มาตามความบ้า fic Rider Faiz ฉบับ Y เล็กน้อย
posted on 15 May 2007 15:13 by ruk21us in Fanfictionตอน นัดเดท
พล็อตจากตอนพิซซ่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคราวนี้ เคทาโร่ กับไคโด
วางแผนนัดมาริ กับ ยูกะ ไปเดทอีก
แม้คราวนี้จะไม่มีใครแพร่เชื้อหวัดหรือติดหวัด
แต่....มีคนลืมของค่ะ
แบบนี้ ทาคุมิกับคิบะ ก็เลยต้องไป
(
เหตุการณ์นี้เกิดก่อนที่มาริจะถูกซาวาดะอัดกระแทกพื้นตายนะจ๊ะ
และก็ก่อนที่ทาคุมิจะรู้ว่าคิบะเป็นอัลเฟน็อกซ์ด้วย)
ร้านซักรีด คิคุจิ ( คืนก่อน )
หากเป็นวันปกติ เวลาประมาณ 2 ทุ่มแบบนี้สมาชิกในร้านซักรีดคิคุจิ
อย่างเคทาโร่กับทาคุมิคงกำลังรีด
นั่งพับผ้าบรรจุลงห่อพลาสติก
เตรียมไปส่งให้ลูกค้าในวันรุ่งขึ้น
แต่วันนี้...ไม่ใช่
เป็นคุซากะกับทาคุมิที่กำลังรีดเสื้ออยู่
และมีแต่มาริที่นั่งพับเสื้อ
“ มาริจัง ผมของชั้นน่ะดีแล้วยังอ่ะ
แบบนี้คุณยูกะต้องชอบแน่เลยใช่มะ” เคทาโร่นั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยอยู่หน้ากระจกคนเดียว
ในขณะที่มารินั่งปั้นหน้าเซ็ง
ก็แน่ล่ะ เพื่อความรักของเคทาโร่
เธออุตส่าห์ยอมตกลงไปเดทเป็นเพื่อน
ก็เคทาโร่ดันอ้างว่า คุณโอซาดะ ยูกะน่ะ
ยังไงคงไม่ยอมไปกับเขาสองต่อสองแน่
แต่ถ้ามีเพื่อนผู้หญิงอย่างมาริไปด้วย
เธอก็จะยอมไป
แม้จะสนับสนุนความรักของเคทาโร่
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าจะถูกดัดหลังอย่างคราวที่แล้วรึเปล่า
“ นี่นาย! คงไม่ได้หลอกชั้นอีกใช่ไหม
นายไคโดนั่นคงไม่ได้สัญญาว่าจะพาคุณโอซาดะมา แลกกับที่นายพาชั้นไปหาหมอนั่นหรอกนะ!
” คำพูดของมาริจี้ใจดำเข้าอย่างจัง จนเคทาโร่ผงะ
“ ไม่หรอกน่ามาริจัง”
ยิ้มแหย๋ๆของเคทาโร่ ทำให้มาริชักสงสัย
แต่พอเห็นคุซากะคุงมองมาอย่างสงสัย
เธอถึงหยุดปากสนิท
หากคุซากะรู้เรื่องคราวที่แล้ว มีหวังเคทาโร่เละแน่ๆ
“ แล้วทาคุมิล่ะ คิดว่าที่เคทาโร่พูดน่ะจริงมั้ย” มาริหันไปถามความเห็นทาคุมิ
ที่กำลังง่วนกับการรีดผ้า แน่ล่ะ
เจ้าบ้าคุซากะดันมาหยามได้ว่าเขาน่ะ ห่วย! เป็นไอ้บ้าที่รีดผ้าไม่เรียบ!
แล้วตอนนี้มันก็กำลังรีดโชอยู่อีกต่างหาก
“ ชั้นก็บอกแล้วว่าให้เลิกๆคบหล่อนไปซะ อย่างนายน่ะ!” ทาคุมิตวาด
ก็แน่ล่ะ เจ้าเคทาโร่ ชอบใครไม่ชอบดันไปชอบอัลเฟน็อกซ์
แม้จะเป็นอัลเฟน็กซ์ดีๆแบบ โอซาดะ ยูกะ ก็เถอะ
แต่เจ้าหมอนี่จะรับได้เรอะ
ถ้าวันไหนรู้ความจริง
อาจต้องมาเสียใจภายหลังก็ได้
สู้ตัดใจซะตั้งแต่ตอนนี้น่าจะดีกว่า
“ อย่ามาพูดบ้าๆนะ
ชั้นจะชอบใครเกี่ยวอะไรกับทัคคุงด้วยล่ะ” เคทาโร่โต้ขึ้น
“
ชั้นก็บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าหล่อนน่ะไม่เหมาะสมกับแก” ทาคุมิพูดต่อ
เล่นเอามาริฟิวส์ขาด โยนเสื้อที่กำลังจะใส่ถุงไปฟาดหัวทาคุมิพอดี
“ อะไรกันเล่าเธอน่ะ!”
