Fanfiction

ตอน นัดเดท

พล็อตจากตอนพิซซ่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคราวนี้ เคทาโร่ กับไคโด

วางแผนนัดมาริ กับ ยูกะ ไปเดทอีกครั้ง

แม้คราวนี้จะไม่มีใครแพร่เชื้อหวัดหรือติดหวัด

แต่....มีคนลืมของค่ะ

แบบนี้ ทาคุมิกับคิบะ ก็เลยต้องไป ส่งของน่ะสิ !

( เหตุการณ์นี้เกิดก่อนที่มาริจะถูกซาวาดะอัดกระแทกพื้นตายนะจ๊ะ และก็ก่อนที่ทาคุมิจะรู้ว่าคิบะเป็นอัลเฟน็อกซ์ด้วย)

ร้านซักรีด คิคุจิ ( คืนก่อน )

หากเป็นวันปกติ เวลาประมาณ 2 ทุ่มแบบนี้สมาชิกในร้านซักรีดคิคุจิ

อย่างเคทาโร่กับทาคุมิคงกำลังรีดผ้า ส่วนมาริกับคุซากะก็คงกำลัง

นั่งพับผ้าบรรจุลงห่อพลาสติก

เตรียมไปส่งให้ลูกค้าในวันรุ่งขึ้น แต่วันนี้...ไม่ใช่

เป็นคุซากะกับทาคุมิที่กำลังรีดเสื้ออยู่ และมีแต่มาริที่นั่งพับเสื้อ

มาริจัง ผมของชั้นน่ะดีแล้วยังอ่ะ แบบนี้คุณยูกะต้องชอบแน่เลยใช่มะ เคทาโร่นั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยอยู่หน้ากระจกคนเดียว ในขณะที่มารินั่งปั้นหน้าเซ็ง

ก็แน่ล่ะ เพื่อความรักของเคทาโร่ เธออุตส่าห์ยอมตกลงไปเดทเป็นเพื่อน

ก็เคทาโร่ดันอ้างว่า คุณโอซาดะ ยูกะน่ะ

ยังไงคงไม่ยอมไปกับเขาสองต่อสองแน่

แต่ถ้ามีเพื่อนผู้หญิงอย่างมาริไปด้วย เธอก็จะยอมไป

แม้จะสนับสนุนความรักของเคทาโร่

แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าจะถูกดัดหลังอย่างคราวที่แล้วรึเปล่า

นี่นาย! คงไม่ได้หลอกชั้นอีกใช่ไหม

นายไคโดนั่นคงไม่ได้สัญญาว่าจะพาคุณโอซาดะมา แลกกับที่นายพาชั้นไปหาหมอนั่นหรอกนะ! ” คำพูดของมาริจี้ใจดำเข้าอย่างจัง จนเคทาโร่ผงะ

ไม่หรอกน่ามาริจัง ยิ้มแหย๋ๆของเคทาโร่ ทำให้มาริชักสงสัย

แต่พอเห็นคุซากะคุงมองมาอย่างสงสัย

เธอถึงหยุดปากสนิท หากคุซากะรู้เรื่องคราวที่แล้ว มีหวังเคทาโร่เละแน่ๆ

แล้วทาคุมิล่ะ คิดว่าที่เคทาโร่พูดน่ะจริงมั้ย มาริหันไปถามความเห็นทาคุมิ

ที่กำลังง่วนกับการรีดผ้า แน่ล่ะ

เจ้าบ้าคุซากะดันมาหยามได้ว่าเขาน่ะ ห่วย! เป็นไอ้บ้าที่รีดผ้าไม่เรียบ!

แล้วตอนนี้มันก็กำลังรีดโชอยู่อีกต่างหาก

ชั้นก็บอกแล้วว่าให้เลิกๆคบหล่อนไปซะ อย่างนายน่ะ!” ทาคุมิตวาด

ก็แน่ล่ะ เจ้าเคทาโร่ ชอบใครไม่ชอบดันไปชอบอัลเฟน็อกซ์

แม้จะเป็นอัลเฟน็กซ์ดีๆแบบ โอซาดะ ยูกะ ก็เถอะ

แต่เจ้าหมอนี่จะรับได้เรอะ ถ้าวันไหนรู้ความจริง

อาจต้องมาเสียใจภายหลังก็ได้ สู้ตัดใจซะตั้งแต่ตอนนี้น่าจะดีกว่า

อย่ามาพูดบ้าๆนะ ชั้นจะชอบใครเกี่ยวอะไรกับทัคคุงด้วยล่ะ เคทาโร่โต้ขึ้น

ชั้นก็บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าหล่อนน่ะไม่เหมาะสมกับแก ทาคุมิพูดต่อ

เล่นเอามาริฟิวส์ขาด โยนเสื้อที่กำลังจะใส่ถุงไปฟาดหัวทาคุมิพอดี

อะไรกันเล่าเธอน่ะ!” 

