 )
posted on 12 Dec 2008 23:40 by ruk21us in REBORN-FANFICTIONSFIC ที่เคยจะสุขสันต์วันเกิดสึนะ ไฉนมาออกวันที่กำลังเครียดเพราะเรื่องราวรุมเร้าได้นะ อาฮะ..ฟิคแอบจิตดาร์คๆ ของX27 เจ้าค่ะ
ปล. ฟิคอารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีการแก้สำนวน หากอ่านแล้วผิดพลาด ขออภัย ณ ที่นี่เจ้าค่ะ
My Love for You
แค่คำหวานน่ะ
มันไม่เพียงพอหรอกนะ
ช่อดอกไม้เกลื่อนกลาดเต็มห้อง ในขณะที่บัตรอวยพรและของขวัญก็มากมี หนึ่งในงานเลี้ยงครั้งสำคัญประจำปีของแฟมีลี่กำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมง และบรรดาผู้อาวุโสของวงการต่างก็มากันพร้อมเพรียง ช่างเป็นงานที่ใหญ่โต เลิศหรู และตระการตาอย่างที่ตัวตนในอดีตของตนเองวาดหวังเอาไว้ วันเกิด...ที่มีคนรายล้อมมากมาย
" ท่านรุ่นพี่สิบครับ ต้องการให้ผมอ่านรายชื่อแขกให้ฟังอีกรอบหรือเปล่าครับ" โกคุเดระ ฮายาโตะ ผู้มีฐานะเป็นมือขวาของประมุขสูงสุดแห่งวองโกเล่แฟมีลี่เอ่ยถามผู้เป็นนายที่กำลังผูกเนคไทให้กับตนเองอยู่เป็นพัลวัน ซาวาดะ สึนะโยชิ ในวัยยี่สิบปี
" ไม่ล่ะโกคุเดระคุง ฉันจำได้แล้ว หลังจากท่องอยู่เป็นชั่วโมงล่ะนะ" หัวเราะให้กับตนเอง ที่เรื่องสมองไม่ค่อยจะเอาไหนซักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าไม่เลวที่เขาพอจะปะติดปะต่อรูปคนกับชื่อแขกได้แล้ว นี่ถ้าจำผิดล่ะก็คงต้องถือเป็นเรื่องใหญ่
" อืม...ถ้าอย่างนั้น" ทำท่าทีครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจ " สุขสันต์วันเกิดนะครับ" ชายหนุ่มบอก แม้จะเร็วไปสักนิด แต่เขาก็อยากจะได้คำนี้เป็นคนแรกของวัน วันที่เขาไม่เคยลืม วันเกิดของผู้เป็นเจ้าชีวิตของตนเอง แน่นอนว่า ฝ่ายตรงข้ามนั้นยิ้มรับอย่างอ่อนโยน
" ขอบคุณ โกคุเดระคุง" สึนะบอก แอบนึกดีใจอยู่เช่นกันที่คำอวยพรแรกของวันนี้เป็นคำอวยพร...จากใจ
" ทั้งที่เป็นวันเกิด แต่กลับต้องเหนื่อยทั้งวันนะครับ"
" มันก็ต้องเป็นแบบนั้นล่ะนะ" เจ้าของวันสำคัญหัวเราะเบาๆอีกคราเพราะเข้าใจนัยที่ฝ่ายนั้นต้องการเอ่ยถึง ในฐานะของนายใหญ่แห่งครอบครัวมาเฟีย คงบอกไม่ได้หรอกว่าต้องการวันเกิดแบบเรียบง่ายสบายๆน่ะ อำนาจคือความยิ่งใหญ่ และความยิ่งใหญ่ก็ต้องแสดงที่การกระทำ เพราะฉะนั้น การเอาแต่ใจตัวเอง อย่างงานวันเกิดเล็กๆกับเพื่อนฝูงน่ะ...ลืมมันไปเสียเถอะ
