กำแพงเบอร์ลินแห่งสยามประเทศ
posted on 03 Sep 2009 23:30 by ruk21us in ANALYZE
กำแพงเบอร์ลินแห่งสยามประเทศ
เมื่อเราพูดถึงกำแพงเบอร์ลิน นั่นก็หมายถึงช่วงเวลา 28 ปี ระหว่าง 1961-1989 หลังสงครามโลกครั้งที่สองในช่วงของสงครามเย็นที่โลกนั้นแบ่งเป็นสองขั้ว คือทุนนิยมที่นำโดยสหรัฐอเมริกา และคอมมิวนิสต์ที่นำโดยอดีตสหภาพโซเวียต
เยอรมันนั้นเป็นประเทศผู้แพ้สงครามในสงครามโลกครั้งที่สอง และถูกแบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนของเยอรมันตะวันตกที่เป็นทุนนิยม และเยอรมันตะวันออกซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ "กำแพงเบอร์ลิน" จึงเป็นสัญลักษณ์ของสงครามเย็นระหว่างสองขั้วอำนาจซึ่งเป็นสองผู้นำของโลกในเวลานั้น
ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองขณะนั้นผู้คนในเยอรมันตะวันออกนั้นถูกห้ามออกนอกประเทศ และประชาชนของเยอรมันนั้นก็ถูกแบ่งแยกกันด้วยกำแพงที่ทอดยาวแบ่งประเทศออกเป็นสอง ผู้คนนับร้อยคนที่ต้องตายจากการพยายามหนีออกจากกำแพง เป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ และชาติที่ควรเป็นหนึ่งเดียวก็ไม่อาจเป็นเช่นนั้นได้ต่อไป
แต่ในวันนี้ เราไม่ได้กำลังจะมาพูดถึงในเรื่องของประวัติศาสตร์เช่นนั้น แต่เรากำลังจะมาพูดถึงความหมายของ "กำแพงเบอร์ลิน" กำแพงที่ผู้สร้างนั้นคาดมาดหมายว่าจะแบ่งประเทศเป็นสอง และสร้างความขัดแย้งแบ่งแยกต่อไปตราบนานเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวนั้นเริ่มต้น
12 มิถุนายน 1987 อดีตประธานาธิบดีโรนัล เรแกน กล่าวสุนทรพจน์ หน้า ประตูชัย Brandenburg เบอร์ลินตะวันออก ข้อความที่ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์คือ
‘Tear Down this Wall'
ต่อมาคือการล่มสลายของสังคมคอมมิวนิสต์ของอดีตสหภาพโซเวียต และเยอรมันตะวันออกนั้นอนุญาตให้ประชาชนออกนอกประเทศ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติ
ปี 1989 การปฏิวัติที่ไร้ซึ่งการเสียเลือดเนื้อก็ได้เริ่มขึ้น เมื่อคนเยอรมันตะวันตกนั้นรวมตัวกันขึ้นไปยืนบนกำแพง และชายสองคนตัดสินใจกระโดดข้ามลงไปสู่เยอรมันตะวันออกในยามค่ำคืน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวจากคนเยอรมันทั้งสองฝั่ง
ไม่ใช่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง
แต่เป็นทั้งสองฝั่ง
ทั้งสองส่วน
ในท้ายที่สุดก็นำไปสู่ความวุ่นวายในเบอร์ลินตะวันออก และทุกสิ่งก็ไม่อาจห้ามขัดขวางอีกต่อไป
ไร้ซึ่งเสียงกระสุน
มีเพียงกำแพงที่ถูกผู้คนร่วมแรงกันพังทลาย
และ
ความมุ่งหมายที่จะกลับมาเป็นหนึ่งเดียว
9 พฤศจิกายน 1989 กำแพงเบอร์ลินพังทลายลง และประวัติศาสตร์ใหม่ของเยอรมันก็เริ่มต้นขึ้น
ไม่ถึงหนึ่งปีนับจากวันนั้น
วันที่ 3 ตุลาคม 1990 การเฉลิมฉลองครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์เยอรมันก็ถูกจัดขึ้น นั่นคือ
"การเฉลิมฉลองการรวมประเทศกลับเป็นหนึ่งเดียว"
วันเกิด.....ของประเทศ
ธงชาติเยอรมันที่ปราศจากตราคอมมิวนิสต์ถูกชักขึ้นสู่ยอดเสา เสียงตะโกนของผู้คน เสียงตะโกนของความเป็นชาติที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของประชาชน
............................