ก็ทาคุมิไม่ดีนี่นา นายมีสิทธิอะไรไปขวางทางรักคนอื่นเขา ดีล่ะแบบนี้ชั้นนี่ล่ะที่จะช่วยให้ความรักของเคทาโร่กับคุณโอซาดะ

เบ่งบานพรุ่งนี้ให้ได้ ด้วยข้าวกล่องคู่รัก สูตรโซโนดะ มาริ มาริจังประกาศ

ท่ามกลางสายตาคาดหวังสุดๆจากเพื่อนสุดซื่อของเธอ

ในขณะที่คุซากะตีหน้าเซ็ง ส่วนทาคุมิก็ง่วนกับการคลี่เสื้อที่สาวน้อย โซโนดะ มาริ

เพิ่งจะเขวี้ยงมาใส่หัวเขา นี่เขาต้องรีดใหม่สินะ

แต่เอ....เสื้อตัวนี้ เสื้อเชิ้ตสีกรมท่า เขาจำได้ล่ะ

เสื้อของนายคนนั้น นายคิบะ ยูจิ คนที่มาริแอบปลื้มนั่นเอง

ยัยนั่นจะสังเกตบ้างมั้ยนะดันเอามาเขวี้ยงเล่นแบบนี้

 

อพาร์ทเม็นท์ ของคิบะ ยูจิ ( คืนก่อนเช่นกัน )

คราวนี้จริงจ้า ไม่ได้หลอกแน่นอน ไคโดพนมมือท่วมหัว กำลังขอร้องให้ยูกะไปเดทกับเขาอีกรอบ แน่ล่ะนั่นคือข้อแลกเปลี่ยนที่แอบทำไว้กับเคทาโร่นั่นเอง คราวที่แล้วยูกะยอมไปง่ายๆแต่คราวนี้ดูเหมือนจะละล้าละลังเล็กน้อย

เอ่อ...ไปค่ะ ทันทีที่พูดจบไคโดก็กระโดดตัวโยน พร้อมกับส่งเสียงร้องโวยวานทันที สำหรับยูกะ

ต่อให้ไคโดจะหลอกเธอซักกี่รอบ ถ้าทำให้ได้มีโอกาสเดินข้างๆเขาล่ะก็

เธอก็ยินดีทั้งนั้นล่ะ

งั้นพรุ่งนี้8 โมง เช้าออกไปด้วยกันเลยนะ 

จะไปที่ไหนเหรอคะ คุณไคโด ยูกะจังถามอย่างมีความหวัง

สวนสัตว์ ไคโดทำตาโต แล้วเต้นไปเต้นมารอบห้อง สวนสัตว์เซ่

ไปเดทน่ะมันต้องที่นี่เลย! ” 

ค่ะ สวนสัตว์ ชั้นจะทำข้าวกล่องไปให้นะคะ  

ท่ามกลางบทสนทนาแปลกๆของเพื่อนทั้งสอง คนหนึ่งโวยวาย

อีกคนก็ตอบรับอย่างไร้ปากเสียง คิบะ ยูจิ กับกำลังนั่งจิบชาอยู่ข้างๆ

ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวหรือคิดว่าตัวเองมีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใด

ก็ดี ถ้าไคโดจะทำให้คุณโอซาดะมีความสุขซะบ้าง

ได้ข่าวว่าคราวที่แล้วหลอกเธอไปพบกับเพื่อนที่ร้านซักรีดคิคุจิ

ก็หวังว่าคราวนี้จะราบรื่น แต่ถ้าจะให้ดี......อย่าหางานมาให้ทำอีกจะดีมากๆ

งั้นพรุ่งนี้ชั้นเฝ้าบ้านให้นะ คิบะส่งยิ้มหวานพร้อมกับวางถ้วยชาลงอย่างบรรจง

เออ ดี งั้นแกเฝ้าบ้าน อย่าให้บ้านหายนะโว๊ย แล้วจะซื้อของมาฝาก ไคโด

ชี้นิ้วไปที่หน้าเพื่อนร่วมห้อง แล้วส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จนอีกฝ่ายเสียวสันหลังวาบ

นี่มันจะเกิดอะไรขึ้นอีกไหมเนี่ย เอาเถอะ อย่างน้อยครานี้พวกนี้ก็ไม่ได้เป็นหวัดล่ะนะ

..............................

และแล้ว เมื่อยามเช้ามาถึง แน่นอน เคทาโร่ออกจากบ้านไปพร้อมมาริ

ทิ้งคุซากะกับทาคุมิให้นั่งทานข้าวเช้ากันสองคน และแน่นอน

บรรยากาศมันก็ตึงเครียดสุดๆเช่นเคย

กินเร็วๆเซ่ แล้วก็ออกไปรับลูกค้าซะ!” คุซากะ บ่น พลางลุกขึ้นเก็บจาน

แกก็ไปก่อนสิ ใครใช้ให้ยัยมาริทำซุปเต้าเจี้ยว เป็นอาหารเช้าล่ะฟะ 

มาริทำให้กินนี่แกยังบ่นอีกเรอะ กินแล้วก็ไปทำงานซะไป!” 

แล้วนี่แกมีสิทธิอะไร มาเที่ยวสั่งคนอื่นเค้าวะ

ทาคุมิยืนขึ้นพร้อมกับหันมาจ้องคุซากะเขม็ง

ไอ้คนรีดผ้าไม่เรียบ 

แล้วจะทำไมวะ ทันใดนั้นก่อนที่จะมีการวางมวยกัน

สายตาของทั้งคู่กลับไปสะดุดเข้ากับ....กล่องข้าว หรือว่า

งั้นไอ้คนรีดผ้าเรียบ ก็รีดต่อไปนะเฟ้ย ไปล่ะ ไม่ทันขาดคำ อินุอิ ทาคุมิ

คว้าหมับกล่องข้าว แล้วก็ทะยานไปที่ประตูบ้านทันที แน่ล่ะ ถ้าต้องอยู่กับไอ้คุซากะทั้งวัน

ขอเอาข้าวกล่องไปส่งให้พวกนั้นสวนสัตว์ยังดีซะกว่า

....................................
 