" ท่านรุ่นที่สิบ..." ก่อนที่คนทั้งสองจะได้พูดจาตระเตรียมกันมากกว่านั้น ประตูห้องก็ถูกเคาะขึ้นเบาๆ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำอีกคนจะก้าวเดินเข้ามา รอยยิ้มนั้นยังคงประดับมั่น หากแต่กลิ่นคาวที่ติดมากระทบเข้าจมูกนั้นกลับน่าประหวั่นใจ
" กลับมาแล้วเหรอ ยามาโมโตะ" สึนะถามยอดนักดาบหนึ่งในผู้พิทักษ์และสหายสนิทของเขาที่บัดนี้ยืนส่งยิ้มให้กับเขาด้วยทีท่าสบายๆ ภายหลังจากปฏิบัติภารกิจกลับมาอย่างเรียบร้อยตามรายงาน
" อืม ไม่ใช่แค่ฉันหรอกนะ" ชายหนุ่มบอกก่อนจะเขยิบให้อีกคนยื่นใบหน้าเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่แสนจะแสบตานัก
" เซอไพรสสุดหูรุดเลยล่ะ ซาวาดะ!" ผู้พิทักษ์แห่งอรุณร้องบอก
" คุณพี่!" ช่างน่าดีใจที่จู่ๆก็ได้พบกับเพื่อนสนิททั้งหลายในเวลาเดียวกัน " กลับมาจากอิตาลีพร้อมกับยามาโมโตะ หรอกหรือครับนี่"
" อาใช่ๆ" ซาซางาวะ เรียวเฮพยักหน้ารับ ก่อนที่จะหันไปมองยามาโมโตะ พวกเขาเอ่ยขึ้นพร้อมกันพร้อมรอยยิ้มและเสียงอันดัง " สุขสันต์วันเกิด!" นั่นคือคำพูดเพียงวลีเดียวที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาบอกกล่าว และแน่นอนว่าฝ่ายผู้รับฟังนั้นอิ่มเอิบด้วยรอยยิ้มอย่างมิอาจพรรณนา
" ขอบคุณนะยามาโมโตะ ขอบคุณครับ คุณพี่" มันเหนือกว่ากว่าของขวัญพวกนั้น มันเหนือกว่าดอกไม้มากมายเหล่านั้น เพียงคำพูดของพวกพ้องเพียงประโยคที่ทำให้หัวใจนั้นอิ่มเอิบและสุขสันต์ พวกเพื่อนๆของเขา..คงจะรู้...
" นายโอเคนะ สึนะ..." ยามาโมโตะถามขึ้น หากแต่เพื่อนเก่าแก่ของเขาเพียงพยักหน้ารับ
" ไม่มีอะไรนี่นะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวทุกคนจะรอนะ" ชายหนุ่มบอก ก่อนจะคว้าเสื้อสูทขึ้นสวมในขณะที่โกคุเดระเดินเข้ามาช่วยจัดให้เรียบร้อย สึนะหันกลับมายิ้มให้พวกพ้อง ก่อนะจะก้าวเดินไปตามระเบียง
" เรื่องนั้น...เพิ่งจะผ่านไปแท้ๆ" เรียวเฮพึมพำขึ้น แต่เป็นโกคุเดระที่ได้แต่ยืนนิ่งมองดูแผ่นหลังของผู้ก้าวเดิน พวกเขาสามคนไม่ได้มองหน้ากัน แต่ต่างก็ครุ่นคิดในสิ่งเดียวกัน วันเกิด....วันๆหนึ่ง....
ซาวาดะ สึนะโยชิ รู้ตัวเองดี เขาเลือกที่จะแบกรับบาปกรรมจากอดีตและเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ที่ชุ่มเลือดด้วยสองมือของตน ดังนั้นเมื่อสองวันก่อน....ด้วยความผิดพลาดของตนเอง เขา.....