“ ก็ทาคุมิไม่ดีนี่นา
นายมีสิทธิอะไรไปขวางทางรักคนอื่นเขา
ดีล่ะแบบนี้ชั้นนี่ล่ะที่จะช่วยให้ความรักของเคทา
เบ่งบานพรุ่งนี้ให้ได้ ด้วยข้าวกล่องคู่รัก
สูตรโซโนดะ มาริ ” มาริจังประกาศ
ท่ามกลางสายตาคาดหวังสุดๆจากเพื่อนสุดซื่อของเธอ
ในขณะที่คุซากะตีหน้าเซ็ง ส่วนทาคุมิก็ง่วนกับการคลี่เสื้อที่สาวน้อย โซโนดะ มาริ
เพิ่งจะเขวี้ยงมาใส่หัวเขา นี่เขาต้องรีดใหม่สินะ
แต่เอ....เสื้อตัวนี้ เสื้อเชิ้ตสีกรมท่า
เขาจำได้ล่ะ
เสื้อของนายคนนั้น นายคิบะ ยูจิ คนที่มาริแอบปลื้มนั่นเอง
ยัยนั่นจะสังเกตบ้างมั้ยนะดันเอามาเขวี้ยงเล่นแบบนี้
อพาร์ทเม็นท์ ของคิบะ ยูจิ ( คืนก่อนเช่นกัน )
“ คราวนี้จริงจ้า ไม่ได้หลอกแน่นอน” ไคโดพนมมือท่วมหัว กำลังขอร้องให้ยูกะไปเดทกับเขาอีกรอบ แน่ล่ะนั่นคือข้อแลกเปลี่ยนที่แอบทำไว้กับเคทาโร่นั่นเอง
คราวที่แล้วยูกะยอมไปง่ายๆแต่คราวนี้ดูเหมือนจะละล้าละลังเล็กน้อย
“ เอ่อ...ไปค่ะ”
ทันทีที่พูดจบไคโดก็กระโดดตัวโยน พร้อมกับส่งเสียงร้องโวยวานทันที สำหรับยูกะ
ต่อให้ไคโดจะหลอกเธอซักกี่รอบ ถ้าทำให้ได้มีโอกาสเดินข้างๆเขาล่ะก็
เธอก็ยินดีทั้งนั้นล่ะ
“ งั้นพรุ่งนี้8 โมง เช้าออกไปด้วยกันเลยนะ”
“ จะไปที่ไหนเหรอคะ คุณไคโด”
ยูกะจังถามอย่างมีความหวัง
“ สวนสัตว์” ไคโดทำตาโต
แล้วเต้นไปเต้นมารอบห้อง “ สวนสัตว์เซ่
ไปเดทน่ะมันต้องที่นี่เลย! ”
“ ค่ะ สวนสัตว์ ชั้นจะทำข้าวกล่องไปให้นะคะ ”
ท่ามกลางบทสนทนาแปลกๆของเพื่อนทั้งสอง คนหนึ่งโวยวาย
อีกคนก็ตอบรับอย่างไร้ปากเสียง คิบะ ยู
ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวหรือคิดว่าตัวเองมีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใด
ก็ดี
ถ้าไคโดจะทำ
ได้ข่าวว่าคราวที่แล้วหลอกเธอไปพบกับเพื่อนที่ร้านซักรีดคิคุจิ
ก็หวังว่าคราวนี้จะราบรื่น
แต่ถ้าจะให้ดี......อย่าหางานมาให้ทำอีกจะดีมากๆ
“ งั้นพรุ่งนี้ชั้นเฝ้าบ้านให้นะ” คิบะส่งยิ้มหวานพร้อมกับวางถ้วยชาลงอย่างบรรจง
“ เออ ดี งั้นแกเฝ้าบ้าน อย่าให้บ้านหายนะโว๊ย
แล้วจะซื้อของมาฝาก” ไคโด
ชี้นิ้วไปที่หน้าเพื่อนร่วมห้อง
แล้วส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จนอีกฝ่ายเสียวสันหลังวาบ
นี่มันจะเกิดอะไรขึ้นอีกไหมเนี่ย เอาเถอะ อย่างน้อยครานี้พวกนี้ก็ไม่ได้เป็นหวัดล่ะนะ
และแล้ว เมื่อยามเช้ามาถึง แน่นอน
เคทาโร่ออกจากบ้านไปพร้อมมาริ
ทิ้งคุซากะกับทาคุมิให้นั่งทาน
บรรยากาศมันก็ตึงเครียดสุดๆเช่นเคย
“ กินเร็วๆเซ่ แล้วก็ออกไปรับลูกค้าซะ!” คุซากะ บ่น พลางลุกขึ้นเก็บจาน
“ แกก็ไปก่อนสิ ใครใช้ให้ยัยมาริทำซุปเต้าเจี้ยว
เป็นอาหารเช้าล่ะฟะ”
“ มาริทำให้กินนี่แกยังบ่นอีกเรอะ
กินแล้วก็ไปทำงานซะไป!”
“ แล้วนี่แกมีสิทธิอะไร มาเที่ยวสั่งคนอื่นเค้าวะ”
ทาคุมิยืนขึ้นพร้อมกับหันมาจ้องคุซากะเขม็ง
“ ไอ้คนรีดผ้าไม่เรียบ”
“ แล้วจะทำไมวะ”
ทันใดนั้นก่อนที่จะมีการวางมวยกัน
สายตาของทั้งคู่กลับไปสะดุดเข้ากับ....กล่องข้าว
หรือว่า
“ งั้นไอ้คนรีดผ้าเรียบ ก็รีดต่อไปนะเฟ้ย ไปล่ะ” ไม่ทันขาดคำ อินุอิ ทาคุมิ
คว้าหมับกล่องข้าว แล้วก็ทะยานไปที่ประตูบ้านทันที
แน่ล่ะ ถ้าต้องอยู่กับไอ้คุซากะทั้งวัน
ขอเอาข้าวกล่องไปส่งให้พวกนั้นสวนสัตว์ยังดีซะกว่า
....................................