แน่นอนว่าสวนสัตว์ในวันอาทิตย์ ย่อมเต็มไปด้วยผู้คน ลูกเด็กเล็กแดงเต็มไปหมด

แถมเสียงยังจ็อกแจ็กจอแจ แบบนี้สิท่าเลยทำให้พวกมาริไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์

แบบนี้เห็นทีคงต้องลองเดินหาดูแล้วล่ะ ขณะที่

กำลังเดินโต๋เต๋อยู่หน้าสวนสัตว์ นั่นเอง.....

ดูเหมือนชะตาเราจะต้องกันจริงๆนะครับนี่ อินุอิคุง เสียงนี้ คุ้นชะมัด

ทาคุมิรีบหันขวับไปเบื้องหลัง และแน่นอนชายหนุ่มในชุดลำลองแบบสุภาพ

วันนี้ ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าแฮะ ทาคุมิคิด ก็นั่นสินะ ก็ ตัวสีกรมท่ายังไม่

ได้มารับกลับไปนี่นา

ก็ว่างั้นล่ะคิบะ ทาคุมิทักตอบ พลางก้มมองของในมือชายหนุ่ม

.....กล่องข้าว

อินุอิคุงมาเที่ยวหรือครับ อีกฝ่ายชิงทักขึ้นก่อน

เปล่า เอาของมาส่งน่ะ ว่าพลางก็ยกกล่องข้าวโชว์

คิบะคุงส่งยิ้มให้ก่อนจะยกกล่องข้าวที่มือขึ้นเช่นกัน

บังเอิญจังนะครับ

หรือว่า.....นายก็ด้วยสินะอะไรจะบังเอิญขนาดนี้เนี่ย ทาคุมิได้แต่คิด

ผมโทรหาคุณโอซาดะกับไคโด แล้ว แต่ไม่ยักมีใครรับ

สงสัยเสียงคงจะดัง ไม่ก็เที่ยวจนเพลิน คิบะ ก้มลงมองโทรศัพท์มือถือของตน แต่ตอนนี้มันช่างไร้ประโยชน์

เหมือนกันเลย เอ๋ คุณโอซาดะ ! หมายถึง โอซาดะ ยูกะ งั้นเรอะ

ครับ วันนี้เธอมีนัดเดทกับเพื่อนผมอีกคน ไคโดครับ คิบะ พาซื่อตอบไปเรื่อย

โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าแสดงความระอาของทาคุมิเลย


  เอาอีกแล้ว เจ้าเคทาโร่!” ว่าแล้ว ทาคุมิก็วิ่งไปที่ปรู๊ดทางเข้าสวนสัตว์ทันที


และด้วยสัญชาตญาณคิบะคุงก็วิ่งตามไปด้วย จะเรื่องอะไรก็ไม่รู้ล่ะ


แต่ดูเหมือนจะมีเรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นอีกแล้วสิ คิบะ ยูจิ ได้แต่ทอดถอนใจกับตัวเองแน่นอน

..........................


ทางด้านเคทาโร่กับมาริ ก็มาถึงจุดดัดพบบริเวณสวนนกได้สบายๆ


และเพียงครู่เดียว ไคโดกับ
ยูกะก็ตามมาสมทบ ทันทีที่พบกัน

มาริและยูกะก็ถึงบางอ้อทันที ถูกหลอกอีกแล้ว!” 

นายเคทาโร่!” มาริแผดเสียง

ขอโทษนะมาริจัง แต่... เคทาโร่อ้อนเสียงอ่อย

มาต่งมาแต่อะไรเล่า นี่นายหลอกฉันอีกแล้ว

แล้วนี่….มาริมองไปทางไคโดที่ยังคงมีสีหน้าเปื้อนยิ้มต่างจากยู

กะจังที่ตอนนี้ใบหน้าบอกบุญไม่รับ พวกนายสุมหัวกัน!” 

สุมหงสุมหัวอะไรเล่า ไคโดเพ้อขึ้น นี่น่ะเป็นการเดทนะ!”

เจ้าตัวว่าแล้วก็หมุนตัวเต้นอย่างไม่ทุกข์ร้อนสักกะนิด

เดทบ้าอะไรของนาย! พอแล้วชั้นกลับล่ะ มาริยื่นคำขาด

แต่แน่นอนว่าเคทาโร่คว้าข้อมือเธอทันทีพร้อมกับ

คุกเข่าลงอ้อนวอน มาริจัง ขอร้องล่ะ มาริน่ะอุตส่าห์ทำกล่องข้าวมาเพื่อเวลานี้เลยนะ

แล้วชั้นเอง ก็รอมาตลอดด้วย ได้โปรดเถอะนะมาริจัง
พอเห็นท่าทีแบบนั้นแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้ ไม่ใช่แค่นั้นหรอก

ทางด้านโอซาดะ ยูกะ ก็เงียบขรึมอย่างผิดปกติ เธอก้มหน้านิ่ง

ต่จู่ๆ หล่อนก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ.......

เอ่อ...คุณโอซาดะ มาริค่อยๆเอ่ย กลัวว่าจะทำอะไรผิด และแน่นอนสายตาที่เงยหน้าขึ้นมาประสานเวลานั้นมันช่างถมึงทึง

เคียดแค้นระคนหึงหวง สรุปได้คำเดียว....น่ากลัวชิบ!