" ฉัน...ออกคำสั่ง...ฆ่าคนพวกนั้น" คำสั่งที่เพียงแต่นึกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างแฟมีลี่ แต่ในทางปฏิบัติกลับทำให้ผู้หญิงและเด็กต้องล้มตาย และนั่นก็ถูกปิดข่าวลงอย่างแนบเนียนด้วยฝีมือของวาเรีย ด้วยฝีมือของ....หัวหน้าวาเรีย...แซนซัส
" นาย....เจตนาจะหลอกให้ฉันเซ็นคำสั่งพวกนั้น" หัวเราะกับตนเองทั้งน้ำตาที่ถูกปลอมเอกสารและหลอกใช้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด ก็เป็นความผิดพลาดของเขาเองที่ไม่จัดการอะไรให้ละเอียดถี่ถ้วน ไม่สามารถที่จะโวยวายหรือร้องขออะไรได้อีก มันมีแต่ความอัปยศที่แสนน่าเศร้าใจเท่านั้น วาเรียทำเพื่อวองโกเล่ กำจัดทุกคนที่ขวางอำนาจของวองโกเล่ ดังนั้นแซนซัส...ก็...
หมอนั่น
ทำเพื่อ
....................
" ฉันมันก็แค่ไอ้งั่ง ที่โง่พอจะให้นายหลอกได้" นั่นไม่ใช่การตัดพ้อเสียทีเดียว เนื่องเพราะถึงจะตึงเครียดไม่พอใจ หากแต่ดวงตาก็วาวโลดขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้พ่าย ที่สุดปลายระเบียงนั่นคือห้องโถง คืองานวันเกิด แขกที่มาเยี่ยมเยือนในวันนี้ก็คือผลพวงของชัยชนะจากศึกสงครามระหว่างแฟมีลี่ เป็นอำนาจที่ได้มา เป็นของขวัญที่แสนสวย จาก.....ผลลัพธ์จากความชั่วร้ายของนายยังไงล่ะ แซนซัส
ในห้องที่เงียบสงัดของคฤหาสน์อีกแห่งหนึ่ง กระดาษยับยู่ยี่จำนวนมากถูกขว้างทิ้งอยู่บนพื้น เศษแก้วเรี่ยราดตามพื้นพรม ความมืดนั้นทอดตัวพร้อมกับแสงจันทร์ที่สาดทอลงมากระทบ เสียงบานประตูเปิดขึ้นพร้อมกับฝีเท้าที่เงียบกริบของใครบางคน
" โง่เง่าจริงๆนั่นล่ะ" สเปลบี สควอโล่พูดก่อนจะหยิบเศษกระดาษขึ้นคลี่ออก เอกสารลับที่ถูกปลอมแปลง คำสั่งลับที่ตัวบอสของเขาเป็นคนสั่งให้หลอกลวงวองโกเล่รุ่นที่สิบ
" ชิๆๆๆ เจ้าชายไม่ยักเข้าใจ ว่าบอสทำบ้าแบบนั้นทำไม จะถูกเหม็นขี้หน้าซะเปล่าๆน้า" เบลเฟกอลที่เดินตามเข้ามาหัวเราะพร้อมฉีกยิ้มหยัน หากแต่คู่สนทนาของเขากลับก้าวเดินเข้าไปถึงโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง ฉลามหนุ่มแลเห็น .....การ์ดสีขาวแผ่นหนึ่งถูกวางไว้ การ์ดที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้ตัวอักษรหรือคำอวยพรใดๆ การ์ดที่แม้แต่ชื่อของผู้ให้หรือผู้รับก็ยังไม่ปรากฏแก่สายตา
" แล้วถ้าเป็นนาย จะทำยังไงล่ะ" ชายหนุ่มเอ่ยถามผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง หากแต่สายตาของตนกลับทอดมองออกไปยังแผ่นฟ้ายามค่ำคืนอย่างแสนระอา ความรู้สึกที่ส่งไปไม่ถึงผู้รับ หรือผู้รับที่ปฏิเสธที่จะรับมันไว้กันแน่