แน่นอนว่าสวนสัตว์ในวันอาทิตย์ ย่อมเต็มไปด้วยผู้คน
ลูกเด็กเล็กแดงเต็มไปหมด
แถมเสียงยังจ็อกแจ็ก
แบบนี้เห็นทีคงต้องลองเดินหาดูแล้วล่ะ ขณะที่
กำลังเดินโต๋เต๋อยู่หน้าสวนสัตว์ นั่นเอง.....
“ ดูเหมือนชะตาเราจะต้องกันจริงๆนะครับนี่ อินุอิคุง” เสียงนี้ คุ้นชะมัด
ทาคุมิรีบหันขวับไปเบื้องหลัง และ
วันนี้ ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าแฮะ
ทาคุมิคิด ก็นั่นสินะ ก็ ตัวสีกรมท่ายังไม่
ได้มารับกลับไปนี่นา
“ ก็ว่างั้นล่ะคิบะ ”
ทาคุมิทักตอบ พลางก้มมองของในมือชายหนุ่ม
.....กล่องข้าว
“ อินุอิคุงมาเที่ยวหรือครับ”
อีกฝ่ายชิงทักขึ้นก่อน
“ เปล่า เอาของมาส่งน่ะ”
ว่าพลางก็ยกกล่องข้าวโชว์
คิบะคุงส่งยิ้มให้ก่อนจะยกกล่องข้าวที่มือขึ้นเช่นกัน
“ บังเอิญจังนะครับ”
“ หรือว่า.....นายก็ด้วยสินะ” อะไรจะบังเอิญขนาดนี้เนี่ย
ทาคุมิได้แต่คิด
“ ผมโทรหาคุณโอซาดะกับไคโด แล้ว แต่ไม่ยักมีใครรับ
สงสัยเสียงคงจะดัง ไม่ก็เที่ยวจนเพลิน” คิบะ ก้มลงมองโทรศัพท์มือถือของตน
แต่ตอนนี้มันช่างไร้ประโยชน์
“ เหมือนกันเลย เอ๋ คุณโอซาดะ !
หมายถึง โอซาดะ ยูกะ งั้นเรอะ”
“ ครับ วันนี้เธอมีนัดเดทกับเพื่อนผมอีกคน ไคโดครับ” คิบะ พาซื่อตอบไปเรื่อย
โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าแสดง
“ เอาอีกแล้ว เจ้าเคทาโร่!” ว่าแล้ว
ทาคุมิก็วิ่งไปที่ปรู๊ดทางเข้าสวนสัตว์ทันที
และด้วยสัญชาตญาณคิบะคุงก็วิ่งตามไปด้วย
จะเรื่องอะไรก็ไม่รู้ล่ะ
แต่ดูเหมือนจะมีเรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นอีกแล้วสิ คิบะ ยูจิ
ได้แต่ทอดถอนใจกับตัวเองแน่นอน
..........................
และเพียงครู่เดียว ไคโดกับ
มาริและยูกะก็ถึงบางอ้อทันที “
ถูกหลอกอีกแล้ว!”
“ นายเคทาโร่!” มาริแผดเสียง
“ ขอโทษนะมาริจัง แต่...”
เคทาโร่อ้อนเสียงอ่อย
“ มาต่งมาแต่อะไรเล่า นี่นายหลอกฉันอีกแล้ว
แล้วนี่….มาริมองไปทางไคโดที่ยังคงมีสีหน้าเปื้อนยิ้มต่างจากยู
กะจังที่ตอนนี้ใบหน้าบอกบุญไม่รับ “ พวกนายสุมหัวกัน!”
“ สุมหงสุมหัวอะไรเล่า” ไคโดเพ้อขึ้น “นี่น่ะเป็นการเดทนะ!”
เจ้าตัวว่าแล้วก็หมุนตัวเต้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ เดทบ้าอะไรของนาย! พอแล้วชั้นกลับล่ะ” มาริยื่นคำขาด
แต่แน่นอนว่าเคทาโร่คว้าข้อมือเธอทันทีพร้อมกับ
คุกเข่าลงอ้อนวอน “ มาริจัง ขอร้องล่ะ มาริน่ะอุตส่าห์ทำกล่องข้าวมาเพื่อเวลานี้เลยนะ
แล้วชั้นเอง ก็รอมาตลอดด้วย
ได้โปรดเถอะนะมาริจัง”
พอเห็นท่าทีแบบนั้นแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้ ไม่ใช่แค่นั้นหรอก
ทางด้านโอซาดะ ยูกะ
ก็เงียบขรึมอย่างผิดปกติ เธอก้มหน้านิ่ง
แต่จู่ๆ
หล่อนก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ.......
“ เอ่อ...คุณโอซาดะ”
มาริค่อยๆเอ่ย กลัวว่าจะทำอะไรผิด
และแน่นอนสายตาที่เงยหน้าขึ้นมาประสานเวลานั้นมันช่างถมึงทึง
เคียดแค้นระคนหึงหวง
สรุปได้คำเดียว....น่ากลัวชิบ!