เอาแบบนี้ไหมคะ เสียงของยูกะจัง

เอ่อ ค่ะ มาริขานรับ ราวกับตอนนี้เธอกำลังถูกจับผิดอยู่ยังไงชอบกล

เราเดินเล่นในสวนสัตว์ด้วยกันทั้งสี่คนเลยไหมคะ

แบบนี้ก็ไม่เหมือนมาเดทแล้วใช่มั้ยคะ ข้อเสนอของโอซาดะ ยูกะ

ทำให้ชายหนุ่มสองคนข้างๆถึงกับทรุดฮวบ แต่ก็ดึงเอาความหวังกลับมาในเวลาเดียวกัน

ในเมื่อมาริ พยักหน้ารับ อย่างน้อยก็ยังได้อยู่ด้วยกันล่ะนะ

งั้นเราไปดูนกกันก่อนละกัน มาริพูดพร้อมกับเดินนำหน้าไปก่อน

ทิ้งให้ไคโดวิ่งไล่ตาม ส่วนเคทาโร่กับยูกะถูกทิ้งรั้งท้ายเช่นเคย

เอ่อ ไปกันไหมครับ เคทาโร่ชวน

ค่ะ ว่าแล้วทั้งคู่ก็ค่อยๆเดินหน้าไป

พลางคิดว่า....ส่งเมลไปเล่าให้คุณเคทาโร่/คุณยูกะ ฟังดีกว่า

 

 

กลับมาทางด้านทาคุมิที่กำลังนั่งเซ็งอยู่หน้าคอกม้า ร้อน เหนื่อย หนวกหู
ู และแน่นอน ไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องมาวนเวียนอยู่ในสวนสัตว์แบบนี้เป็นชั่วโมง

เหนื่อยแล้วรึครับ คิบะคุงถามขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปสัมผัสขนหลังสีขาวของเจ้าม้าตัวสวย

เออ ทาคุมิตอบอย่างเซ็งๆ แล้วยิ่งเซ็งมาขึ้น

เมื่อเห็นคิบะกำลังลูบขนม้าอย่างสนุกสนาน

ทำไมมันถึงดูจะชื่นชอบเจ้าม้าหน้าโง่นั่นขนาดนี้

ไหนๆก็มาแล้ว ระหว่างเดินหาพวกเค้า

ก็น่าจะถือว่ามาเที่ยวไปด้วยนะครับ คิบะเสนอ ก็นั่นน่ะสิ ไหนๆก็

มาแล้ว จะมาทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ทำไม

นี่นายชอบม้างั้นเรอะ ทาคุมิตั้งคำถาม ยิ่งเห็นยิ่งหมั่นไส้เจ้าม้านี่จริงๆ

ครับ ชอบมาก ตอบไปแบบนั้น

แต่จริงๆการที่เขาจะชอบม้ามันก็ไม่แปลกสักหน่อย ขนเจ้านี่เป็นสีขาวด้วยนะครับ สวยออก 

อ้อ แล้วก็ชอบสีขาว แต่ชั้นน่ะ....เกลียดว่ะ 

เอ๋ อีกฝ่ายทำหน้างง อะไรกันล่ะ จู่ๆก็บอกเกลียด

ชั้นเกลียดเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าม้านี่สุดๆเลยว่ะ แน่นอน

มันทำให้เขานึกถึงเจ้าอัลเฟน็อกซ์ร่างม้านั่น โผล่มาทีไรเก่งขึ้นทุกท

ี แถมดันชอบมาเวลากำลังย่ำแย่ อย่างกับรู้แน่ะว่าควรจะมาซ้ำเติมเขาเวลาไหน

เจ้าคิบะดันมาชอบม้า ต่างกันจริงๆเลยพับผ่าสิ ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืน

คิดได้แล้วว่าควรจะไปหาอะไรเจริญหูเจริญตากว่านี้ดู

จะไปไหนล่ะครับ คิบะเดินตามมา ไม่ได้นึกอยากขัดใจคนตรงหน้านี่เท่าไหร

่ ซึ่งก็เอาเถอะยังไงเขาก็ว่างอยู่แล้ว

แถมนี่ก็ยังไม่เที่ยงพวกไคโดคงไม่นึกอยากทานข้าวตอนนี้หรอกน่า

แล้วนี่นายจะเดินตามชั้นมาทำไมเล่า ทาคุมิถาม

ก็เห็นนายพูดถึงคุณโอซาดะ แล้วก็ชื่อเพื่อนนาย

แสดงว่าคงมีอะไรเกี่ยวข้องกันใช่มั้ยล่ะ ชั้นเดาว่าไคโด คงไป

ก่อเรื่องอะไรแน่ พูดราวกับตาเห็นและก็แทงใจดำ

เออ ดูเหมือนเจ้าเคทาโร่จะหลอกทั้งมาริ แล้วก็โอซาดะ ยูกะออกมาอีกแล้ว

อีกแล้ว.....หรือว่า เหมือนคราวร้านพิซซ่า 

เออ ใช่ 

แบบนี้ชั้นก็ต้องยิ่งไปด้วยน่ะสิ คิบะย้ำ รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ

ยังไงเขาก็ไม่ได้ห้ามไคโดไว้ รู้สึกสงสารคุณโอซาดะที่ต้องผิดหวังอีกแล้วสิเนี่ย

พวกคนมีความรักนี่รู้สึกว่าช่างน่าสงสารซะจริง แต่อย่างเขาจะว่าใครได้ล่ะ

ใบหน้าของจิเอะ กับวันวานที่แสนสุขยังคงหลอกหลอนอยู่ในหัว

กับความจริงที่ว่าเขาลงมือสังหารเธอด้วยตนเอง ทั้งที่......ในฐานะมนุษย์



ต่อให้เคียดแค้นเพียงใดก็ไม่ควรทำเช่นนั้นแท้ๆ

เฮ้ย คิบะ!” ทาคุมิส่งเสียงเรียกเมื่อรู้สึกว่าคิบะชักจะทอดฝีเท้าลง

ไอ้หมอนี่อยู่ๆก็เข้าภวังค์ไปซะอย่างนั้น ดูเหมือนจะรู้สึกตัวแล้ว

หมอนั่น...ก็ได้แต่ยิ้มเหมือนเคย

ท่าทางคงจะเป็นเรื่องกลุ้มใจที่เล่าไปก็ไม่มีประโยชน์

อย่างที่ว่าสินะ ปัญหาของเขาน่ะหมดไปแล้ว แต่ของหมอนี่ดูท่าจะยังคลุมเครือ

ไม่มีอะไร แค่รู้สึกร้อนน่ะ ขอนั่งพักหน่อยละกัน นายจะไปหาพวกนั้นต่อเลยรึเปล่าล่ะ

เดี๋ยวชั้นไปรอที่ร้านกาแฟตรงนั้นก็ได้ ชายหนุ่มชี้ไปทางร้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ทางเข้าสวนนก

จริงๆก็ไม่ได้ร้อนอะไรหรอก แค่รู้สึกว่าอาจจะเป็นตัวถ่วงอีกฝ่ายเท่านั้นล่ะ

ดูจะรีบร้อนซะเหลือเกิน อาจจะมีธุระก็ได้

เอ้า ....นายว่างั้นชั้นก็ว่าตาม ไปพักก่อนละกัน 

แต่ อินุอิคุงไม่ต้องตามชั้นไปก็ได้นะ คิบะว่าขณะสาวเท้าเดินไปทางสวนนก

ทาคุมิไม่ตอบแต่เดินไล่หลังตามมาช้าๆ กระทั่งหยุดอยู่หน้าร้านกาแฟ

ทาคุมิกลับชิงเป็นฝ่ายเปิดประตูเดินเข้าไปก่อน

เอ๋.... 

ช่างเหอะน่า ชั้นก็ร้อนเหมือนกันนี่หว่า 

งั้นเหรอครับ เมื่อเห็นเป็นแบบนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรต่อไป

ทั้งคู่เลือกนั่งตรงริมสุดติดหน้าต่าง จากตรงนั้นสามารถที่จะชมนกในสวนได้

อาจเพราะยังไม่เที่ยงวันคนที่เข้ามาในร้านจึงยังบางตา มีเพียงบริกรสาวที่กำลัง

เสิร์ฟอาหารอยู่แค่ 2 คนเท่านั้น

จากตรงนี้มองเห็นนกด้วยนะครับ คิบะ ยูจิ

เริ่มบทสนทนาแบบธรรมดาๆเช่นเคยหลังจากดื่มกาแฟเย็นเข้าไป

เล็กน้อย ในขณะที่ทาคุมิพยักหน้ารับ

เออ นายนี่ก็ชอบสัตว์ซะจริง นี่คงไม่ได้คิดจะมาเที่ยวจริงๆหรอกนะ แน่ล่ะ

ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ทุกข์ร้อนกับเรื่องข้าวกล่องสักเท่าไหร่นี่นา

อ๋อ เปล่าหรอกครับ ก็อย่างที่บอก ไหนๆมาแล้วก็ไม่อยากมาเสียเที่ยว

อินุอิคุงก็น่าจะคิดแบบนั้นนะครับ ว่า

แต่ชื่ออินุอิ จริงๆก็คงไม่ได้รังเกียจสัตว์ล่ะมั้งครับ ( อินุ= หมา )

นี่นาย!” ทาคุมิขึ้นเสียง รู้สึกวันนี้หมอนี่จะพูดมากจริง แถมไร้สาระอีกด้วย

ชื่อฉันจะเป็นยังไงมันเกี่ยวอะไร

ด้วยเล่า แล้วก็นะ ชั้นก็แค่เกลียดขี้หน้าม้า อย่าเหมารวมสิวะ 

งั้นเหรอครับ คิบะคุงพยักหน้ารับ

แล้วเรื่องปัญหาของนายน่ะ แก้ได้รึยัง ทาคุมิเปิดบทสนทนาใหม่

ปัญหา.....อ๋อ ถ้าหมายถึงเรื่องนั้น มันก็คงแก้ไม่ได้หรอกครับ ชั้นว่าจะค่อยๆเป็นค่อยๆไปน่ะ แล้วอินุอิคุงล่ะ

ดูจะสบายใจแล้วนี่ ตอนนั้นยังซึมอยู่เลย หรือว่า

จะดีขึ้นตั้งแต่ตอนที่ไปส่งพิซซ่าครั้งนั้นแล้วล่ะครับ คิบะตั้ง

คำถามกลับ แน่นอนก็ชายหนุ่มตอนนี้ดูมีสีหน้าดีขึ้นกว่าตอนนั้นมาก

ถ้าเป็นตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องยื่นผ้าเช็ดหน้าให้หรอก

เออ ก็งั้นล่ะ ว่าแต่นายเถอะ มัวแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่น

กลับมาดูแลตัวเองหน่อยไม่ดีกว่าเรอะ ทาคุมิถามพลาง

จ้องหน้าอีกฝ่าย ดูเหมือนเขาจะมีสีหน้าดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่คนที่โล่งใจซะทีเดียว