"ฆ่าซะสิ" ตอบกลับไป ทุกคนมีของรัก และหากรู้ว่าอาจจะต้องสูญเสียมันให้กับผู้อื่นล่ะก็ สู้ทำลายให้แหลกสลายลงเองมีดีกว่าหรอกหรือ " บอสต่างหาก ที่ใจดีเกินไปแล้ว"
" อาจจะจริง" ทำอะไรเพื่อคนที่ไม่เคยมองว่าเราอยู่ในสายตา วาดหวังปรารถนาเพื่อปกปักษ์ แต่ท้ายที่สุดกลับไม่เหลือสิ่งใด คนๆหนึ่งที่ลดศักดิ์ศรีและความดื้อดึงของตนลงเพื่อใครบางคน แต่ไม่ยอมแม้เอ่ยปากพูดจา คนๆหนึ่งที่ยอมตัวเป็นดั่งมารปีศาจเพียงเพื่อให้คนๆนั้นหยัดยืนคงมั่น
มีความรู้สึกใด
สูงส่งไปกว่านั้น
" นี่ไม่ใช่เทพนิยาย" นักดาบอันดับหนึ่งแห่งวาเรียบอกกับตนเอง การ์ดใบหนึ่ง ที่คงจะไม่มีวันได้รับการจรดปากกาลงนามตลอดกาล
รถลีมูซีนคันหรูค่อยๆแล่นออกไปแล้ว ในขณะที่นายใหญ่แห่งตระกูลวองโกเล่นั้นฝากภาระทุกอย่างแก่มือขวาของเขา ซาวาดะ สึนะโยชิเดินขึ้นไปยังห้องชั้นสอง ห้องพักหรูหราที่ไม่มีสิ่งใดน่าพิศวาสให้ชื่นชม เปล่าเปลี่ยว เหนื่อยอ่อน โกคุเดระคุงกำลังส่งแขก ยามาโมโตะกับคุณพี่ออกเดินทางไปอีกแล้ว คุณฮิบาริขาดการติดต่อไปเช่นเคย พวกโคลมก็ยังทำตัวลับๆล่อๆให้ทางผู้ใหญ่ต้องคอยถามไถ่ข่าวคราว โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไป คนก็ผันแปรไม่คงที่
" อย่ายืนอยู่แบบนั้นสิ ฉันจะปิดประตูห้องแล้วนะ" สึนะโยชิเอ่ยขึ้นเพื่อเตือนใครบางคน และทันใดนั้นเองที่เด็กหนุ่มในชุดสูทลายวัวก้าวออกมาด้วยสีหน้าหม่นหมอง
" วองโกเล่"
" ไม่นึกว่าจะกลับมาวันนี้ จะเข้ามามั้ย" บอกพลางยื่นมือให้กับเด็กหนุ่มผู้เป็นเสมือนน้องชายคนสำคัญ แต่ฝ่ายนั้นกลับส่ายศีรษะน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
" สุขสันต์วันเกิดนะครับ ขอให้เป็นปีที่ดี " ยิ้มให้เท่าที่จะสามารถยิ้มออกมาได้ ชายหนุ่มตรงหน้าเขาไม่ต้องการความเศร้า เรื่องร้ายนั้นมีมากแล้ว และเรื่องดีๆก็ควรจะมากขึ้นตามลำดับ แม้จะ....น้อยนิดนัก ขณะที่คิดแบบนั้น อ้อมแขนของคนที่เขาคำนึงหากลับโอบรัดเข้ามา สองแขนที่อบอุ่นและแสนจะแข็งแกร่ง
" ขอบใจ แรมโบ้ ขอบใจมาก" นี่คืออีกหนึ่งคำอวยพร ไม่ต้องมีช่อดอกไม้ ไม่ต้องมีของขวัญมามอบให้ ฉันที่มีพวกเธอข้างเคียง นั่นก็คือโลกที่สว่างไสวพอเพียงแล้ว
" ดึกแล้ว พักผ่อนเถอะนะครับ ผมเองก็ต้องกลับไปเรียน " เอ่ยลาอย่างตัดบท อยากให้หลับอย่างเป็นสุข เพราะรู้ว่าเช้าวันพรุ่งไม่ได้มีแต่เรื่องดีที่รอคอย มาที่นี่ เพียงเพื่อจะได้รู้ว่า คุณ....ยังคงอยู่