“ เอาแบบนี้ไหมคะ”
เสียงของยูกะจัง
“ เอ่อ ค่ะ” มาริขานรับ
ราวกับตอนนี้เธอกำลังถูกจับผิดอยู่ยังไงชอบกล
“ เราเดินเล่นในสวนสัตว์ด้วยกันทั้งสี่คนเลยไหมคะ
แบบนี้ก็ไม่เหมือนมาเดทแล้วใช่มั้ยคะ” ข้อเสนอของโอซาดะ ยูกะ
ทำให้ชายหนุ่มสองคนข้างๆถึงกับทรุดฮวบ แต่ก็ดึงเอาความหวังกลับมาในเวลาเดียวกัน
ในเมื่อมาริ พยักหน้ารับ อย่างน้อยก็ยังได้อยู่ด้วยกันล่ะนะ
“ งั้นเราไปดูนกกันก่อนละกัน” มาริพูดพร้อมกับเดินนำหน้าไปก่อน
ทิ้งให้ไคโดวิ่งไล่ตาม ส่วนเคทาโร่กับยูกะถูกทิ้งรั้งท้ายเช่นเคย
“ เอ่อ ไปกันไหมครับ” เคทาโร่ชวน
“ ค่ะ” ว่าแล้วทั้งคู่ก็ค่อยๆเดินหน้าไป
พลางคิดว่า....ส่งเมลไปเล่าให้คุณเคทาโร่/คุณยูกะ
ฟังดีกว่า
กลับมาทางด้านทาคุมิที่กำลังนั่งเซ็งอยู่หน้าคอกม้า
ร้อน เหนื่อย หนวกหู
ู และแน่นอน ไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องมาวนเวียนอยู่ในสวนสัตว์แบบนี้เป็นชั่วโมง
“ เหนื่อยแล้วรึครับ”
คิบะคุงถามขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปสัมผัสขนหลังสีขาวของเจ้าม้าตัวสวย
“ เออ” ทาคุมิตอบอย่างเซ็งๆ
แล้วยิ่งเซ็งมาขึ้น
เมื่อเห็นคิบะกำลังลูบขนม้าอย่างสนุกสนาน
ทำไมมันถึงดูจะชื่นชอบเจ้าม้าหน้าโง่นั่นขนาดนี้
“ ไหนๆก็มาแล้ว ระหว่างเดินหาพวกเค้า
ก็น่าจะถือว่ามาเที่ยวไปด้วยนะครับ” คิบะเสนอ ก็นั่นน่ะสิ
ไหนๆก็
มาแล้ว จะมาทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ทำไม
“ นี่นายชอบม้างั้นเรอะ”
ทาคุมิตั้งคำถาม ยิ่งเห็นยิ่งหมั่นไส้เจ้าม้านี่จริงๆ
“ ครับ ชอบมาก” ตอบไปแบบนั้น
แต่จริงๆการที่เขาจะชอบม้ามันก็ไม่แปลกสักหน่อย “
ขนเจ้านี่เป็นสีขาวด้วยนะครับ สวยออก”
“ อ้อ แล้วก็ชอบสีขาว แต่ชั้นน่ะ....เกลียดว่ะ”
“ เอ๋” อีกฝ่ายทำหน้างง
อะไรกันล่ะ จู่ๆก็บอกเกลียด
“ ชั้นเกลียดเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าม้านี่สุดๆเลยว่ะ” แน่นอน
มันทำให้เขานึกถึงเจ้าอัลเฟน็อกซ์ร่างม้านั่น โผล่มาทีไรเก่งขึ้นทุกท
ี แถมดันชอบมาเวลากำลังย่ำแย่ อย่างกับรู้แน่ะว่าควรจะมาซ้ำเติมเขาเวลาไหน
เจ้าคิบะดันมาชอบม้า ต่างกันจริงๆเลยพับผ่าสิ ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืน
คิดได้แล้วว่าควรจะไปหาอะไรเจริญหูเจริญตากว่า
“ จะไปไหนล่ะครับ” คิบะเดินตามมา ไม่ได้นึกอยากขัดใจคนตรงหน้านี่เท่าไหร
่ ซึ่งก็เอาเถอะยังไงเขาก็ว่างอยู่
แถมนี่ก็ยังไม่เที่ยงพวกไคโดคงไม่นึกอยากทานข้าวตอนนี้หรอกน่า
“ แล้วนี่นายจะเดินตามชั้นมาทำไมเล่า” ทาคุมิถาม
“ ก็เห็นนายพูดถึงคุณโอซาดะ แล้วก็ชื่อเพื่อนนาย
แสดงว่าคงมีอะไรเกี่ยวข้องกันใช่มั้ยล่ะ ชั้นเดาว่าไคโด คงไป
ก่อเรื่องอะไรแน่” พูดราวกับตาเห็นและก็แทงใจดำ
“ เออ ดูเหมือนเจ้าเคทาโร่จะหลอกทั้งมาริ แล้วก็โอซาดะ
ยูกะออกมาอีกแล้ว”
“ อีกแล้ว.....หรือว่า เหมือนคราวร้านพิซซ่า”
“ เออ ใช่”
“ แบบนี้ชั้นก็ต้องยิ่งไปด้วยน่ะสิ” คิบะย้ำ รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ
ยังไงเขาก็ไม่ได้ห้ามไคโดไว้
รู้สึกสงสารคุณโอซา
พวกคนมีความรักนี่รู้สึกว่าช่างน่าสงสารซะจริง แต่อย่างเขาจะว่าใครได้ล่ะ
ใบหน้าของจิเอะ กับวันวานที่แสนสุขยังคงหลอกหลอนอยู่ในหัว
กับความจริงที่ว่าเขาลงมือสังหารเธอด้วย
ต่อให้เคียดแค้นเพียงใดก็ไม่ควรทำเช่นนั้นแท้ๆ
“ เฮ้ย คิบะ!”