แต่ถ้าเอาแค่ตอนนี้ก็นับว่าดีขึ้นล่ะนะ

อินุอิคุงแผลหายรึยังครับ คิบะว่าพลางมองไปที่มือฝ่ายตรงข้าม

คราวที่แล้วเขาถูกอัลเฟน็อกซ์ทำร้ายจนเลือดออก เมื่อได้ฟังดังนั้น

ทาคุมิก็ยกมือขึ้นสะบัด ก่อนจะยิ้มให้

ก็อย่างที่เห็น สบายดีแล้ว นายล่ะ ยังช้ำในอยู่รึเปล่า ทาคุมิ

จ้องหน้าของคิบะอีกครั้ง และก็เช่นเคยคิบะยิ้มรับ

ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

ชั้นน่ะแข็งแรง นายไม่ต้องห่วงหรอกคิบะคุงตอบ

ไม่ได้ห่วงเฟ้ย ! แค่ถามถึง ก็นายน่ะชอบไปอยู่ในที่ๆอันตรายอยู่เรื่อยนี่หว่า

คราวหน้าเจอกันจะโดนอะไรไล่ตามอีกล่ะ 

นายว่าแต่ชั้น นายเองก็เหมือนกันนั่นล่ะ เจอนายทีไรมีเรื่องทุกที

ครั้งแรกน่ะรถเกือบถูกนายงัดด้วยซ้ำ

ใช่ เขายังไม่ลืมหรอก ก็ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะ

อินุอิคุงจะงัดรถเขา คงไม่ได้เจอกันแน่

พอๆๆ ว่าแต่กี่โมงแล้ว ทาคุมิตัดบท

เขาไม่อยากฟังเรื่องน่าอายพวกนั้นหรอกนะ จะให้บอกรึยังไงว่าไม่ได้

คิดงัดรถ แต่อยากได้บัตรประจำตัวเข้าไปใน

SMART BRAIN ขืนแก้ตัวไปแบบนั้น

คงได้ถูกซักใหญ่แน่

11 โมง ครับ ใกล้เที่ยงแล้วล่ะ ชั้นว่าเราไปเดินหาในสวนนกดีกว่า

ยังไงก็คงร่มกว่าไปเดินกลางแจ้ง พวกนั้นก็อาจจะคิดแบบนี้ก็ได้

อินุอิคุงก็คงไม่อยากไปทางโน้นสินะครับ คิบะชี้ไปทางป้ายสัตว์ป่า

ขืนไปทางนั้นก็ต้องเดินตากแดดแหงแซะ

และแน่นอนคนอย่างอินุอิ ทาคุมิ

ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่ชอบทำอะไรยุ่งยากลำบากกายนักหรอก

โอเค งั้นเก็บเงินกันเถอะ เฮ้ ทาคุมิโบกมือเรียกบริกรสาว

ทั้งหมด 1,000 เยนค่ะบริกรสาวคิดเงิน

งั้น เดี๋ยวชั้นออกเอง คิบะพูดแล้วก็รีบวางแบงก์พันเยนลงในถาด

แต่แทนที่จะดีใจ ทาคุมิกลับชักสีหน้า

เฮ้ย จะมาออกให้ชั้นทำไมเล่า!” 

ก็ชั้นเป็นชวนอินุอิคุงเข้ามานี่นา คิบะบอก แล้วก็หันมาส่งยิ้มหวานให้อย่างเคย

ไม่เกี่ยวเฟ้ย! จะว่าไปเจ้าเคทาโร่ ก็เป็นคนก่อเรื่อง ชั้นควรจะออกให้นายมากกว่า

ว่าแล้วก็หยิบแบงก์พันเยนอีกใบวางลงในถาด

ไม่ได้ แบบนี้ก็กลายเป็นชั้นหาเรื่องให้นายเลี้ยงน่ะสิ

คิบะหยิบแบงก์พันเยนส่งให้ทาคุมิ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับ

ไม่เกี่ยวซักหน่อย อย่าคิดเล็กคิดน้อยเซ่ ! ฟังนะ ก็แค่ชั้นมีแบงก์พันเยน

ไม่มี 500 เยน เท่านั้นล่ะ 

ถ้างั้นอินุอิคุงก็ควรให้ชั้นจ่ายสิ คนที่คิดเล็กคิดน้อยมันอินุอิคุงต่างหากเล่า !”

คิบะ นายนี่มัน ทาคุมิชักเริ่มเซ็ง

เขาเห็นสายตาของบริกรสาวที่มองมาอย่างมีเลศนัย นี่เจ้าหล่อนสนุกกับการ

มองคนตีกันรึไงนะ

อย่าทะเลาะกันเลยค่ะ วันนี้อุตส่าห์มาเที่ยวกันทั้งที

บริกรสาวที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่พูดขึ้น

แล้วมันเรื่องอะไรของหล่อนกันเล่า ชั้นไม่ได้ขอความเห็นซักหน่อย ทาคุมิพูด ท่าทางเอือมระอา

ถ้าอินุอิคุงให้ชั้นออกให้เรื่องก็จบล่ะน่า ว่าแล้ว คิบะก็ยัดเงินใส่มือทาคุมิ

ก่อนที่จะ รีบวิ่งออกไปหน้าร้าน ทิ้งให้ทาคุมิที่กำลังละล้าละลังวิ่งตามไป

แต่เสียงของสาวน้อยที่ตะโกนไล่หลังมานั้น กลับดังเข้าหูอย่างประหลับ

ประเหลือก เดทให้สนุกนะคะ !” 