นั่นคือประวัติศาสตร์ของประเทศที่เคยถูกแบ่งเป็นสอง มันช่างสะท้อนให้เห็นบางอย่างในประเทศของเรา
ประเทศสยามที่รักยิ่ง....
ประเทศที่เคยเป็นหนึ่ง แต่บัดนี้เรากลับสร้าง "กำแพงเบอร์ลินที่มองไม่เห็น" ปรากฏขึ้นในทั่วทุกภูมิภาค
ทุกจังหวัด
ทุกท้องที่
ทุกชุมชน
ทุกผู้คนของประเทศ
เราที่ทำร้ายตัวเอง เราที่ไม่เคยจะได้สร้างชาติที่แท้จริง
เรากำลังยึดติดกับ "ใคร" หรือ "อะไร" อะไรคือความหมายของ "ชาติไทย"
ตัวตนของความรู้สึกที่เรามอบให้กับประเทศนี้นั้นคือสิ่งไหน
ในเวลาที่เรากำลังดำรงคงอยู่นี่
ก็คงแลเห็นเพียง "กำแพงเบอร์ลินแห่งสยามประเทศ" ที่นับวันก็ยิ่งแต่จะเข้มแข็งมั่นคงขึ้นอย่างไม่มีลืมหูลืมตา
เยอรมันใช้เวลา 28 ปีในการทลายกำแพงที่น่าชังนั่น
สังเวยชีวิตผู้คนนับร้อย
แล้ว ประเทศของเราล่ะ????
หากไม่ตั้งต้นคิดนับแต่บัดนี้
เราจะใช้เวลาเท่าใด?
และ
จะมีความสูญสลายสิ่งใดเกิดขึ้นและรอคอยเราอยู่ ???
ขอภาวนาให้ประเทศของเรา....ทลายกำแพงนี้ได้โดยสวัสดิภาพเถิด
เครดิต
http://www.chronik-der-mauer.de/index.php/de/Start/Index/id/652147

ประเทศที่เคยเป็นหนึ่ง แต่บัดนี้เรากลับสร้าง "กำแพงเบอร์ลินที่มองไม่เห็น" ปรากฏขึ้นในทั่วทุกภูมิภาค
ทุกจังหวัด
ทุกท้องที่
ทุกชุมชน
ทุกผู้คนของประเทศ
^
^
เห็นด้วยตรงจุดนี้อย่างมากมาย ข้าน้อยคิดว่าบางทีมันก็เป็นเรื่องของทุกผู้คนของประเทศ เรื่องของ"กำแพง"มันเป็นปัญหาของทุกคนและความเชื่อที่ต่างกันออกไป
อย่างกำแพงเบอร์ลินนั้น ข้าน้อยว่าถึงแม้จะมีวันที่ประเทศได้รวมเป็นหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าทุกผู้ทุกคนจะสมานฉันท์กันได้
หลังจากเหตุการณ์The Fall of Berlin ประชาชนก็ยังใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นคืนหลายๆอย่าง บางทีแม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีรอยแผลที่ลืมกันไม่ได้ (เช่น ความเชื่อใจกันอะไรแบบนี้ เพราะเมื่อสมัยกำแพงเบอร์ลินถูกทำลายแรกๆ ก็ยังมีประชาชนทางฝั่งWestก็ยังกลัวว่าคนทางEastจะกระจายระบอบสังคมนิยมมาให้) อีกอย่างความเชื่อของคนก็เปลี่ยนกันยาก(ยิ่งคนที่ใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ในสมัยของGerman Democratic Republic(ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่1949)) ประชาชนหลายคนที่เคยถูกชิงอิสรภาพภายใต้การปกครองของStasiก็เอาโอกาสดีๆในชีวิตกลับคืนมาไม่ได้
กำแพงเบอร์ลินถูกสร้างขึ้นและทำลายลง แต่สิ่งที่ถูกทำลายก็เป็นสิ่งที่จับต้องได้ กำแพงในใจคนยังต้องใช้เวลาอีกนาน กำแพงใจที่มองไม่เห็นของคนไทยก็เช่นกัน
สุดท้ายจะคนชาติไหนก็ยังเป็นคน ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยตลอดเวลาจริงๆ ^^"
ปล. รู้สึกเหมือนจะออกประเด็นนิดหน่อย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ขออภัยฮะ "OTL
#1 By Daiong [ไดอง] on 2009-09-04 08:23