ทาคุมิส่งเสียงเรียกเมื่อรู้สึกว่าคิบะชักจะทอดฝีเท้าลง
ไอ้หมอนี่อยู่ๆก็เข้าภวังค์ไปซะอย่างนั้น ดู
หมอนั่น...ก็ได้แต่ยิ้มเหมือนเคย
ท่าทางคงจะเป็นเรื่องกลุ้มใจที่เล่าไปก็ไม่มีประโยชน์
อย่างที่ว่าสินะ ปัญหาของเขาน่ะหมดไปแล้ว
แต่ของหมอนี่ดูท่าจะยังคลุมเครือ
“ ไม่มีอะไร แค่รู้สึกร้อนน่ะ ขอนั่งพักหน่อยละกัน
นายจะไปหาพวกนั้นต่อเลยรึเปล่าล่ะ
เดี๋ยวชั้นไปรอที่ร้าน
จริงๆก็ไม่ได้ร้อนอะไรหรอก แค่รู้สึกว่า
ดูจะรีบร้อนซะเหลือเกิน
อาจจะมีธุระก็ได้
“ เอ้า ....นายว่างั้นชั้นก็ว่าตาม ไปพักก่อนละกัน”
“ แต่ อินุอิคุงไม่ต้องตามชั้นไปก็ได้นะ” คิบะว่าขณะสาวเท้าเดินไปทางสวนนก
ทาคุมิไม่ตอบแต่เดินไล่หลัง
ทาคุมิกลับชิงเป็นฝ่ายเปิดประตูเดินเข้าไปก่อน
“ เอ๋....”
“ ช่างเหอะน่า ชั้นก็ร้อนเหมือนกันนี่หว่า”
“ งั้นเหรอครับ”
เมื่อเห็นเป็นแบบนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรต่อไป
ทั้งคู่เลือกนั่งตรงริมสุดติดหน้าต่าง
จากตรงนั้น
อาจเพราะยังไม่เที่ยงวันคนที่เข้ามาในร้านจึงยังบางตา มีเพียงบริกรสาวที่กำลัง
เสิร์ฟอาหารอยู่แค่ 2 คนเท่านั้น
“ จากตรงนี้มองเห็นนกด้วยนะครับ”
คิบะ ยูจิ
เริ่มบทสนทนาแบบธรรมดาๆเช่นเคยหลังจากดื่มกาแฟเย็นเข้าไป
เล็กน้อย ในขณะที่ทาคุมิพยักหน้ารับ
“ เออ นายนี่ก็ชอบสัตว์ซะจริง
นี่คงไม่ได้คิดจะมาเที่ยวจริงๆหรอกนะ” แน่ล่ะ
ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ทุกข์
“ อ๋อ เปล่าหรอกครับ ก็อย่างที่บอก
ไหนๆมาแล้วก็ไม่อยากมาเสียเที่ยว
อินุอิคุงก็น่าจะคิดแบบนั้นนะครับ ว่า
แต่ชื่ออินุอิ จริงๆก็คงไม่ได้รังเกียจสัตว์ล่ะมั้งครับ” (
อินุ= หมา )
“ นี่นาย!” ทาคุมิขึ้นเสียง
รู้สึกวันนี้หมอนี่จะพูดมากจริง แถมไร้สาระอีกด้วย
“
ชื่อฉันจะเป็นยังไงมันเกี่ยวอะไร
ด้วยเล่า แล้วก็นะ ชั้นก็แค่เกลียดขี้หน้าม้า อย่าเหมารวมสิวะ”
“ งั้นเหรอครับ”
คิบะคุงพยักหน้ารับ
“ แล้วเรื่องปัญหาของนายน่ะ แก้ได้รึยัง” ทาคุมิเปิดบทสนทนาใหม่
“ ปัญหา.....อ๋อ ถ้าหมายถึงเรื่องนั้น
มันก็คงแก้ไม่ได้หรอกครับ ชั้นว่าจะค่อยๆเป็นค่อยๆไปน่ะ แล้วอินุอิคุงล่ะ
ดูจะสบายใจแล้วนี่ ตอนนั้นยังซึมอยู่เลย หรือว่า
จะดีขึ้นตั้งแต่ตอนที่ไปส่งพิซซ่าครั้งนั้นแล้วล่ะครับ”
คิบะตั้ง
คำถามกลับ แน่นอนก็ชายหนุ่มตอนนี้ดูมีสีหน้าดีขึ้นกว่าตอนนั้นมาก
ถ้าเป็นตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องยื่น
“ เออ ก็งั้นล่ะ ว่าแต่นายเถอะ
มัวแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่น
กลับมาดูแลตัวเองหน่อยไม่ดีกว่าเรอะ” ทาคุมิถามพลาง
จ้องหน้าอีกฝ่าย ดูเหมือนเขาจะมีสีหน้าดีขึ้น
แต่ก็ไม่ใช่คนที่โล่งใจซะทีเดียว
แต่ถ้าเอาแค่ตอนนี้ก็นับว่าดีขึ้นล่ะ
“ อินุอิคุงแผลหายรึยังครับ”
คิบะว่าพลางมองไปที่มือฝ่ายตรงข้าม