คนที่เคยโอบประคองผมไว้
ยังคำนึงถึงผม
แม้เศษเสี้ยว
ทั้งที่คิดว่าปิดหน้าต่างอย่างดี ทั้งที่คิดว่าห้องหับแน่นหนาจนไม่น่ามีผู้บุกรุก แต่เวลานี้ บานหน้าต่างเปิดแง้มอยู่ ลมโกรกเข้ามา ความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์ฉาบทอ กลิ่นอายของใครบางคนที่แสนเคยคุ้นแม้จะไม่อาจเห็นใบหน้าได้ก็ตาม
" ฉัน...จะไม่เปิดไฟหรอกนะ " เพราะไม่อยากเห็นหน้า เพราะไม่อยากโกรธแค้นชิงชัง แต่แม้จะเป็นแบบนั้น ฉันก้รู้ได้ว่า...นั่นคือนาย
" ใครใช้ให้แกออกความเห็นกัน" ชายหนุ่มเจ้าของเสียงกรรโชกถาม ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ แนบประชิดสัมผัสกายต่อหน้า มีเพียงเงารางเลือนของใบหน้ากันและกันที่อาจพอมองเห็น
" ฉันจะ....ไม่ยอมหายไป " สึนะพูด ก่อนจะโอบลำแขนโน้มศีรษะชายตรงหน้าให้เข้ามาใกล้ ลมหายใจ เสียงหัวใจเต้น กลิ่นเลือดที่ลอยคลุ้งในอากาศ และ ...รสชาติของความตาย ที่ส่งผ่านปลายลิ้นยามที่ประทับจุมพิต ทีละน้อยๆ ที่ต่างก็ค่อยๆโอบกอดร่างของอีกฝ่าย เรียวลิ้นและริมฝีปากแนบสนิท หัวใจเต้นแรงและสมองนั้นมึนชาว่างเปล่า
โกรธแค้น
ไม่พอใจ
แล้ว
ทำไม
" ไม่มีคำถามรึไง" แซนซัส เอ่ยขึ้นยามที่ดึงเนคไทออกจากต้นคอระหงของฝ่ายตรงข้าม จูบที่เรี่ยลงมาตามร่างกาย ชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าที่อิงแอบศีรษะเข้ามาในอ้อมอกของเขา
" ถึงถามไป..ก็ไม่ตอบอยู่ดี" สึนะบอก พลางโน้มใบหน้าที่มองไม่ถนัดนั้นลงมาประทับจูบข้างแก้มอีกครา พวกเขาล้มลงบนผืนพรม สองร่างที่กอดรัดและค่อยๆเปลื้องอาภรณ์ออกอย่างเชื่องช้า แนบสัมพันธ์ มือของชายหนุ่มแห่งวาเรียที่ค่อยๆลูบไล้ตามเรียวขาของ นายใหญ่แห่งวองโกเล่ ไม่ใช่ความคิดถึง ไม่ใช่ความโหยหา
" ตัวแกเกลียดฉัน...ถูกมั้ยล่ะ " แสยะยิ้มเอ่ยถาม ขณะที่ฝ่ายนั้นเรี่ยปลายนิ้วไปบนแผ่นอกของตัวเขา ยามนั้นที่แสงจันทร์สาดทอ ที่แลเห็นถนัดเบื้องหน้า ก็คือรอยยิ้มที่แสนฝืดขมนั้น ดวงตาสีน้ำตาลที่นิ่งสงัด รอยแย้มยิ้มที่ปะปนระคนความเจ็บปวด ความมาดมั่น ความแข็งแกร่ง ท้องฟ้าที่บิดผันเปลี่ยนแปร หากแต่ก็ประทับตรึงมิรู้ลืม
" คำตอบนั่น...เป็นนายที่รู้ดี แซนซัส" ฉันจะไม่ตอบออกไป เพราะนาย...ไม่มีค่าควรได้รับ
" เหิมเกริมเกินไปแล้ว ..." แค่นยิ้มพลางขำขันกับปฏิกิริยาท่าที นั่นน่ะหรือคือคำตอบของกันและกัน
ต่างก็เป็น....