 

 

จะเพราะอะไรก็ไม่รู้ล่ะ คิบะ ยูจิ มีความรู้สึกว่าเขาจะต้องวิ่งล่ะ

อินุอิคุงคงไม่พอใจแน่ๆ ไว้เจอกัน

คราวหน้าดีกว่า ยังไงปกติก็เจอกันแบบไม่ปกติอยู่แล้วนี่นา

เขาวิ่งฝ่าฝูงชนที่กำลังสนุกสนานกับการดูนกเข้าไป

ส่วนที่ลึกที่สุดของสวน และแน่นอนว่าไม่ได้แม้แต่ชำเลืองตามองดูผู้คน ไม่งั้นเขาคงได้เห็นยูกะกับพวกที่กำลัง

สนุกสนานกับการหยอดเหรียญใส่กล้องส่องทางไกลชมนกแน่

ทางด้านทาคุมิ เมื่อเห็นอีกฝ่ายวิ่งเข้าสวนนกไปดื้อๆโดยไม่มีการผ่อนฝีเท้ารอ ก็ตัดสินใจวิ่งตามไปทันที

ท่าทางจะอยากหลบหน้าแน่ๆ ปัทโธ่เว๊ย! กะอีแค่เงิน 1,000 เยน ไหงกลายเป็นเรื่องขึ้นมาได้ นี่จะพบกันแล้ว

พูดจากันสบายๆมั่งไม่ได้รึไงนะ และก็เช่นกันเขาวิ่งตัดกลุ่มฝูงชนเข้าไปด้านใน แต่กลับหลบไม่พ้นชนเข้ากับ

คนเข้าอย่างจัง

ขอโทษครับ ทาคุมิโค้งให้ แต่ไม่ทันดูหน้าเจ้าทุกข์ก็รีบวิ่งต่อ และไม่ได้ฟังแม้แต่เสียงตะโกนไล่หลังมา

เฮ้ ทัคคุง จะไปไหนน่ะ!” เคทาโร่ตะโกนเรียก

อะไรเหรอ มาริ สะกิดถาม

ชั้นว่าชั้นเห็นทัคคุงน่ะ วิ่งเข้าไปโน่นแล้ว 

ทาคุมิน่ะเหรอ หมอนั่นมาทำไมน่ะ แล้วมาคนเดียวอ่ะนะ นี่ๆ งั้นพวกเราตามเค้าไปเถอะ มาริตะโกนบอก

คนอื่นๆ

จะตามไปทำไมเล่า กำลังสนุกเลยอ่ะ ไคโด ครวญ

ถ้าไม่ไปงั้นก็อยู่นี่เถอะ ว่าแล้วมาริก็วิ่งนำหน้าเช่นเคย

ไคโดเห็นสาวเจ้าวิ่งไปแล้วก็เร่งฝีเท้าตามอย่างไม่รีรอ

มีแต่เคทาโร่กับยูกะที่สุดท้ายก็ต้องตามไปอย่างเสียไม่ได้

คิบะ หยุดนะ! นี่นายจะวิ่งทำไมเนี่ย!” ทาคุมิวิ่งตามไล่หลังเข้าไปในสวน

กระชากเอาคอเสื้อคิบะ ทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งลงคลุกดินด้วยกันทั้งคู่

เจ็บนะ ! แล้วนี่นายจะวิ่งตามชั้นมาทำไมเล่า คิบะหันไปถามอย่างขัดใจ

ก็แล้วนายวิ่งหนีทำไมเล่า!” ทาคุมิบ่น

ขณะยังคงนอนแอ้งแม้งคู่กันอยู่กลางลานดิน

ก็นึกว่านายโกรธนี่นา ชั้นไม่ได้อยากทะเลาะกับนายเพราะเรื่องไร้สาระหรอกนะ 

ก็เลยหนีปัญหารึไง 

ก็คิดว่าเดี๋ยวก็เจอกันใหม่ได้ คิบะ ยูจิ ยังคงบ่นแก้ตัว

นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกว่าแบบนี้นะเนี่ย

นายนี่มัน บ้าชะมัด ทาคุมิ พยายามลุกขึ้นนั่ง

ก่อนที่จะหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้อีกฝ่าย

เอ๋!” 