คราวที่แล้วเขาถูกอัลเฟน็อกซ์ทำร้ายจน
ทาคุมิก็ยกมือขึ้นสะบัด ก่อนจะยิ้มให้
“ ก็อย่างที่เห็น สบายดีแล้ว นายล่ะ
ยังช้ำในอยู่รึเปล่า” ทาคุมิ
จ้องหน้าของคิบะอีกครั้ง
และก็เช่นเคยคิบะยิ้มรับ
ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
“ ชั้นน่ะแข็งแรง นายไม่ต้องห่วงหรอก” คิบะคุงตอบ
“ ไม่ได้ห่วงเฟ้ย ! แค่ถามถึง
ก็นายน่ะชอบไปอยู่ในที่ๆอันตรายอยู่เรื่อยนี่หว่า
คราวหน้าเจอกันจะโดนอะไร
“ นายว่าแต่ชั้น นายเองก็เหมือนกันนั่นล่ะ เจอนายทีไรมีเรื่องทุกที
ครั้งแรกน่ะรถเกือบถูกนายงัดด้วยซ้ำ ”
ใช่
อินุอิคุงจะงัดรถเขา
คงไม่ได้เจอกันแน่
“ พอๆๆ ว่าแต่กี่โมงแล้ว”
ทาคุมิตัดบท
เขาไม่อยากฟังเรื่องน่าอายพวกนั้นหรอกนะ จะให้บอกรึยังไงว่าไม่ได้
คิดงัดรถ แต่อยากได้บัตรประจำตัวเข้าไปใน
SMART BRAIN ขืนแก้ตัวไปแบบนั้น
คงได้ถูกซักใหญ่แน่
“ 11 โมง ครับ ใกล้เที่ยงแล้วล่ะ
ชั้นว่าเราไปเดินหาในสวนนกดีกว่า
ยังไงก็คงร่มกว่าไปเดินกลางแจ้ง พวกนั้นก็
อินุอิคุงก็คงไม่อยากไปทางโน้นสินะครับ”
คิบะชี้ไปทางป้ายสัตว์ป่า
ขืนไปทางนั้นก็ต้อง
และแน่นอนคนอย่างอินุอิ ทาคุมิ
ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่ชอบทำอะไรยุ่งยากลำบากกายนักหรอก
“ โอเค งั้นเก็บเงินกันเถอะ เฮ้”
ทาคุมิโบกมือเรียกบริกรสาว
“ ทั้งหมด 1,000 เยนค่ะ” บริกรสาวคิดเงิน
“ งั้น เดี๋ยวชั้นออกเอง” คิบะพูดแล้วก็รีบวางแบงก์พันเยนลงในถาด
แต่แทนที่จะดีใจ ทาคุมิกลับชักสีหน้า
“ เฮ้ย จะมาออกให้ชั้นทำไมเล่า!”
“ ก็ชั้นเป็นชวนอินุอิคุงเข้ามานี่นา” คิบะบอก แล้วก็หันมาส่งยิ้มหวานให้อย่างเคย
“ ไม่เกี่ยวเฟ้ย! จะว่าไปเจ้าเคทาโร่
ก็เป็นคนก่อเรื่อง ชั้นควรจะออกให้นายมากกว่า”
ว่าแล้วก็หยิบแบงก์พันเยนอีก
“ ไม่ได้
แบบนี้ก็กลายเป็นชั้นหาเรื่องให้นายเลี้ยงน่ะสิ”
คิบะหยิบแบงก์พันเยนส่งให้ทาคุมิ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับ
“ ไม่เกี่ยวซักหน่อย อย่าคิดเล็กคิดน้อยเซ่ ! ฟังนะ ก็แค่ชั้นมีแบงก์พันเยน
ไม่มี 500 เยน เท่านั้นล่ะ”
“ ถ้างั้นอินุอิคุงก็ควรให้ชั้นจ่ายสิ
คนที่คิดเล็กคิดน้อยมันอินุอิคุงต่างหากเล่า !”
“ คิบะ นายนี่มัน”
ทาคุมิชักเริ่มเซ็ง
เขาเห็นสายตาของบริกรสาวที่มองมาอย่างมีเลศนัย
นี่เจ้าหล่อนสนุกกับการ
มองคนตีกันรึไงนะ
“ อย่าทะเลาะกันเลยค่ะ วันนี้อุตส่าห์มาเที่ยวกันทั้งที”
บริกรสาวที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่พูดขึ้น
“ แล้วมันเรื่องอะไรของหล่อนกันเล่า
ชั้นไม่ได้ขอความเห็นซักหน่อย” ทาคุมิพูด ท่าทางเอือมระอา
“ ถ้าอินุอิคุงให้ชั้นออกให้เรื่องก็จบล่ะน่า” ว่าแล้ว คิบะก็ยัดเงินใส่มือทาคุมิ
ก่อนที่จะ รีบวิ่งออกไปหน้าร้าน ทิ้ง
แต่เสียงของสาวน้อยที่ตะโกนไล่หลังมานั้น กลับดังเข้าหูอย่างประหลับ
ประเหลือก “ เดทให้สนุกนะคะ !”