ได้เพียงเท่านั้น
" แกโชคดีที่ยังมีลมหายใจอยู่ได้อีกปี"
" จะถือว่านั่นเป็นคำอวยพรนะ" ยิ้มให้อย่างจืดจาง และขอให้คืนค่ำผ่านเลยในอ้อมแขนของปีศาจ
" เหอะ เจ้าสวะนิสัยเสีย " แซนซัสหัวเราะเบาๆก่อนจะค่อยๆบรรจงจุมพิตอีกครา จูบที่ไม่มีความอ่อนโยน แต่ช่างอัดแน่นด้วยความปรารถนาที่มอบให้ต่อกัน ระหว่างพวกเขา มันคือรสจูบที่ปนคาวเลือด มันคือสองมือที่โชยกลิ่นเนื้อ ตัวตนของกันและกันที่ดำมืดโสโครกอย่างมิอาจพรรณนา ใต้เงาของราตรีกาล ใต้เสียงขับขานกร่นด่าจากนรก ทะเลโลหิตและซากศพอันถมทาทั่วแดน
นายมีฉัน
อยู่นิจนิรันดร์
จบ
ข้างล่างนี่คือการบ่นส่วนตัว ข้ามไปเลยค่ะ
ปล. ขอบ่นเฉพาะในบล็อคนะเจ้าคะ เกิดอาการเครียดสะสมกะทันหันจากการโต้ตอบเมลกับทางมหาลัย ตั้งแต่เกิดมา ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเป้นช่วงที่บ้ากับการรับส่งเมลกับทางเจ้าหน้าที่มหา ลัยมาก ทั้งที่ฝรั่งเศส ที่สกอตแลนด์ ทั้งเรื่องบ้านเช่า เรื่องลงทะเบียน ปวดหัวสุดๆค่ะ ที่ต้องมานั่งออนไลด์อินเตอร์เนตเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงทั้งที่หอ ทั้งที่มหาลัย เพื่อคอยเช็คเมลทุกๆสิบนาทีเนี่ย
คน น่าเหนื่อยใจค่ะ ข้ากำลังคิดว่าตอนนี้ข้าน้อยรู้รายละเอียดการลงทะเบียนนักเรียนของ โปรแกรม Erasmus ของยุโรปมากกว่าคนที่นี่เสียอีก งงค่ะ ทำงานกันได้งงมาก
ปวด หัวเรื่องสอบ ที่มืดแปดด้าน สอบภาษีปากเปล่า คิดได้ยังไง แล้วตอนนี้ก็ไม่มีแม้แต่แนวข้อสอบ หรือความใจอ่อนไม่เข้าเรื่องของตัวเองที่ทำตัวเองไม่ว่างตลอดอาทิตย์ซะงั้น ( คนแก่ ผู้หญิง เด็ก...ช่างเป็นจุดอ่อนที่น่าเจ็บปวดจริงๆ )
เรื่องลงทะเบียน เรื่องการเดินทาง สารภาพว่าบ้าสุดๆไปๆแล้ว อยากทิ้งทุกอย่างไปตะโกนอยู่กลางทุ่งจริงๆค่ะ
บ่นไปแล้ว....ขออภัยทุกท่านที่เข้ามาอ่านฟิคนะคะ คาดว่า วันเสาร์หน้าคงดีขึ้นเมื่อก้าวขึ้นเครื่องบินค่ะ ( หัวเราะ )
edit @ 13 Dec 2008 00:45:11 by ruk21us


ไว้จะกลับมาอ่าน = =
#1 By dearchan on 2008-12-13 01:10