รู้หรอกว่าไม่ได้ร้องไห้ แต่ใช้เช็ดหน้าได้ ขี้ดินเต็มหน้าแล้ว 

นี่เป็นการใช้หนี้เหรอ คิบะว่าพลางก็ลุกขึ้นนั่ง เขาจ้องผ้าเช็ดหน้าในมืออินุอิคุง

แต่ยังไม่รับมา ทีตอนเขายื่น

ผ้าเช็ดหน้าให้ที่พัทติ้งเซนเตอร์ อินุอิคุงยังไม่ยอมรับเลยนี่นา

ไม่เกี่ยวเว้ย ถือว่าหนี้นั่นหักกับค่ากาแฟละกัน ทาคุมิว่า

งั้นถ้าชั้นรับเจ้านั่นมา ก็ติดหนี้นายน่ะสิ คิบะคุงโต้

แล้วก็ลุกขึ้นปัดเศษดินจากเสื้อผ้า เห็นแบบนั้นแล้ว

ทาคุมิก็จ้องไปที่คิบะเขม็ง

ระวังหน่อยเซ่ ! นี่นายคิดจะหางานหนักให้ชั้นทำรึไงกัน


ไอ้เสื้อเยินๆนั่นท่าจะซักยากแน่

อ้าว ก็เขาว่าร้านซักรีดคิคุจิ ทำได้ทุกอย่างไงล่ะ คิบะสำทับ พลางส่งยิ้มให้

นายนี่มัน!” ทาคุมิรู้สึกหมั่นไส้คนตรงหน้าขึ้นมาตะหงิดๆ

นี่หมอนี่กวนขนาดนี้เชียวเรอะ ดีล่ะ ไหนๆก็ต้อง

ทำงานหนักแล้วนี่ ว่าแล้ว ทาคุมิก็กระโจนเข้าหาคิบะ ที่กำลังยิ้มอย่างได้ใจอย

ู่ และเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว คิบะก็

ล้มลงคลุกดินอีกรอบ คราวนี้ทาคุมิดูเหมือนจะจงใจแกล้งซะด้วย

นายแกล้งชั้นเรอะ!” คิบะบ่นขึ้น ขณะที่ถูกกดลงนอนกับดิน

ดูท่าเสื้อตัวนี้คงเสียเงินค่าซักหลายแน่

ก็บอกเองนี่ว่าจะมาใช้บริการคิคุจิ คลีนนิ่ง ก็ต้องขอคิดค่าบริการแบบเอากำไรหน่อยสิ

ทาคุมิหัวเราะ

เจ้าบ้าเอ๊ย!” ถึงจะว่าไปแบบนั้น แต่สุดท้ายคิบะ ยูจิก็หัวเราะออกมาจนได้

อย่างที่เขาคิดไว้ อินุอิ ทาคุมิ เป็นคน

ดีจริงๆ แม้จะรุนแรงไปหน่อยก็เถอะ

นายนี่น๊า เอ้า ไปหาพวกนั้นกันเถอะ! ยืนไหวสินะ ทาคุมิลุกขึ้นยืนก่อน

คราวนี้เขายื่นมือให้คิบะ และคิบะก็จับมือนั้นแต่โดยดี ทั้งคู่ได้แต่มองหน้ากัน

คิบะรู้สึกว่าเขามองเห็นบางอย่างในตัวอีกฝ่าย คนๆนี้เป็นมนุษย์ที่

อบอุ่นจริงๆ แม้แต่ตัวเขาแม้จะไม่ใช่อัลเฟน็อกซ์

ก็ไม่กล้าบอกเลยว่าจะดีไปกว่าคนๆนี้ได้ เอาเถอะก็นับเป็น

ครั้งแรกที่ได้เจอกันแบบนี้ และก็นับว่าสุขสงบมากที่เดียว ได้เพื่อนใหม่

แต่ทำไมถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ต่างกับ

คุณโอซาดะกับไคโดนะ

มองอะไร ทาคุมิทัก

นายนั่นล่ะ มองอะไรน่ะ คิบะตอบแบบนั้น

เพราะรู้สึกเหมือนกันว่าอีกฝ่ายก็จ้องหน้าตนเขม็ง

เปล่า 

ชั้นก็เหมือนกัน คิบะคุงตอบพร้อมกับส่งยิ้ม และครั้งนี้ทาคุมิก็ยิ้มตอบ

แม้จะดูแข็งๆไปบ้าง แต่ก็แสดงให้เห็น

ถึงความอ่อนโยนของเขา ผู้ชายคนนี้เป็นคนดีจริงๆนะ คิบะคิดเช่นนั้น

นั่นพวกมาริ!” ทาคุมิแลไปเห็นมาริที่กำลังวิ่งมาอย่างรีบร้อน

จริงด้วย นั่นคุณโซโนดะ แล้วนั่นไคโด นี่นา ไปหากันเถอะ พูดแล้วคิบะก็วิ่งกลับไปทางเดิมทันที ทาคุมิที่


ไล่หลังมาเห็นแบบนั้นแล้วก็ยิ้มกับตัวเอง ดีจริงๆแฮะที่ออกมาจากบ้าน

อย่างน้อยช่วงเช้านี้ก็ได้เจอหมอนี่ล่ะ เป็นคนที่น่าสนใจจริงๆนะ

แม้จะรู้สึกว่าต่างกับมาริและเคทาโร่นิดหน่อย แต่ ว่าไงดีล่ะ รู้สึกอยากเจอมาริช้า

กว่านี้สัก 5 นาทีแฮะ แต่ไม่เป็นไร รู้สึกว่าจะได้พบกันอีกหลายครั้ง

คราวหน้าลองเป็นฝ่ายชวนหมอนี่ออกมามั่งดีมั้ยนะ

 

 

จบแล้วค่ะ fic แบบอบอุ่น ไม่มีอะไรในกอไผ่ ( จริงรึเปล่าฟะ ) ก็ไม่อยากเขียนให้ล่อแหลมนักหรอก ก็สำหรับ

เราคู่นี้มันต้องค่อยๆคบกันไป ดูใจกันไปนี่นา ดังนั้นมันก็เลยออกใสๆ แต่นี่ถ้าลองเขียนช่วงหลังที่ถูกคุซากะยุ

แยงตะแคงรั่ว ( แต่ก่อนมาริถูกน็อกซ์) กับตอนทาคุมิเข้าสู่โลกมืด ( แล้วขอให้คิบะฆ่า ) หรือตอนที่คิบะกลาย

เป็นโหมดดาร์คไซด์ คงมันส์พิลึก ไม่ออกมาอารมณ์นี้แน่


edit @ 2007/05/15
15:34:52

...................................................................................................................................


edit @ 2007/05/15
16:37:12
edit @ 2007/05/15
16:43:42


edit @ 2007/05/15 19:11:18

edit @ 2007/05/15 19:28:02
edit @ 2007/05/15 19:31:09