จะเพราะอะไรก็ไม่รู้ล่ะ คิบะ ยูจิ
มีความรู้สึกว่าเขาจะต้องวิ่งล่ะ
อินุอิคุงคงไม่พอใจแน่ๆ ไว้เจอกัน
คราวหน้าดีกว่า ยังไงปกติก็เจอกันแบบไม่ปกติอยู่แล้วนี่นา
เขาวิ่งฝ่าฝูงชนที่กำลังสนุกสนานกับการดูนกเข้าไป
ส่วนที่ลึกที่สุดของสวน และแน่นอนว่าไม่ได้แม้แต่ชำเลืองตามองดูผู้คน
ไม่งั้นเขาคงได้เห็นยูกะกับพวกที่กำลัง
สนุกสนานกับการหยอดเหรียญใส่กล้องส่องทางไกลชมนกแน่
ทางด้านทาคุมิ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายวิ่งเข้าสวนนกไปดื้อๆโดยไม่มีการผ่อนฝีเท้ารอ
ก็ตัดสินใจวิ่งตามไปทันที
ท่าทางจะอยากหลบหน้าแน่ๆ ปัทโธ่เว๊ย! กะอีแค่เงิน 1,000 เยน ไหงกลายเป็นเรื่องขึ้นมาได้ นี่จะพบกันแล้ว
พูดจากันสบายๆมั่งไม่ได้รึไงนะ และก็เช่นกันเขาวิ่งตัดกลุ่มฝูงชนเข้าไปด้านใน
แต่กลับหลบไม่พ้นชนเข้ากับ
คนเข้าอย่างจัง
“ ขอโทษครับ” ทาคุมิโค้งให้
แต่ไม่ทันดูหน้าเจ้าทุกข์ก็รีบวิ่งต่อ และไม่ได้ฟังแม้แต่เสียงตะโกนไล่หลังมา
“ เฮ้ ทัคคุง จะไปไหนน่ะ!”
เคทาโร่ตะโกนเรียก
“ อะไรเหรอ” มาริ สะกิดถาม
“ ชั้นว่าชั้นเห็นทัคคุงน่ะ วิ่งเข้าไปโน่นแล้ว”
“ ทาคุมิน่ะเหรอ หมอนั่นมาทำไมน่ะ แล้วมาคนเดียวอ่ะนะ นี่ๆ
งั้นพวกเราตามเค้าไปเถอะ” มาริตะโกนบอก
คนอื่นๆ
“ จะตามไปทำไมเล่า กำลังสนุกเลยอ่ะ” ไคโด ครวญ
“ ถ้าไม่ไปงั้นก็อยู่นี่เถอะ”
ว่าแล้วมาริก็วิ่งนำหน้าเช่นเคย
ไคโดเห็นสาวเจ้าวิ่งไปแล้วก็เร่งฝีเท้าตามอย่างไม่รีรอ
มีแต่เคทาโร่กับยูกะที่สุดท้ายก็ต้องตามไปอย่างเสียไม่ได้
“ คิบะ หยุดนะ! นี่นายจะวิ่งทำไมเนี่ย!” ทาคุมิวิ่งตามไล่หลังเข้าไปในสวน
กระชากเอาคอเสื้อคิบะ ทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งลงคลุกดินด้วยกันทั้งคู่
“ เจ็บนะ ! แล้วนี่นายจะวิ่งตามชั้นมาทำไมเล่า” คิบะหันไปถามอย่างขัดใจ
“ ก็แล้วนายวิ่งหนีทำไมเล่า!”
ทาคุมิบ่น
ขณะยังคงนอนแอ้งแม้งคู่กันอยู่กลางลานดิน
“ ก็นึกว่านายโกรธนี่นา
ชั้นไม่ได้อยากทะเลาะกับนายเพราะเรื่องไร้สาระหรอกนะ”
“ ก็เลยหนีปัญหารึไง”
“ ก็คิดว่าเดี๋ยวก็เจอกันใหม่ได้” คิบะ ยูจิ ยังคงบ่นแก้ตัว
นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกว่าแบบนี้นะเนี่ย
“ นายนี่มัน บ้าชะมัด” ทาคุมิ
พยายามลุกขึ้นนั่ง
ก่อนที่จะหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้อีกฝ่าย
“ เอ๋!”
“ รู้หรอกว่าไม่ได้ร้องไห้ แต่ใช้เช็ดหน้าได้ ขี้ดินเต็มหน้าแล้ว”
“ นี่เป็นการใช้หนี้เหรอ”
คิบะว่าพลางก็ลุกขึ้นนั่ง เขาจ้องผ้าเช็ดหน้าในมืออินุอิคุง
แต่ยังไม่รับมา ทีตอนเขายื่น
ผ้าเช็ดหน้าให้ที่พัทติ้งเซนเตอร์ อินุอิคุงยังไม่ยอมรับเลยนี่นา
“ไม่เกี่ยวเว้ย ถือว่าหนี้นั่นหักกับค่ากาแฟละกัน” ทาคุมิว่า
“ งั้นถ้าชั้นรับเจ้านั่นมา ก็ติดหนี้นายน่ะสิ” คิบะคุงโต้
แล้วก็ลุกขึ้นปัดเศษดินจากเสื้อผ้า เห็นแบบนั้นแล้ว
ทาคุ
“ ระวังหน่อยเซ่ ! นี่นายคิดจะหางานหนักให้ชั้นทำรึไงกัน”
ไอ้เสื้อเยินๆนั่นท่าจะซักยากแน่
“ อ้าว ก็เขาว่าร้านซักรีดคิคุจิ ทำได้ทุกอย่างไงล่ะ” คิบะสำทับ พลางส่งยิ้มให้
“ นายนี่มัน!” ทาคุมิรู้สึกหมั่นไส้คนตรงหน้าขึ้นมาตะหงิดๆ
นี่หมอนี่กวนขนาดนี้เชียวเรอะ ดีล่ะ
ไหนๆก็ต้อง
ทำงานหนักแล้วนี่ ว่าแล้ว ทาคุมิก็กระโจนเข้าหาคิบะ ที่กำลังยิ้มอย่างได้ใจอย
ู่ และเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว คิบะก็
ล้มลงคลุกดินอีกรอบ คราวนี้ทาคุมิดูเหมือนจะจงใจแกล้งซะด้วย
“ นายแกล้งชั้นเรอะ!” คิบะบ่นขึ้น ขณะที่ถูกกดลงนอนกับดิน
ดูท่าเสื้อตัวนี้คงเสียเงินค่าซักหลายแน่
“ ก็บอกเองนี่ว่าจะมาใช้บริการคิคุจิ คลีนนิ่ง
ก็ต้องขอคิดค่าบริการแบบเอากำไรหน่อยสิ”
ทาคุมิหัวเราะ
“ เจ้าบ้าเอ๊ย!”
ถึงจะว่าไปแบบนั้น แต่สุดท้ายคิบะ ยูจิก็หัวเราะออกมาจนได้
อย่างที่เขาคิดไว้
อินุอิ ทาคุมิ เป็นคน
ดีจริงๆ แม้จะรุนแรงไปหน่อยก็เถอะ
“ นายนี่น๊า เอ้า ไปหาพวกนั้นกันเถอะ! ยืนไหวสินะ” ทาคุมิลุกขึ้นยืนก่อน
คราวนี้เขายื่นมือให้คิบะ และคิบะก็
คิบะรู้สึกว่าเขามองเห็นบางอย่างในตัวอีกฝ่าย คนๆนี้เป็นมนุษย์ที่
อบอุ่นจริงๆ แม้แต่ตัวเขาแม้จะไม่ใช่อัลเฟน็อกซ์
ก็ไม่กล้าบอกเลยว่าจะดีไปกว่าคนๆนี้ได้ เอาเถอะก็นับเป็น
ครั้งแรกที่ได้เจอกันแบบนี้ และก็นับว่าสุขสงบมากที่เดียว
ได้เพื่อนใหม่
แต่ทำไมถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ต่างกับ
คุณโอซาดะกับไคโดนะ
“ มองอะไร” ทาคุมิทัก
“ นายนั่นล่ะ มองอะไรน่ะ”
คิบะตอบแบบนั้น
เพราะรู้สึกเหมือนกันว่าอีกฝ่ายก็จ้องหน้าตนเขม็ง
“ เปล่า”
“ ชั้นก็เหมือนกัน”
คิบะคุงตอบพร้อมกับส่งยิ้ม และครั้งนี้ทาคุมิก็ยิ้มตอบ
แม้จะดูแข็งๆไปบ้าง
แต่ก็แสดงให้เห็น
ถึงความอ่อนโยนของเขา ผู้ชายคนนี้เป็นคนดีจริงๆนะ คิบะคิดเช่นนั้น
“ นั่นพวกมาริ!”
ทาคุมิแลไปเห็นมาริที่กำลังวิ่งมาอย่างรีบร้อน
“ จริงด้วย นั่นคุณโซโนดะ แล้วนั่นไคโด นี่นา ไปหากันเถอะ” พูดแล้วคิบะก็วิ่งกลับไปทางเดิมทันที ทาคุมิที่
ไล่หลังมาเห็นแบบนั้นแล้วก็ยิ้มกับตัวเอง ดีจริงๆแฮะที่ออกมาจากบ้าน
อย่างน้อยช่วงเช้านี้ก็ได้เจอหมอนี่ล่ะ
แม้จะรู้สึกว่าต่างกับมาริและเคทาโร่นิดหน่อย แต่ ว่าไงดีล่ะ รู้สึกอยากเจอมาริช้า
กว่านี้สัก 5 นาทีแฮะ แต่ไม่เป็นไร รู้สึกว่าจะได้พบกันอีกหลายครั้ง
คราวหน้าลองเป็นฝ่ายชวนหมอนี่ออกมามั่ง
จบแล้วค่ะ fic แบบอบอุ่น ไม่มีอะไรในกอไผ่ ( จริงรึเปล่าฟะ )
ก็ไม่อยากเขียนให้ล่อแหลมนักหรอก ก็สำหรับ
เราคู่นี้มันต้องค่อยๆคบกันไป ดูใจกันไปนี่นา ดังนั้นมันก็เลยออกใสๆ
แต่นี่ถ้าลองเขียนช่วงหลังที่ถูกคุซากะยุ
แยงตะแคงรั่ว ( แต่ก่อนมาริถูกน็อกซ์) กับตอนทาคุมิเข้าสู่โลกมืด (
แล้วขอให้คิบะฆ่า ) หรือตอนที่คิบะกลาย
เป็นโหมดดาร์คไซด์ คงมันส์พิลึก ไม่ออกมาอารมณ์นี้แน่
edit @ 2007/05/15
...................................................................................................................................
edit @ 2007/05/15
edit @ 2007/05/15
edit @ 2007/05/15 19:11:18
edit @ 2007/05/15 19:28:02
edit @ 2007/05/15 19:31:09